ความรู้

ความรู้

เจอลูกค้าอาชีพ "ขายของ" อยากซื้อแต่กู้ยาก เอเจ้นท์จะช่วยได้อย่างไร มาดูเคล็ดลับที่ทำให้อาชีพค้าขาย มีเปอร์เซ็นต์กู้บ้านผ่านมากขึ้น

วันที่สร้างประกาศ เวลาสร้าง 22 กุมภาพันธ์ 2565 10:36
ต้องยอมรับว่า อาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์ โดยเฉพาะ อาชีพค้าขาย อย่างพ่อค้า แม่ค้า แผงลอย ที่ขายตามท้องตลาดทั่วไป จะกู้สินเชื่อบ้านได้ยากกว่าอาชีพอื่นๆ

แต่ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ หากเราเตรียมตัวและเอกสาร ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งจะต้องทำอย่างไรบ้างไปอ่านต่อกันได้เลย!
ทำบัญชีรายรับรายจ่าย
ใครที่ตั้งแต่ขายของมาไม่เคยทำเลย เห็นบทความนี้แล้วต้องเริ่มทำทันที เตรียมสมุดปากกาให้พร้อม เพื่อบันทึกว่ารายได้ รายจ่ายมีอะไรบ้าง เหลือแล้วเป็นกำไรเท่าไหร่ในแต่ละวัน

และสรุปยอดทั้งหมดอีกทีในแต่ละเดือน ซึ่งต้องทำทุกวันและทำให้ต่อเนื่อง อย่าคิดว่าสะสมไว้ก่อนค่อยทำเดือนนึงทีเดียว เพราะบางทีเราอาจหลงลืมรายละเอียดบางอย่างไปก็เป็นได้
เดินบัญชีผ่านธนาคาร
แนะนำว่าให้เปิดบัญชีใหม่ จะฝากเป็นชื่อร้านค้าหรือชื่อเราก็ได้ โดยเลือกธนาคารที่เราสามารถฝากได้สะดวก และควรนำเงินเข้าบัญชีอาทิตย์ละครั้งหรือเดือนละครั้งแบบสม่ำเสมอ ซึ่งเงินที่เข้าฝากนั้นควรมียอดตรงกันกับที่เราทำรายรับรายจ่าย
อีกทั้งยังสามารถให้ลูกค้าจ่ายเงินโดยโอนเข้าบัญชีเราได้โดยตรง ซึ่งจะยิ่งเป็นการยืนยันกับธนาคารได้ดี ว่าเรามีรายได้เข้ามาจริงๆ

แน่นอนว่าเหตุผลที่ควรฝากเงินกับธนาคารมากกว่าเก็บไว้กับตัว คือเมื่อยื่นกู้บ้านทางธนาคารจะขอ Statement ย้อนหลัง 6-12 เดือน เพื่อจะตรวจสอบได้ง่ายว่ามีเงินเข้าเงินออกเป็นอย่างไรบ้าง
เก็บหลักฐานลายลักษณ์อักษร
บิลใบเสร็จทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นซื้อผัก ซื้อหมู ของใช้ หรือซื้อของต่างๆ ที่เป็นรายจ่ายทั้งหมด ให้ทางร้านเขียนบิลมาให้ทุกครั้ง รวมถึงใบเสร็จค่าน้ำค่าไฟ ค่าเดินทางค่าน้ำมัน


และถ้ามีเอกสารสัญญาเช่าที่ก็ควรเก็บรวมกันไว้ นอกจากนี้ทางธนาคารอาจจะให้เราถ่ายรูป หรือส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบถึงที่ร้านด้วยตนเอง แล้วแต่เงื่อนไข ทั้งนี้ก็เพื่อแสดงเป็นหลักฐานนั่นเอง
ออมเงิน & ทรัพย์สิน
ถ้ากำไรเหลือมากพอ ควรแยกส่วนไว้สำหรับเงินออมด้วยจะดีมาก เป็นเงินที่นอนในบัญชีห้ามเอาออกมาใช้ หรือจะเป็นทรัพย์สินส่วนตัวที่เป็นชื่อตัวเอง

ยกตัวอย่าง ทอง รถยนต์ ที่ดิน โดยที่ปลอดหนี้แล้วด้วยนะ ซึ่งพวกนี้ก็ช่วยได้ในระดับหนึ่งในการสร้างเครดิตที่ดี
เมื่อเราไม่ได้จดทะเบียนการค้าหรือเสียภาษี เอกสารพวกนี้จะหายไป จึงขอแนะนำให้ลองทำตามขั้นตอนที่เอ่ยมา เพื่อให้ธนาคารเห็นถึงความต่อเนื่อง และสร้างความมั่นใจได้ว่าเรามีรายได้เข้ามาจริงๆ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเพิ่มโอกาสของเราให้กู้บ้านได้อย่างง่ายดายนั่นเอง

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

ความรู้

#มีทิปเล็กๆน้อยๆ ของการกู้ซื้อบ้าน ของพวกเรา นายหน้าอสังหาริมทรัพย์

โอ๋จดทะเบียนบริษัทมา 1 ปี 10เดือน แต่เราต้องแสดงหลักฐานให้แบงค์เห็นว่าเราทำธุรกิจมานานแล้ว ยิ่งนานยิ่งดี

