ความรู้

ความรู้

ยิ่งรู้ยิ่งขายเก่ง แนะนำลูกค้าได้ ! รีไฟแนนซ์สินเชื่อที่อยู่อาศัย ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด

วันที่สร้างประกาศ เวลาสร้าง 17 มีนาคม 2565 14:06
หลายคนมักได้ยินคำว่า “รีไฟแนนซ์สินเชื่อที่อยู่อาศัย” อยู่บ่อยๆ แต่เชื่อว่าหลายคนไม่เข้าใจว่าคืออะไร และมีวิธีการที่ทำให้ได้ดอกเบี้ยบ้านหรือคอนโดถูกลงได้หรือไม่ แต่ความสงสัยเหล่านี้จะหายไป
เมื่อได้รู้ความหมายที่แท้จริงของคำว่ารีไฟแนนซ์สินเชื่อที่อยู่อาศัย รวมถึงวิธีการจัดการรีไฟแนนซ์บ้านหรือคอนโดได้อย่างเป็นระบบ
รีไฟแนนซ์สินเชื่อที่อยู่อาศัย คืออะไร
รีไฟแนนซ์คำศัพท์ที่หลายคนคุ้นเคยนั่นคือการย้ายสินเชื่อบ้านที่เรากู้อยู่กับธนาคารเดิม ไปธนาคารใหม่โดยต้องผ่อนมามากกว่า 3 ปี และธนาคารใหม่จะให้ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านหรือคอนโดที่ถูกกว่าธนาคารเดิม ทำให้ผ่อนชำระต่อเดือนถูกลง และผ่อนบ้านหมดเร็วขึ้น
แล้วรีไฟแนนซ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยเหมาะกับใครบ้าง
- เหมาะกับคนที่ต้องการลดดอกเบี้ยบ้านต่อเดือนถูกลง
- เหมาะกับคนที่ต้องการลดระยะเวลาการผ่อนบ้าน เพื่อผ่อนบ้านให้หมดไวขึ้น
- เหมาะกับคนที่ต้องการวงเงินกู้เพิ่มเพื่อซ่อมแซมบ้าน หรือปิดหนี้บัตรเครดิต
ขั้นตอนรีไฟแนนซ์สินเชื่อที่อยู่อาศัย ไม่ยากอย่างที่คิด
ตรวจสอบสัญญากู้บ้าน ตรวจสอบดูว่าสามารถเริ่มทำได้ตอนไหน ซึ่งส่วนมากสัญญาสามารถเริ่มรีไฟแนนซ์ได้เมื่อผ่อนบ้าน-คอนโด ไปแล้ว 3 เดือน

เลือกธนาคารที่ใช่ เพราะเรื่องของดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร จึงต้องนำข้อมูลของหลายธนาคารมาเทียบกัน เพราะถ้าเลือกดีๆ จะได้ธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยที่ถูกที่สุด และช่วยให้ผู้อ่านหลายท่านประหยัดดอกเบี้ยได้นับแสนเลยทีเดียว

เตรียมเอกสาร เอกสารส่วนใหญ่ในการรีไฟแนนซ์มีหลายส่วนที่ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้าคล้ายกับการขอยื่นกู้บ้านใหม่อีกรอบ อาทิ เอกสารส่วนบุคคล, เอกสารทางการเงิน และเอกสารหลักประกัน ซึ่งก็คือตัวบ้านที่กำลังผ่อนอยู่ เพื่อนำมาใช้ค้ำประกัน

ยื่นขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์ เมื่อยื่นเอกสารเพื่อขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์แล้ว ทางธนาคารจะส่งเจ้าหน้าที่มาประเมินราคาหลักประกันเพื่อประกอบการอนุมัติ และเมื่อได้รับการอนุมัติเจ้าหน้าที่ธนาคารจะแจ้งให้ติดต่อธนาคารเดิม เพื่อสอบถามยอดหนี้คงเหลือและนัดวันไถ่ถอน

ทำสัญญาและจดจำนองที่กรมที่ดิน เจ้าหน้าที่จากธนาคารใหม่จะถือสัญญาไปให้เซ็นที่กรมที่ดิน พร้อมๆ กับการไปทำสัญญาจำนองที่กรมที่ดินในวันเดียวกัน
ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์สินเชื่อที่อยู่อาศัย
เมื่อเลือกธนาคารได้แล้วให้ลองนำไปคำนวณหักลบกับเงินที่ประหยัดขึ้นจากการรีไฟแนนซ์ และส่วนมากค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์จะน้อยกว่าการซื้อบ้าน-คอนโดใหม่ โดยปกติแล้วมีค่าใช้จ่ายดังนี้

ค่าประเมินราคา (อาจมีค่าใช้จ่าย หรือไม่มี ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่น)
ค่าจดจำนอง จ่ายให้กรมที่ดิน 1% ของวงเงินกู้
ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงิน(ไม่เกิน 10,000 บาท)
ประกันอัคคีภัย (โดยปกติต้องทำทุก 1-3 ปี ตามกฎหมาย)
ค่าธรรมเนียมอื่นๆ ของธนาคาร
สุดท้ายนี้ Livinginsider หวังว่าบทความนี้น่าจะเป็นแนวทางให้กับผู้อ่านหลายๆ ท่านที่กำลังจะรีไฟแนนซ์สินเชื่อที่อยู่อาศัย มาทำการรีไฟแนนซ์ผ่อนกับธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยถูกกว่าได้เหมือนกัน นอกจากจะทำให้ผ่อนบ้านได้หมดไวแล้วยังมีเงินเหลือเอาไปต่อยอดในการลงทุนได้อีกด้วย

