AgentClub

สวัสดีวันพุธ ☀️

🏦 แฉหมดเปลือก! "เทคนิคลับ" พิชิตใจ 9 ธนาคาร... ยื่นที่ไหน ให้ผ่านชัวร์? (ฉบับ Deep Dive ที่แบงค์ไม่เคยบอกคุณ) 🤫💸

🌟 ผมว่านอกจากการทำสินค้าอสังหาให้ตอบโจทย์ตลาดแล้ว สิ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กันเลย คือ เรื่องการช่วยลูกค้ายื่นกู้แบงค์ เราเคยสงสัยไหมครับ? เอกสารชุดเดียวกัน ยื่นแบงค์ A ไม่ผ่าน แต่ยื่นแบงค์ B อนุมัติเฉยเลย? เป็นเพราะอะไร?

💖 คำตอบคือ... "DNA ของแต่ละแบงค์ ไม่เหมือนกันครับ!"

วันนี้ผมจะมา "ถอดรหัส" นิสัยใจคอของแต่ละสี ให้เพื่อนๆ รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้งครับ! 🚀 ถ้าหากเราไม่เก่งเรื่องสินเชื่อ ผมว่าก็เหมือนนักแม่นปืนที่ยิงเก่ง แต่ยิงไม่เข้าเป้าซักที เพราะไม่รู้ระยะ หรือกะทิศทางลมไม่ถูก แม้จะมีฝีมือยิงเหมือนกัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาต่างกัน 🤭 มาเริ่มกันเลยดีกว่า 💕

🌟 ป.ล. 1. ตรงนี้มาจากประสบการณ์ของผม บางอันผมก็ได้จากการสอบถามสินเชื่อ สอบถามเอเจ้นท์และเพื่อนๆ ในวงการท่านอื่น เลยรวบรวมมาให้ เผื่อเป็นประโยชน์ครับ

🌟 ป.ล. 2. ข้อมูลอาจมีการคลาดเคลื่อน ตามนโยบายแบงค์ที่ออกมาใหม่ครับ ต้องลองตรวจสอบอีกทีนะครับ 🙏
*****************************************

💚 1. ธนาคารกสิกรไทย (KBank) - "เหมาะสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มีวินัยเป๊ะๆ“

🌟 นิสัย: ทันสมัย เร็ว แต่ "เป๊ะ" เรื่องวินัยการเงินที่สุด

🌈 สเปคที่ชอบ: รักพนักงานประจำที่มีสลิปเงินเดือนคาร์บอน (บริษัทที่มี Payroll ผ่านกสิกรฯ จะพิจารณาเป็นพิเศษ 555) 🤭

❌ จุดตาย: ดอกเบี้ยสูง และเช็คบูโรละเอียดยิบ! ใครเคยจ่ายบัตรเครดิตล่าช้า (แม้จะไม่ติด Blacklist) แค่เลท 3-4 วัน แบงค์เขาก็มองแรงแล้ว นอกจากนี้ทางแบงค์ก็ยังมองเรื่อง DSR (ความสามารถในการชำระหนี้ด้วย) คือ ถ้าเรามีหนี้เก่าเยอะ โอกาสกู้ผ่านจะยากขึ้นมาก

✅ เทคนิคลับ: เดินบัญชีให้สวยกริ๊บ ห้ามมีรายการถอนหมดเกลี้ยงบัญชีสิ้นเดือน และถ้ามีแอป K-Plus ให้กดดูสินเชื่อเบื้องต้นในแอปก่อนยื่นจริง จะช่วยประเมินผลได้แม่นยำมากขึ้นครับ
*****************************************

💜 2. ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) - "เหมาะสำหรับมนุษย์เงินเดือน และเจ้าของกิจการ ชอบดูพฤติกรรมลูกค้าเป็นหลัก”

🌟 นิสัย: ใช้ระบบ AI ในการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า ยืดหยุ่นกว่า แต่เดาใจยาก

🌈 สเปคที่ชอบ: มนุษย์เงินเดือน, เจ้าของกิจการ, พ่อค้าแม่ค้าที่มีหน้าร้านชัดเจน และมี Statement หมุนเวียนดี