โอ๋ใช้สำเนาสัญญาเช่าออฟฟิศ ซึ่งเช่ามา 6 ปีแล้วและสำเนาใบเสร็จการซื้อโฆษณากับเวปไซต์ต่างๆ ซึ่ง ของโอ๋ซื้อมาเกิน 10ปี ขอบคุณเวปไซต์ต่างๆที่อุตส่าห์ค้นสำเนามาให้ และสัญญาซื้อขายที่เราเคยขาย

ยิ่งย้อนหลังหลายปียิ่งดี

โอ๋รับเงินเดือนในฐานะพนักงานคนนึง แต่แบงค์ไม่ให้กู้ในนามพนักงาน เพราะถือหุ้นเกิน 20% ต้องกู้ในนามเจ้าของกิจการเท่านั้น

#เอกสารการเสียภาษีต้องครบ

แบงค์ให้ทำรายรับ-รายจ่าย ย้อนหลัง1ปี มั่วไม่ได้นะเพราะตัวเลขต้องแมทซ์กับสเตทเม้น

แบงค์ขอสัญญาซื้อขายที่กรมที่ดินออกให้ทุกทรัพย์ที่เราขายพร้อมสัญญานายหน้าย้อนหลัง 6 เดือน

เอกสารนายหน้าต้องทำกับทุกเคส ถึงไม่ได้ทำสัญญาปิด แต่ทุกครั้งที่เราขายได้ โอ๋จะทำหนังสือนายหน้าให้เจ้าของเซ็นทุกครั้ง ในหนังสือ ระบุบ้านเลขที่ หมู่บ้าน ที่ขาย และค่าคอมที่ได้

#ค่าคอม กรณี #รับเงินสด แบงค์ไม่คำนวนรายได้ให้ #กรณีรับเงินสด ต้องเอาเงินเข้าบัญชีทันที

ธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แบงค์มองว่าเป็นธุรกิจเสี่ยง (ไม่เข้าใจ เสี่ยงตรงไหนหนอ)

#เงินออม สำคัญมาก สำหรับเจ้าของธุรกิจ ต่อให้คุณจะขายดี รายได้เยอะแยะ แต่ถ้าไม่มีเงินออม แบงค์ไม่ให้กู้ เคสเจ้าของกิจการแบงค์ ซีเรียสเรื่องเงินออม

**** เคสโอ๋ แบงค์ขอดูเงินออม X,000,000 เพราะกู้ค่อนข้างเยอะ

****แบงค์ขอดู เล่มทะเบียนรถยนต์ที่เป็นชื่อเราแล้ว และทรัพย์สินที่ปลอดภาระหนี้ (มีหรือไม่มีก็ได้ แต่เงินออมต้องมี)

#แบงค์ส่งจนท.มาตรวจกิจการ ว่าเราทำธุรกิจจริงไหม เราต้องถ่ายรูปกับจนท.(ไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าของต้องถ่าย)

รายได้ของนายหน้า แบงค์คำนวนมาร์จิ้นให้ 25% ของรายรับ เช่น เราขายบ้านได้ค่าคอม 300,000 บาท แบงค์คำนวน รายได้ให้เพียง 75,000 บาท และเอา 75,000 มาคำนวนสัดส่วนผู้ถือหุ้นอีก เพื่อเป็นรายได้จริงๆของเรา

เคสนี้โอ๋ถือหุ้น 98% เลยไม่กระทบมาก #25%น้อยมาก แต่เข้าใจได้ว่าแบงค์ก็ต้องลดความเสี่ยงของตัวเอง

#เคสเจ้าของกิจการ แบงค์ให้เราเป็นหนี้ได้ไม่เกิน 50% ของรายได้

***เช่นรายได้เรา 100,000 เราเป็นหนี้เก่า+หนี้ที่กำลังจะกู้ ได้ไม่เกิน 50,000 บาท

***พนักงานออฟฟิศ เป็นหนี้ได้ 70-80% ของรายได้ #คนไม่เท่ากัน #ความเท่าเทียมอยู่ไหน 555

#บูโรคือสิ่งสำคัญมาก ต่อให้เรามีพร้อมทุกอย่าง แต่วินัยในการชำระหนี้ไม่ดี แบงค์ก็ไม่ให้กู้ และไม่ฟังเหตุผลใดๆทั้งสิ้น #น่ากลัวเนอะ

***โอ๋มีบัตรเครดิตแต่ในชีวิตนี้ไม่เคยเสียดอกเบี้ยให้แบงค์เลย จ่ายเต็มตลอด ดอกเบี้ยบ้ตรเครดิต 18% จะลงทุนอะไรได้ดอกเบี้ยแบบนี้ล่ะ

ปล.โอ๋เป็นคู่สัญญาขายทรัพย์NPAกับหลายธนาคาร และยอดขายแต่ละแบงค์ก็ค่อนข้างสูง น่าจะเป็นจุดที่ทำให้การพิจารณาง่ายขึ้นรึเปล่า แต่ก็ไม่ง่ายนะ555 ส่วนตัวคิดว่ามีส่วน

#เป็นกำลังใจให้เพื่อนๆเอเจ้นทุกคนนะคะ
main-image
profile-avatar
คุณโอ๋ 9 ธันวาคม 2565 19:27
ความรู้
main-image
profile-avatar
บรรณาธิการ Agent Club 7 ธันวาคม 2565 16:13