ความรู้

ความรู้

มาดูว่า เทรนด์อสังหาฯ คนส่วนใหญ่ค้นหาอะไรกันใน Google ปี 2564

วันที่สร้างประกาศ เวลาสร้าง 28 มีนาคม 2565 12:34
1. ความต้องการซื้ออสังหาฯ เกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปี และมักถูกกระตุ้นด้วยสื่อออนไลน์
คนไทยเริ่มมองหาและต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ใหม่ เพราะการเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงชีวิต (life stage) ดังนั้นความต้องการซื้ออสังหาฯ จึงเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับ life stage ของแต่ละบุคคล
ผู้บริโภคค้นหาข้อมูลจากหลากหลายช่องทางก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจของพวกเขา โดยช่องทางหลักที่ลูกค้าเลือกใช้ในการหาข้อมูลคือ สื่อออนไลน์ เช่น วิดีโอรีวิว โซเชียลมีเดีย เว็บไซต์รวบรวมและแนะนำอสังหาฯ
2. เปิดใจรับแบรนด์ใหม่
ผู้ซื้ออสังหาฯ ในไทยมักเริ่มหาข้อมูลด้วยชื่อทำเลและประเภทของอสังหาฯ เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ หรือคอนโด ซึ่งในช่วงเวลานี้ พวกเขาจะยังไม่มีแบรนด์ในดวงใจ เมื่อหาข้อมูลใน Google Search ประกอบการตัดสินใจต่อไปเรื่อยๆ ก็จะเริ่มรู้จักและมีแบรนด์ที่ชอบในใจมากขึ้น และนี่คือโอกาสทองที่ธุรกิจอสังหาฯ ควรทำให้แบรนด์ของตัวเองเป็นที่รู้จัก เพื่อเพิ่มโอกาสการขายในอนาคต
Google Search และ YouTube ได้กลายเป็นเพื่อนคู่ใจอันดับหนึ่งของลูกค้าในการหาข้อมูลเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ เห็นได้ชัดจากการเติบโตของการค้นหาเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากบนทั้งสองช่องทาง
3. ‘ความน่าเชื่อถือ’ เป็นสิ่งที่แบรนด์ไม่ควรมองข้าม
ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือมากกว่าเมื่อก่อน ดังนั้นแบรนด์จึงต้องสร้างความน่าเชื่อถือ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค เพราะปัจจัยหลักที่ลูกค้าพิจารณาในช่วงการหาข้อมูลบนโลกออนไลน์นอกเหนือจากการออกแบบภายนอก ก็คือความน่าเชื่อถือและชื่อเสียงของแบรนด์
3 เคล็ดลับสร้างยอดขายสำหรับนักการตลาดอสังหาริมทรัพย์
1. ให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ในทุกช่องทาง
แบรนด์ต้องเน้นนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องและมีประโยชน์ให้ครบทุกช่องทางที่ลูกค้าใช้หาข้อมูล เช่น Search Engine, YouTube, เว็บไซต์ของแบรนด์ และรีวิวที่เกี่ยวกับแบรนด์ในเว็บไซต์อื่นๆ
2. เตรียมกลยุทธ์การทำ โฆษณาบน Search Ads แบบ Full Funnel
เพราะผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทยทั้งในช่วงของการรับรู้ การพิจารณา และการตัดสินใจซื้อ เลือกใช้ Google Search ในการหาข้อมูล แบรนด์จึงจำเป็นต้องทำการตลาดบน Search Engine (SEM) แบบ Full Funnel เพื่อเข้าถึงลูกค้าในทุก Stage ของกระบวนการตัดสินใจซื้อ
3. ใส่ใจกับเนื้อหาเกี่ยวกับแบรนด์บนสื่อออนไลน์มากขึ้น
การทำการตลาดผ่านสื่อออนไลน์เช่น รีวิวบนเว็บไซต์หรือวิดีโอ มีผลต่อการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์เป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นแบรนด์อสังหาฯ ควรหันมาให้ความสำคัญกับสื่อออนไลน์ให้มากขึ้นเพื่อไม่พลาดโอกาสในการเป็นที่รู้จักในสายตาผู้ซื้อในอนาคต
Source
Think With Google

EasyRent-Bangkok ขอบคุณมากครับ 👍
28/03/2565 18:07

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

ความรู้

#มีทิปเล็กๆน้อยๆ ของการกู้ซื้อบ้าน ของพวกเรา นายหน้าอสังหาริมทรัพย์

โอ๋จดทะเบียนบริษัทมา 1 ปี 10เดือน แต่เราต้องแสดงหลักฐานให้แบงค์เห็นว่าเราทำธุรกิจมานานแล้ว ยิ่งนานยิ่งดี

โอ๋ใช้สำเนาสัญญาเช่าออฟฟิศ ซึ่งเช่ามา 6 ปีแล้วและสำเนาใบเสร็จการซื้อโฆษณากับเวปไซต์ต่างๆ ซึ่ง ของโอ๋ซื้อมาเกิน 10ปี ขอบคุณเวปไซต์ต่างๆที่อุตส่าห์ค้นสำเนามาให้ และสัญญาซื้อขายที่เราเคยขาย

ยิ่งย้อนหลังหลายปียิ่งดี

โอ๋รับเงินเดือนในฐานะพนักงานคนนึง แต่แบงค์ไม่ให้กู้ในนามพนักงาน เพราะถือหุ้นเกิน 20% ต้องกู้ในนามเจ้าของกิจการเท่านั้น

#เอกสารการเสียภาษีต้องครบ

แบงค์ให้ทำรายรับ-รายจ่าย ย้อนหลัง1ปี มั่วไม่ได้นะเพราะตัวเลขต้องแมทซ์กับสเตทเม้น

แบงค์ขอสัญญาซื้อขายที่กรมที่ดินออกให้ทุกทรัพย์ที่เราขายพร้อมสัญญานายหน้าย้อนหลัง 6 เดือน

เอกสารนายหน้าต้องทำกับทุกเคส ถึงไม่ได้ทำสัญญาปิด แต่ทุกครั้งที่เราขายได้ โอ๋จะทำหนังสือนายหน้าให้เจ้าของเซ็นทุกครั้ง ในหนังสือ ระบุบ้านเลขที่ หมู่บ้าน ที่ขาย และค่าคอมที่ได้

#ค่าคอม กรณี #รับเงินสด แบงค์ไม่คำนวนรายได้ให้ #กรณีรับเงินสด ต้องเอาเงินเข้าบัญชีทันที

ธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แบงค์มองว่าเป็นธุรกิจเสี่ยง (ไม่เข้าใจ เสี่ยงตรงไหนหนอ)

#เงินออม สำคัญมาก สำหรับเจ้าของธุรกิจ ต่อให้คุณจะขายดี รายได้เยอะแยะ แต่ถ้าไม่มีเงินออม แบงค์ไม่ให้กู้ เคสเจ้าของกิจการแบงค์ ซีเรียสเรื่องเงินออม

**** เคสโอ๋ แบงค์ขอดูเงินออม X,000,000 เพราะกู้ค่อนข้างเยอะ

****แบงค์ขอดู เล่มทะเบียนรถยนต์ที่เป็นชื่อเราแล้ว และทรัพย์สินที่ปลอดภาระหนี้ (มีหรือไม่มีก็ได้ แต่เงินออมต้องมี)

#แบงค์ส่งจนท.มาตรวจกิจการ ว่าเราทำธุรกิจจริงไหม เราต้องถ่ายรูปกับจนท.(ไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าของต้องถ่าย)

รายได้ของนายหน้า แบงค์คำนวนมาร์จิ้นให้ 25% ของรายรับ เช่น เราขายบ้านได้ค่าคอม 300,000 บาท แบงค์คำนวน รายได้ให้เพียง 75,000 บาท และเอา 75,000 มาคำนวนสัดส่วนผู้ถือหุ้นอีก เพื่อเป็นรายได้จริงๆของเรา

เคสนี้โอ๋ถือหุ้น 98% เลยไม่กระทบมาก #25%น้อยมาก แต่เข้าใจได้ว่าแบงค์ก็ต้องลดความเสี่ยงของตัวเอง

#เคสเจ้าของกิจการ แบงค์ให้เราเป็นหนี้ได้ไม่เกิน 50% ของรายได้

***เช่นรายได้เรา 100,000 เราเป็นหนี้เก่า+หนี้ที่กำลังจะกู้ ได้ไม่เกิน 50,000 บาท

***พนักงานออฟฟิศ เป็นหนี้ได้ 70-80% ของรายได้ #คนไม่เท่ากัน #ความเท่าเทียมอยู่ไหน 555

#บูโรคือสิ่งสำคัญมาก ต่อให้เรามีพร้อมทุกอย่าง แต่วินัยในการชำระหนี้ไม่ดี แบงค์ก็ไม่ให้กู้ และไม่ฟังเหตุผลใดๆทั้งสิ้น #น่ากลัวเนอะ

***โอ๋มีบัตรเครดิตแต่ในชีวิตนี้ไม่เคยเสียดอกเบี้ยให้แบงค์เลย จ่ายเต็มตลอด ดอกเบี้ยบ้ตรเครดิต 18% จะลงทุนอะไรได้ดอกเบี้ยแบบนี้ล่ะ

ปล.โอ๋เป็นคู่สัญญาขายทรัพย์NPAกับหลายธนาคาร และยอดขายแต่ละแบงค์ก็ค่อนข้างสูง น่าจะเป็นจุดที่ทำให้การพิจารณาง่ายขึ้นรึเปล่า แต่ก็ไม่ง่ายนะ555 ส่วนตัวคิดว่ามีส่วน

#เป็นกำลังใจให้เพื่อนๆเอเจ้นทุกคนนะคะ
main-image
profile-avatar
คุณโอ๋ 9 ธันวาคม 2565 19:27
ความรู้
main-image
profile-avatar
บรรณาธิการ Agent Club 7 ธันวาคม 2565 16:13