❌ จุดตาย: AI จับผิดเก่งมาก! ใครแต่ง Statement หลอกๆ (โอนเข้าแล้วถอนออกทันที) AI พี่เขารู้ทันหมด

✅ เทคนิคลับ: สำหรับเจ้าของกิจการ ให้เดินบัญชี "เข้ามากกว่าออก" ต่อเนื่อง 6 เดือน และต้องมี "รูปถ่ายกิจการ" ที่ชัดเจนประกอบเสมอ จะช่วยดันคะแนน Scoring ได้เยอะมาก 👍
*****************************************

💙 3. ธนาคารกรุงเทพ (BBL) - "เหมาะสำหรับคนสายอนุรักษ์นิยม ชอบอะไรที่มั่นคง ไม่หวือหวา“

🌟 นิสัย: สุขุม นุ่มลึก ช้าแต่ชัวร์ (ดอกเบี้ยมักจะนิ่งๆ ไม่หวือหวา)

🌈 สเปคที่ชอบ: พนักงานบริษัทมหาชน, ข้าราชการ, หมอ, พยาบาล หรืออาชีพที่มีความมั่นคงสูง

❌ จุดตาย: ไม่ค่อยปลื้ม Freelance หรืออาชีพที่มีที่มาของรายได้ไม่ชัดเจน เอกสารต้องเป็นปึกๆ หนาๆ อะแบบเนี้ย ชอบเลย 🤭

✅ เทคนิคลับ: ต้องใจเย็น! และถ้าบริษัทใครมีสวัสดิการ (MOU) กับกรุงเทพ ให้ยื่นที่นี่เป็นที่แรก เพราะจะได้ดอกเบี้ยพิเศษและผ่านง่ายกว่าเดินเข้าไปดุ่มๆ (ถาม HR บริษัทดูก่อน)
*****************************************
🧡 4. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) - “แบงค์ที่ผมยื่นดันเคสบ่อยสุด เหมาะสำหรับบ้านหลังแรก และบริษัทที่มีสวัสดิการ”

🌟 นิสัย: เข้าใจคำว่า "คนไทยอยากมีบ้าน" ที่สุด เกณฑ์รายได้ยืดหยุ่นที่สุดในโลกหล้า ขอแค่บ้านหลังแรก จะคุยง่ายมาาาาาก 😆

🌈 สเปคที่ชอบ: อาชีพอิสระ, ฟรีแลนซ์, ไรเดอร์, พ่อค้าแม่ค้า

❌ จุดตาย: ระบบการทำงานแบบราชการ อาจจะต้องไปสาขาเอง เอกสารต้องแน่น ผมมีเคล็ดลับให้หน่อย อย่าไปยื่นสาขาในห้าง หรือสำนักงานใหญ่ ให้ยื่นสาขาที่มีคนน้อยๆ แบบนี้เขาจะช่วยดันเคสเราให้ผ่านง่ายขึ้น

✅ เทคนิคลับ: หัวใจคือ "ทวิ 50" (ใบหักภาษี ณ ที่จ่าย) ใครเป็นฟรีแลนซ์ เก็บใบนี้ไว้เท่าชีวิต! ยื่นคู่กับ Statement ที่ฝากเงินเข้าตรงเวลาทุกเดือน รับรองผ่านฉลุย
*****************************************

🩷 5. ธนาคารออมสิน (GSB) - "เหมาะสำหรับคนทำธุรกิจส่วนตัวมาาาาาาากถึงมากที่สุด“

🌟 นิสัย: ใจดี บางช่วงมีโปรปล่อยกู้ 100-110% (กู้เกิน) แต่ส่วนใหญ่ถ้าเราทำธุรกิจส่วนตัว เขาจะให้กู้ได้ 90% และมีค่าตกแต่งให้อีก 10%

🌈 สเปคที่ชอบ: เจ้าของธุรกิจ, ข้าราชการ, รัฐวิสาหกิจ, บุคลากรทางการศึกษา

❌ จุดตาย: ขั้นตอนการประเมินราคาค่อนข้างใช้เวลา (รอนานนิดนึง) และขอเอกสารเยอะมาาาาก และละเอียดสุดๆ แต่พอเราชี้แจงที่มาที่ไปของลูกค้าที่ทำธุรกิจส่วนตัวได้ เขาก็ใจดีให้ ในขณะที่แบงค์อื่นไม่ให้ (รายได้ก็ไม่เยอะ แต่ก็ให้กู้ผ่าน) แต่ต้องมีเงินสำรองไว้อย่างน้อย 10% กันไว้ด้วย ถ้าเป็นมือสองรีโนเวท

✅ เทคนิคลับ: แบงค์นี้มักจะให้ราคาประเมินค่อนข้างสูง แต่จะโดนหัก 90% (บางทีเขาขอดูส่วนต่างยอดโอนให้ลูกค้าด้วย) ต้องกันเงินสำรองคำนวณดีๆ
*****************************************

🔵🔴 6. ทีทีบี (TTB) - "เหมาะสำหรับข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และเหมาะสำหรับคนที่มีหนี้เยอะ หลายช่องทาง“

🌟 นิสัย: เก่งเรื่องการจัดการหนี้สิน เข้าใจคนที่มีภาระเยอะ

🌈 สเปคที่ชอบ: คนที่อยาก "รวบหนี้" (มีหนี้บัตร หนี้รถ อยากเอามารวมกับหนี้บ้านเพื่อผ่อนทางเดียว)

❌ จุดตาย: ดอกเบี้ยอาจจะไม่ได้ถูกที่สุดในตลาด แต่แลกมาด้วยการ "กู้ผ่าน" ในวันที่แบงค์อื่นปฏิเสธ

✅ เทคนิคลับ: ใครภาระตึงๆ (DSR เกิน 50-60%) อย่าเพิ่งถอดใจ ให้เดินเข้าไปคุยกับ TTB ขอทำเรื่อง "รวบภาระหนี้" เขาจะช่วยคำนวณปิดหนี้บัตรให้ เพื่อให้วงเงินกู้บ้านผ่าน
*****************************************

🏛️ 7. ธนาคารยูโอบี (UOB) - "เหมาะสำหรับคนที่ทำงานบริษัทมั่นคง”

🌟 นิสัย: ชอบดูที่ตัวบริษัทและภาระหนี้เป็นหลัก ต่อให้เงินเดือน 100,000 บาท/เดือน แต่ภาระเยอะ ก็มักจะให้ไม่เต็ม อาจจะให้แค่ 70% (เช่น บ้านหลังที่ 3 เป็นต้นไป)

🌈 สเปคที่ชอบ: มนุษย์เงินเดือนฐานสูง 40,000 บาท/เดือนขึ้นไป (ถ้าเงินเดือนไม่ถึง ต้องหาคนมากู้ร่วมด้วย)

❌ จุดตาย: ไม่รับเคสสีเทาๆ หรือที่มารายได้ไม่ชัดเจน และบริการไม่ค่อยดีเท่าไร (เป็นแบงค์ต่างชาติ แต่พนักงานพูดอังกฤษไม่ค่อยได้)

✅ เทคนิคลับ: ถ้ามีการยื่นเปลี่ยนทรัพย์ใหม่ จะต้องโดนส่งเรื่องไปยัง Fraud เพื่อตรวจสอบใหม่ทั้งหมด แต่ถ้ายื่นกู้ทรัพย์แรก จะไม่ค่อยมีปัญหา ถ้าฐานเงินเดือนถึง บริษัทมั่นคง
************************************

🔴 8. ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB) - "เหมาะสำหรับคนชอบ Refinance”

🌟 นิสัย: มีโปรดอกเบี้ยถูก ชอบทำตลาดออนไลน์

🌈 สเปคที่ชอบ: คนที่ชอบความคุ้มค่า และมีความเข้าใจเทคโนโลยี (ยื่นผ่านแอปได้เลย) เลยทำให้ค่อนข้างสะดวก

❌ จุดตาย: สาขาน้อย ติดต่อยากนิดนึงถ้ามีปัญหา

✅ เทคนิคลับ: ยื่นผ่านแอปฯ มือถือของเขา จะรู้ผลไวกว่าไปสาขา และมักจะได้โปรฯ ดอกเบี้ยที่ถูกกว่าหน้าเคาน์เตอร์เสมอ
*****************************************

💛 9. ธนาคารกรุงศรี (BAY) - "เหมาะสำหรับสายทางเลือกของคนที่กู้แบงค์อื่นไม่ผ่าน“

🌟 นิสัย: อยู่ตรงกลางระหว่างความเขี้ยวและความยืดหยุ่น บางเคสก็เขี้ยวมาก บางเคสก็ยืดหยุ่นให้ซะงั้น แต่บริการค่อนข้างดี

❌ จุดตาย: ดอกเบี้ยค่อนข้างสูง แต่อนุมัติไม่นาน

🌈 สเปคที่ชอบ: ชอบคนที่มีประวัติผ่อนชำระดี (Credit Scoring ดี) ให้ราคาประเมินค่อนข้างสูง

✅ เทคนิคลับ: ถ้าคุณเคยผ่อนรถกับ "กรุงศรี ออโต้" แล้วประวัติดีมาก... ข้อมูลจะลิงก์กัน ยื่นกู้บ้านจะผ่านง่ายขึ้นแบบงงๆ เพราะเขามีฐานข้อมูลคุณอยู่แล้ว 😆
***************************************

🔥 บทสรุป: ยื่นกู้แบงค์ยังไงให้ผ่านฉลุย
***************************************

✅ 1. ประเมินตัวเองก่อน: ว่าเราคือใคร? มนุษย์เงินเดือน (KBANK, BBL, UOB, BAY) / รับราชการ ทหาร ตำรวจ พยาบาล (TTB) / เจ้าของธุรกิจ (GSB, SCB, CIMB) หรือ Freelance อาชีพอิสระ (ธอส.)

✅ 2. เช็คสวัสดิการ: ถาม HR ว่าบริษัทเรา MOU กับใคร? (ส่วนใหญ่บริษัทใหญ่ๆ จะชอบมีสวัสดิการกับ ธอส.)

✅ 3. อย่าหว่านแห: เลือก "3 อันดับแรก" ที่ตรงจริตเราที่สุด แล้วยื่นพร้อมกัน

💸 จำไว้นะครับ... "คนอนุมัติสินเชื่อคือ มนุษย์ และ ระบบ ที่มีเงื่อนไข"
ถ้ารู้เงื่อนไขเขา... โอกาสผ่านก็เกิน 80% แล้วครับ!
ขอให้ทุกคนได้บ้าน/คอนโดในฝันสมใจนะครับ! 🏡💖

#กู้บ้าน #สินเชื่อบ้าน #รีวิวธนาคาร #มนุษย์เงินเดือน #ฟรีแลนซ์กู้บ้าน #อสังหาพารวย
main-image
profile-avatar
Puvanard Srivihok 14 มกราคม 2569 19:27

🔥 สงครามมือสอง 2026: เมื่อ "เต็นท์รถ" เลือดสาด... แล้ว "ตลาดบ้านเก่า" จะเหลืออะไร? 🏠🚗

🌟 เมื่อเช้าผมนั่งอ่านบทวิเคราะห์ตลาดรถมือสองปี 2026 แล้วขนลุกเลยครับเพื่อนๆ...

จากธุรกิจที่เคยเป็น "เสือนอนกิน" กำไรเกือบ 100% ตอนนี้เหลือแค่ 15-20% แถมราคาร่วงระนาว โดยเฉพาะรถ EV ที่ราคาไหลลงเหมือนน้ำตก! 📉
อ่านจบปุ๊บ... มีคำถามแวบเข้ามาในหัวผมทันที
"แล้วตลาดอสังหามือสองที่เรารักล่ะ? จะรอด หรือจะร่วง เหมือนตลาดรถไหม?" 🤔
วันนี้ผมเลยขอจับ 2 ตลาดนี้มา "ขึ้นชก" กันให้เห็นชัดๆ ว่าในวิกฤตแบบนี้ เราควรวางเงินไว้ที่ไหนครับ? 🥊
*************************************

✅ ยกที่ 1: ความเสี่ยงเรื่อง "ราคา" (Depreciation vs. Illiquidity)
*************************************

🚗 รถมือสอง: ตอนนี้กลายเป็น "สินค้าเน่าเสียง่าย" (Perishable Goods) ไปแล้วครับ! ยิ่งถือยาว ราคายิ่งร่วง วันนี้รับซื้อมา 5 แสน พรุ่งนี้ค่ายรถจีนประกาศลดราคาป้ายแดงตูมเดียว... รถในมือเราขาดทุนทันที! (เหมือนมีค่าเสื่อมสภาพและเวลาเป็นตัวเร่งไฟล้ท์บังคับ) 😅

🏠 บ้านมือสอง: ข้อดีคือ "ราคาไม่ร่วงโหด" เหมือนรถครับ ที่ดินยังไงก็คือที่ดิน แต่นรกของอสังหาฯ คือ "สภาพคล่อง (Liquidity)" ครับ

รถมือสอง ลดราคาแสนนึง พรุ่งนี้มีคนมาขับออกไปเลย... แต่บ้านมือสอง ต่อให้ลดราคาเป็นล้าน บางทีประกาศขาย 6 เดือน ยังไม่มีคนโทรหาเลยครับ! (ถ้าทำเลไม่ดีจริง หรือโปรดักซ์ไม่ดีพอ หรือราคาไม่ถูกจริงๆ) 😅

สรุป: รถเสี่ยงเรื่อง "ราคาตก" / บ้านเสี่ยงเรื่อง "ขายไม่ออก" (เงินจม)
*************************************

✅ ยกที่ 2: ศัตรูตัวเดียวกันคือ "แบงค์" (The Gatekeeper)
*************************************

ตอนนี้ยอดอนุมัติสินเชื่อรถยนต์เหลือแค่ 30-40%... เชื่อไหมครับ อสังหาฯ ก็อาการเดียวกัน! 🏦

🔥 ตอนนี้ Bank Rejection Rate (อัตราปฏิเสธสินเชื่อ) ของบ้านมือสอง พุ่งสูงปรี๊ดดด! ลูกค้าอยากซื้อมีเป็นกองทัพ แต่ "กู้ไม่ผ่าน"

เต็นท์รถต้องแก้เกมด้วยการขายรถราคาถูกลง... ส่วน Developer ตอนนี้ก็ต้องมาปรับกลยุทธ์แก้เกมด้วยการทำ "เช่าซื้อ" (Rent-to-Own) หรือเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีเงินสดแทน เพราะถ้าหวังพึ่งแบงค์อย่างเดียวตอนนี้... แห้งตายกันพอดีครับ 😆
*************************************

✅ ยกที่ 3: เทคโนโลยีฆ่าคนเก่า? (EV vs. Smart Living)
*************************************

🚗 รถมือสอง: โดน EV ฆ่าตายเรียบ... ใครสต็อกรถน้ำมันรุ่นเก่าๆ หรือรถยุโรปค่าซ่อมแพงๆ ไว้ ตอนนี้หนาวๆ ร้อนๆ เพราะคนแห่ไปเล่น EV จีนที่อัดออฟชั่นแน่นๆ ราคาถูกกว่า

🏠 บ้านมือสอง: อันนี้ผมมองว่าเรา "ได้เปรียบ" ครับ!
เพราะรถเก่า เราเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นไฟฟ้าไม่ได้ (หรือทำยาก) แต่บ้านเก่า... เรา "Renovate" ได้ครับ! 🔨

โครงสร้างบ้านเก่ามักจะใหญ่กว่า แข็งแรงกว่า เราแค่ใส่ระบบไฟใหม่ ใส่ Smart Home เข้าไป ทาสีใหม่ มันก็กลายเป็นบ้านใหม่ในทำเลเดิมที่หาไม่ได้แล้ว
ในขณะที่รถเก่าคือสต๊อกคงค้างที่มีค่าเสื่อมทุกวัน... แต่บ้านเก่าคือ "เพชรที่รอการเจียระไน" สำหรับคนที่มองเห็นคุณค่าของมันครับ 💎
*************************************

✅ ยกที่ 4: กลยุทธ์ความอยู่รอด (Speed is King)
*************************************

เต็นท์รถยุคใหม่ต้องใช้สูตร "รับออเดอร์ก่อน ค่อยไปหารถ" (Just-in-Time) เพื่อลดความเสี่ยงสต็อกบวม...

แล้วอสังหาฯ ล่ะ?

🔥 สำหรับผม... ยุคนี้ "Cash is King, but Speed is God" ครับ
ใครที่ดองทรัพย์ไว้นานๆ กะเก็งกำไร Capital Gain คำโตๆ... บอกเลยว่าเหนื่อย!
โมเดลของผมตอนนี้คือ "Fast Flip" ซื้อมา-ทำสวย-รีบปล่อย (ยอมกำไรบางลงหน่อย แต่รอบหมุนเร็วขึ้น) หรือถ้าขายไม่ออก ต้องรีบเปลี่ยนเป็นค่าเช่าเพื่อเลี้ยงตัวเองให้ได้ทันที อย่าปล่อยให้บ้านร้างกินดอกเบี้ยเราเล่นๆ 💸

💖 บทสรุป: รถ vs บ้าน... เอาไงดี?

ถ้าอ่านเกมขาด...
🚗 ตลาดรถ เหมาะกับคนชอบ "ความไว" ซื้อมาขายไป จบใน 7 วัน กำไรน้อยแต่หมุนรัวๆ (แต่ต้องแม่นราคาสุดๆ พลาดนิดเดียวเจ็บตัว)

🏠 ตลาดบ้าน เหมาะกับคน "สายป่านยาว" และ "ตาถึง" ที่มองเห็นมูลค่าซ่อนเร้น เพราะถึงแม้มันจะขายยากกว่ารถ แต่ถ้าปรับปรุงเป็น... "กำไรต่อหน่วย" มันเปลี่ยนชีวิตได้เลยครับ (รถหนึ่งคันกำไรหลักหมื่น บ้านหนึ่งหลังกำไรหลักแสน/ล้าน)

🌟 แต่ไม่ว่าจะตลาดไหน... กฎเหล็กปี 2026 เหมือนกันคือ
"อย่าก่อหนี้เกินตัว และกอดเงินสดไว้ให้แน่นที่สุด"
เพราะในวันที่ของถูกเทกระจาดเต็มตลาด...
คนที่มี "เงินสด" คือพระเจ้าตัวจริงครับ! 👑

#ลงทุนอสังหา #รถมือสอง #วิกฤตเศรษฐกิจ #CashIsKing #Renovate #เรื่องเล่านักลงทุน
main-image
profile-avatar
Puvanard Srivihok 14 มกราคม 2569 19:15

🔥 เช่า 6 เดือน = ทางรอดของอสังหาฯ จริงไหม?

ช่วงนี้ถ้าคุณเป็นเจ้าของห้องปล่อยเช่า
แล้วรู้สึกว่า
“ปล่อย 1 ปี ก็ยังเงียบ
ลดราคาไปก็ไม่คุ้ม
ปล่อยสั้นก็ดูจะวุ่นวาย
ห้องว่างเรื่อยๆ สักพักก็
ต้องจ่ายค่าส่วนกลางแล้ว”
คุณไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ

ตลาดเช่าตอนนี้ไม่ได้แย่เพราะไม่มีคนเช่า
แต่มันแย่เพราะ คนไม่อยากจะมี commitment
เศรษฐกิจไม่ชัวร์
ทำให้ผู้เช่าจำนวนมากคิดแบบนี้

“ขอลองก่อนได้ไหม ไม่อยากเซ็นต์ยาว”
ตรงนี้แหละที่คำว่า
“สัญญาเช่า 6 เดือน”
เริ่มถูกหยิบขึ้นมาเป็น ทางรอด
แต่ขอพูดตรง ๆ แบบ
👉 มันไม่ใช่สูตรสำเร็จนะ
👉 และไม่ใช่ทุกห้องที่จะทำได้
เช่า 6 เดือน = จุดสมดุล

ระหว่าง
Short stay (แพง / บริหารยาก/ยุ่งยาก)
Long stay (คนไม่กล้า Commit)
ห้องแบบไหน “ควร” ทำเช่า 6 เดือน
ลองเช็กตัวเองตามนี้ก่อนเลย

1. กลุ่มผู้เช่าต้องชัดเจน
เช่า 6 เดือนเวิร์กกับคนกลุ่มนี้มาก:
Expat assignment ระยะสั้น
NGO / DTV / Consultant / Project-based
คนย้ายประเทศมาลองอยู่
ครอบครัวรอสร้างบ้าน / รอโรงเรียน
คนกลุ่มนี้มีเงิน
แต่ ไม่อยากผูกมัดระยะยาว

2. ห้องต้อง “พร้อมอยู่จริง” (ไม่ใช่แค่มีเฟอร์)
นี่คือจุดที่เจ้าของพลาดเยอะที่สุด
ผู้เช่า 6 เดือน ไม่ได้คิดแบบผู้เช่า 1 ปี
เขาคิดแนวเดียวกัน ใกล้เคียงกับ serviced apartment
แนวทางทำห้องให้รอด:
Furniture
โซฟานั่งสบายจริง (ไม่ใช่ของถ่ายรูป)
โต๊ะทำงาน + เก้าอี้ดี (สำคัญมาก)
เตียง + ที่นอนคุณภาพ (นี่คือโคตร deal breaker)
Appliance
เครื่องซักผ้า
ไมโครเวฟ / เตาไฟฟ้า
ตู้เย็นขนาดใช้งานจริง
TV + Internet High-speed พร้อมใช้
Kitchen / Storage
จาน ชาม หม้อ basic
ที่เก็บของเพียงพอ (คนอยู่ 6 เดือน ไม่ได้อยู่แบบนักท่องเที่ยว)
Key idea แบบเน้นๆเลย:
ผู้เช่าต้อง “ลากกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลยทันที”

3. Pricing ต้องคิดให้เป็น
อย่าตั้งราคาแบบกลัวเสียเปรียบ
แต่ก็อย่าถูกจนเสีย positioning ของเราเอง
Logic ที่ควรเวิร์ก:
ราคาเช่า 6 เดือน
ควรแพงกว่าเช่า 1 ปี ~5–15%
แต่ถูกกว่า Serviced Apartment ชัดเจน
ตัวอย่างเช่นแถวสุขุมวิท:
เช่า 1 ปี = 35,000
เช่า 6 เดือน = 38,000–42,000
Serviced apartment = 55,000+
ผู้เช่ารู้สึก “คุ้มค่า ยืดหยุ่น”
เจ้าของยังคงสามารถรักษามูลค่าของห้องได้
มีรายได้เข้ามาสม่ำเสมอ
ห้องแบบไหน “ไม่ควร” ทำเช่า 6 เดือน
พูดให้ชัด จะได้ไม่เสียเวลา

❌ ห้อง mass market แข่งกันแต่ราคา ทั้งตึกมีแต่คนลดราคา ไม่เน้นแต่งห้อง เราทำ 6 เดือนก็เหนื่อย

❌ ทำเลไม่มี expat / corporate demand

❌ ห้องโทรม แต่หวังค่าเช่าสูง

❌ เจ้าของไม่อยากดูแลบ่อย (สัญญาสั้น = turnover สูง)

กรณีนี้
ลดราคาเช่า 1 ปีตรง ๆ
ยังมีโอกาสได้คนเช่ามากกว่า
Insight สำคัญที่สุดในนี้
ปัญหาไม่ใช่ “ระยะสัญญา”
ปัญหาคือเรายังปล่อยเช่าแบบเดิม

ในโลกที่ผู้เช่าคิดไม่เหมือนเดิมแล้ว ปัจจัย Visa ใหม่ทำให้ เจ้าของห้องต้องปรับตัว

เช่า 6 เดือนจะรอด
เพราะคุณ เข้าใจ psychology ของผู้เช่า
สรุปแบบเจ้าของอสังหาฯ
เช่า 6 เดือน = เครื่องมือการตลาด

แต่มันไม่ใช่สูตรสำเร็จนะ
คนที่รอดรอบนี้
คือคนที่ flexible เร็ว และออกแบบห้องให้ตอบโจทย์ของตลาดจริง

คำถามทิ้งท้าย
ห้องของคุณตอนนี้

เป็นแค่ “ห้องว่างที่รอคนที่ใช่ไปเรื่อยๆ พร้อมจ่ายดอกเบี้ยธนาคารเวียนไป”

หรือเป็น “เครื่องมือผลิตกระแสเงินสดที่พร้อมปรับตัวไปตามสถานการณ์”?
main-image
profile-avatar
Assavasereenon Blue 9 มกราคม 2569 13:58
main-image
profile-avatar
บรรณาธิการ Agent Club 6 มกราคม 2569 12:08