เกี่ยวกับคนเขียน
Naowarat

แชร์ประสบการณ์

แชร์ประสบการณ์

อย่าลืม ตั้งคำถามกับตัวเองบ่อยๆล่ะ “มาเป็นเอเจนทำไม(วะ)?”

Naowarat
วันที่สร้างประกาศ เวลาสร้าง 20 ตุลาคม 2566 11:15
เคยไหมคะ ทำเรื่องบางเรื่องมานานมากๆ จนมันเดิมๆ ซ้ำๆ รู้ต้นทางจนปลายทางแบบไม่เหลืออะไรให้ตื่นเต้นแล้ว ผลลัพธ์มันก็ไปได้แค่นี้ล่ะ

มีความเบื่อ แต่ไม่รู้จะขยับไปไหน หรือจะขยับไปทำไมให้เหนื่อยกับการเดินออกนอก comfort zone อีกครั้ง
งานเอเจนที่ทำมาสิบกว่าปี ในเนื้องานมันก็มีประมาณนี้ล่ะ ไม่ว่าจะแขนงไหน สายไหน ราคาทรัพย์ขนาดไหน ก็ Farming, Sourcing, Marketing, Selling, Closing and After Selling service แล้วเริ่ม วงจรใหม่อีกแล้ว หาใหม่ ขายใหม่ เรื่อยไป

คนเก่งในสายงาน ก็จะถูกเรียกว่าเป็น Specialist หรือที่เรียกให้เท่ห์ๆ อีโก้บวมหน่อยๆ ก็เป็นผู้เชี่ยวชาญนั่นแหละ แต่ส่วนตัว ชอบการเป็นผู้ตั้งคำถามมากกว่าการถูกปักป้ายเป็นบุคคลสำคัญในกรอบบนผนังที่ขยับตัวได้ยาก
“ทำอย่างไรจะเร็วขึ้น?”

“ทำอย่างไรจะจ่ายน้อยลง?”

“จริงหรือ ที่ผลลัพธ์ไปได้แค่นี้? อะไรคือตัวการสำคัญที่จำกัดผลลัพธ์ให้ได้แค่นี้?”

“ทำอย่างไรให้ครั้งต่อไป มันง่ายกว่านี้?”
พอเป็นคนช่างตั้งคำถาม ก็จะค้นหาคำตอบ และทดลองสิ่งใหม่อยู่เรื่อยๆ เพราะเชื่อว่า ศักยภาพของเรา ไม่ได้มีแค่การยอมรับข้อจำกัดที่คนอื่นๆ ทำตามกันมา เชื่อตามกันมา ไม่ชอบแค่ติดตาม หรือควบคุม สั่งการ แต่ชอบในการไปอยู่ข้างหน้าเพื่อจัดการก่อนที่สิ่งเหล่านี้จะเกิด

แน่นอน ว่าการตั้งคำถาม และทดสอบสมมติฐาน ต้องเจอกับความผิดพลาดมากมาย และใช้เวลามากกว่าการทำตามปกติ เพราะด้วยพื้นฐานเดิมไม่ได้เป็นคนที่ logic จ๋า หรือเก่งเรื่อง project management