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

ความรู้

#มีทิปเล็กๆน้อยๆ ของการกู้ซื้อบ้าน ของพวกเรา นายหน้าอสังหาริมทรัพย์

โอ๋จดทะเบียนบริษัทมา 1 ปี 10เดือน แต่เราต้องแสดงหลักฐานให้แบงค์เห็นว่าเราทำธุรกิจมานานแล้ว ยิ่งนานยิ่งดี

โอ๋ใช้สำเนาสัญญาเช่าออฟฟิศ ซึ่งเช่ามา 6 ปีแล้วและสำเนาใบเสร็จการซื้อโฆษณากับเวปไซต์ต่างๆ ซึ่ง ของโอ๋ซื้อมาเกิน 10ปี ขอบคุณเวปไซต์ต่างๆที่อุตส่าห์ค้นสำเนามาให้ และสัญญาซื้อขายที่เราเคยขาย

ยิ่งย้อนหลังหลายปียิ่งดี

โอ๋รับเงินเดือนในฐานะพนักงานคนนึง แต่แบงค์ไม่ให้กู้ในนามพนักงาน เพราะถือหุ้นเกิน 20% ต้องกู้ในนามเจ้าของกิจการเท่านั้น

#เอกสารการเสียภาษีต้องครบ

แบงค์ให้ทำรายรับ-รายจ่าย ย้อนหลัง1ปี มั่วไม่ได้นะเพราะตัวเลขต้องแมทซ์กับสเตทเม้น

แบงค์ขอสัญญาซื้อขายที่กรมที่ดินออกให้ทุกทรัพย์ที่เราขายพร้อมสัญญานายหน้าย้อนหลัง 6 เดือน

เอกสารนายหน้าต้องทำกับทุกเคส ถึงไม่ได้ทำสัญญาปิด แต่ทุกครั้งที่เราขายได้ โอ๋จะทำหนังสือนายหน้าให้เจ้าของเซ็นทุกครั้ง ในหนังสือ ระบุบ้านเลขที่ หมู่บ้าน ที่ขาย และค่าคอมที่ได้

#ค่าคอม กรณี #รับเงินสด แบงค์ไม่คำนวนรายได้ให้ #กรณีรับเงินสด ต้องเอาเงินเข้าบัญชีทันที

ธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แบงค์มองว่าเป็นธุรกิจเสี่ยง (ไม่เข้าใจ เสี่ยงตรงไหนหนอ)

#เงินออม สำคัญมาก สำหรับเจ้าของธุรกิจ ต่อให้คุณจะขายดี รายได้เยอะแยะ แต่ถ้าไม่มีเงินออม แบงค์ไม่ให้กู้ เคสเจ้าของกิจการแบงค์ ซีเรียสเรื่องเงินออม

**** เคสโอ๋ แบงค์ขอดูเงินออม X,000,000 เพราะกู้ค่อนข้างเยอะ

****แบงค์ขอดู เล่มทะเบียนรถยนต์ที่เป็นชื่อเราแล้ว และทรัพย์สินที่ปลอดภาระหนี้ (มีหรือไม่มีก็ได้ แต่เงินออมต้องมี)

#แบงค์ส่งจนท.มาตรวจกิจการ ว่าเราทำธุรกิจจริงไหม เราต้องถ่ายรูปกับจนท.(ไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าของต้องถ่าย)

รายได้ของนายหน้า แบงค์คำนวนมาร์จิ้นให้ 25% ของรายรับ เช่น เราขายบ้านได้ค่าคอม 300,000 บาท แบงค์คำนวน รายได้ให้เพียง 75,000 บาท และเอา 75,000 มาคำนวนสัดส่วนผู้ถือหุ้นอีก เพื่อเป็นรายได้จริงๆของเรา

เคสนี้โอ๋ถือหุ้น 98% เลยไม่กระทบมาก #25%น้อยมาก แต่เข้าใจได้ว่าแบงค์ก็ต้องลดความเสี่ยงของตัวเอง

#เคสเจ้าของกิจการ แบงค์ให้เราเป็นหนี้ได้ไม่เกิน 50% ของรายได้

***เช่นรายได้เรา 100,000 เราเป็นหนี้เก่า+หนี้ที่กำลังจะกู้ ได้ไม่เกิน 50,000 บาท

***พนักงานออฟฟิศ เป็นหนี้ได้ 70-80% ของรายได้ #คนไม่เท่ากัน #ความเท่าเทียมอยู่ไหน 555

#บูโรคือสิ่งสำคัญมาก ต่อให้เรามีพร้อมทุกอย่าง แต่วินัยในการชำระหนี้ไม่ดี แบงค์ก็ไม่ให้กู้ และไม่ฟังเหตุผลใดๆทั้งสิ้น #น่ากลัวเนอะ

***โอ๋มีบัตรเครดิตแต่ในชีวิตนี้ไม่เคยเสียดอกเบี้ยให้แบงค์เลย จ่ายเต็มตลอด ดอกเบี้ยบ้ตรเครดิต 18% จะลงทุนอะไรได้ดอกเบี้ยแบบนี้ล่ะ

ปล.โอ๋เป็นคู่สัญญาขายทรัพย์NPAกับหลายธนาคาร และยอดขายแต่ละแบงค์ก็ค่อนข้างสูง น่าจะเป็นจุดที่ทำให้การพิจารณาง่ายขึ้นรึเปล่า แต่ก็ไม่ง่ายนะ555 ส่วนตัวคิดว่ามีส่วน

#เป็นกำลังใจให้เพื่อนๆเอเจ้นทุกคนนะคะ
main-image
profile-avatar
คุณโอ๋ 9 ธันวาคม 2565 19:27
ความรู้
main-image
profile-avatar
บรรณาธิการ Agent Club 7 ธันวาคม 2565 16:13