ไม่ได้เรียนรู้กรอบแนวคิดการบริหารอะไรเลยด้วยซ้ำ มีแค่คำถามเท่านั้น ที่นำพาไปสู่กระบวนการ และความรู้แปลกๆ ที่จะเอามาใช้ไขข้อสงสัยได้
โลกของการตั้งคำถาม และหาคำตอบ มันกว้างจนบางทีก็ไม่รู้ว่า นี่กำลังล้มลงบนข้อผิดพลาดที่เจ็บปวด หรือมันเป็นแค่อีกหลุมใหม่บนดวงจันทร์ที่ยังไม่ถูกระบุชื่อ ว่าจะเป็นสิ่งที่ใช้ได้ หรือใช้ไม่ได้ อีกครั้งหนึ่งเท่านั้น น้ำตายังไม่ทันจะไหล และความสงสัยใคร่รู้ ก็บังเกิดใหม่อีกครั้ง
“ทำไมจ้างยิงแอดแล้วไม่เวิร์ค?” ก็ไปนั่งเรียนรู้แล้วลงมือทำ ทดสอบสมมติฐาน ว่าที่ใครๆ พูดว่ามันเวิร์คนั้น มันเวิร์คจริงไหม? มันเวิร์คที่ระดับตัวเลขที่เท่าไหร่? ด้วยตัวอย่างที่ใช้ และการควบคุมปัจจัยเท่าที่รู้ สรุปลงเป็นความรู้ของตนเอง แล้วเทียบเคียงกับคนที่เคยทำสำเร็จมาก่อนว่ามัน Make sense หรือไม่
“ทำไมเปิดเอเจนซี่ ต้องมีเอเจนเยอะๆ?”

“ถ้าไม่ต้องมาสอนงานคนไม่เอาไหน ไปเรื่อยๆ แต่ retain ไม่ได้ เรามีวิธีอื่นที่จะเติบโตได้อีกไหม?”

“ทำอย่างไรให้งาน Back office เรียบง่ายแค่ปลายนิ้ว?”

“ทำอย่างไรให้เอเจน เชื่อในประโยชน์ของการอัพเดท CRM และเต็มใจในการทำงานร่วมกับการบันทึก?”

“ทำอย่างไรให้ชีวิตแวดล้อมไปด้วยคนเจ๋งๆ มีศักยภาพที่พาเราไปในที่ที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว?”
ถ้าทำงานกับคนที่มีความเชื่อแบบดั้งเดิมว่า การตั้งคำถาม คือความไม่เคารพ ไม่สุภาพ พวกเขาคงขาดใจกับคำถามล้านแปดจากดิชั้นล่ะค่ะ 🙂
ถ้ามีใครสักคนจะถามว่า แล้วที่ตั้งคำถามยุ่บยั่บ ไปทั้งหมดเนี่ย จะหาคำตอบเพื่อเดินไปทางไหน? จะเป็น Lady boss ที่มีบริษัทใหญ่ๆ ให้บริหาร หรือเป็น individual consultant ค่าตัวแพงๆ หรือจะเป็นเอเจนของชุมชนที่ใครๆ ก็ไว้ใจมาฝากขายฝากเช่าไปเรื่อยๆ?

คำตอบคือ “ไม่รู้” ภาพบางภาพ ที่เคยคิดไว้ในหัว พอถูกตรวจคำตอบด้วยการทดสอบสมมติฐาน มันกลับไม่ใช่ทางที่ตรงกับใจ แต่สิ่งที่ยังทำให้ไปต่อในทุกวันนี้คือ “ความมีชีวิตชีวา” การได้ใช้ชีวิตที่อยากใช้ มีโอกาสตั้งคำถาม มีโอกาสทดสอบสมมติฐานชีวิตและงานของตัวเอง มันสนุกดี

ปลายทางคือเกษียณ เลิกทำกิจกรรมนอกบ้านไปเลย? คงไม่ใช่ แต่การผูกมัดตัวเองไว้กับออฟฟิศ ทนทุกข์ทรมานกับการเคี่ยวเข็นตัวเองและคนอื่น แค่เพื่อเงิน หรือชื่อเสียงใดๆ ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะอนุญาตให้ตัวเองเป็นเช่นนั้น

เมื่อไหร่ที่ gut feeling ตรงกับภาพในหัว และความรู้สึกในใจ นั่นแหละคือคำตอบ
ถ้าไปถึงแล้ว จะกลับมาเล่าให้ฟังอีกนะ
อย่าลืม ตั้งคำถามกับตัวเองบ่อยๆล่ะ “มาเป็นเอเจนทำไม(วะ)?”

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง