ความรู้

ความรู้

วิธีการคำนวณ ค่าใช้จ่ายในการโอน ณ กรมที่ดิน

วันที่สร้างประกาศ เวลาสร้าง 8 พฤษภาคม 2565 17:20
คิดแบบไหน เข้าใจง่ายๆ มาดูกันเลย
1. ธรรมเนียมการโอน คิด2%ของราคาประเมินของกรมที่ดิน

2. ภาษีเงินได้

2.1 ผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดา ได้ทรัพย์สินชิ้นนั้นจากการซื้อมา โดยคิดจากราคาประเมินของกรมที่ดิน

2.2 ผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดา ได้ทรัพย์สินชิ้นนั้นมาฟรี! ซึ่งก็จะแบ่งออกเป็น2อย่างคือ

2.2.1 ได้มาจากมรดก(คนตาย) โดยคิดจากราคาประเมินของกรมที่ดิน

2.2.2 ได้มาจากการรับให้(คนเป็นให้มา) รวมถึงได้มาจากพินัยกรรม โดยคิดจากราคาประเมินของกรมที่ดิน

2.3 ผู้ขายเป็นนิติบุคคล คิด1% ของราคาประเมินของกรมที่ดินหรือราคาซื้อขายจริง ตัวเลขไหนสูงกว่าคิดราคานั้น

หมายเหตุ*** วิธีการคำนวณภาษีเงินได้ จะคิดจากจำนวนปีที่ถือครอง ยกตัวอย่างเช่นได้มาปี63 แล้วขายปี64 จะนับเป็น2ปี และเอาราคาประเมินมาคิดคำนวนขั้นต่างภาษีเงินได้รวมกับปีที่ถือครอง เอามาคำนวณในสูตรการคำนวณภาษีเงินได้กันอึกที (ในส่วนนี้ต้องมาศึกษาและเรียนรู้เพิ่มเติม เพราะแต่ละเคส การได้มาไม่เหมือนกัน ฐานภาษีก็ไม่เหมือนกันมูลค่ายิ่งสูงก็ต้องเสียภาษีในอัตราที่สูง(คิดแบบอัตราก้าวหน้า) หรือการได้มาไม่พร้อมกัน ฯลฯ ดังนั้นต้องดูเป็นเคสบายเคส ถึงจะสามารถตอบได้)

3.1 ภาษีธุรกิจเฉพาะ หมายถึงผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดา ได้มาไม่ถึง5ปีบริบูรณ์ (โดยนับวันชนวัน) หรือผู้ขายเป็นนิติบุคคล โดยคิด3.3% ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขายจริงหรือราคาที่ทางผู้ซื้อยื่นขอสินเชื่อกับธนาคาร ตัวเลขไหนสูงกว่าคิดตัวเลขนั้น

3.2 อากรสแตมป์ หมายถึงผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดา ได้มาเกิน5ปีบริบูรณ์ (โดยนับวันชนวัน) โดยจะคิด0.5% ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขายจริงหรือราคาที่ทางผู้ซื้อขอสินเชื่อกับธนาคาร

ข้อยกเว้น…ถ้าผู้ขายได้มาจากมรดก หรือผู้ขายได้ทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยนั้นมา และมีชื่อหลังโฉนดเพียงคนเดียวเท่านั้น(ถ้าเกินตั้งแต่2คนขึ้นไปจะไม่ได้รับสิทธิ์ข้อยกเว้นนี้) และได้โอนชื่อของตัวเองเข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้านหลังที่ขาย(ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเจ้าบ้าน)หรือเคยโอนชื่อไปอยู่บ้านหลังที่ขายรวมแล้วเกิน1ปีบริบูรณ์ ก็จะเสียเป็นอากรสแตมป์

หมายเหตุ***ถ้าสงสัยหรือต้องการสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 081-565-2025

เขียนโดย…นายชาญวิทย์ ศรีสุวรรณ (director)
บริษัทเบสท์แลนด์แอนด์เฮาส์ซิ่ง จำกัด ภายใต้แบรนด์(ERA)

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

ความรู้

#มีทิปเล็กๆน้อยๆ ของการกู้ซื้อบ้าน ของพวกเรา นายหน้าอสังหาริมทรัพย์

โอ๋จดทะเบียนบริษัทมา 1 ปี 10เดือน แต่เราต้องแสดงหลักฐานให้แบงค์เห็นว่าเราทำธุรกิจมานานแล้ว ยิ่งนานยิ่งดี

โอ๋ใช้สำเนาสัญญาเช่าออฟฟิศ ซึ่งเช่ามา 6 ปีแล้วและสำเนาใบเสร็จการซื้อโฆษณากับเวปไซต์ต่างๆ ซึ่ง ของโอ๋ซื้อมาเกิน 10ปี ขอบคุณเวปไซต์ต่างๆที่อุตส่าห์ค้นสำเนามาให้ และสัญญาซื้อขายที่เราเคยขาย

ยิ่งย้อนหลังหลายปียิ่งดี

โอ๋รับเงินเดือนในฐานะพนักงานคนนึง แต่แบงค์ไม่ให้กู้ในนามพนักงาน เพราะถือหุ้นเกิน 20% ต้องกู้ในนามเจ้าของกิจการเท่านั้น

#เอกสารการเสียภาษีต้องครบ

แบงค์ให้ทำรายรับ-รายจ่าย ย้อนหลัง1ปี มั่วไม่ได้นะเพราะตัวเลขต้องแมทซ์กับสเตทเม้น

แบงค์ขอสัญญาซื้อขายที่กรมที่ดินออกให้ทุกทรัพย์ที่เราขายพร้อมสัญญานายหน้าย้อนหลัง 6 เดือน

เอกสารนายหน้าต้องทำกับทุกเคส ถึงไม่ได้ทำสัญญาปิด แต่ทุกครั้งที่เราขายได้ โอ๋จะทำหนังสือนายหน้าให้เจ้าของเซ็นทุกครั้ง ในหนังสือ ระบุบ้านเลขที่ หมู่บ้าน ที่ขาย และค่าคอมที่ได้

#ค่าคอม กรณี #รับเงินสด แบงค์ไม่คำนวนรายได้ให้ #กรณีรับเงินสด ต้องเอาเงินเข้าบัญชีทันที

ธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แบงค์มองว่าเป็นธุรกิจเสี่ยง (ไม่เข้าใจ เสี่ยงตรงไหนหนอ)

#เงินออม สำคัญมาก สำหรับเจ้าของธุรกิจ ต่อให้คุณจะขายดี รายได้เยอะแยะ แต่ถ้าไม่มีเงินออม แบงค์ไม่ให้กู้ เคสเจ้าของกิจการแบงค์ ซีเรียสเรื่องเงินออม

**** เคสโอ๋ แบงค์ขอดูเงินออม X,000,000 เพราะกู้ค่อนข้างเยอะ

****แบงค์ขอดู เล่มทะเบียนรถยนต์ที่เป็นชื่อเราแล้ว และทรัพย์สินที่ปลอดภาระหนี้ (มีหรือไม่มีก็ได้ แต่เงินออมต้องมี)

#แบงค์ส่งจนท.มาตรวจกิจการ ว่าเราทำธุรกิจจริงไหม เราต้องถ่ายรูปกับจนท.(ไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าของต้องถ่าย)

รายได้ของนายหน้า แบงค์คำนวนมาร์จิ้นให้ 25% ของรายรับ เช่น เราขายบ้านได้ค่าคอม 300,000 บาท แบงค์คำนวน รายได้ให้เพียง 75,000 บาท และเอา 75,000 มาคำนวนสัดส่วนผู้ถือหุ้นอีก เพื่อเป็นรายได้จริงๆของเรา

เคสนี้โอ๋ถือหุ้น 98% เลยไม่กระทบมาก #25%น้อยมาก แต่เข้าใจได้ว่าแบงค์ก็ต้องลดความเสี่ยงของตัวเอง

#เคสเจ้าของกิจการ แบงค์ให้เราเป็นหนี้ได้ไม่เกิน 50% ของรายได้

***เช่นรายได้เรา 100,000 เราเป็นหนี้เก่า+หนี้ที่กำลังจะกู้ ได้ไม่เกิน 50,000 บาท

***พนักงานออฟฟิศ เป็นหนี้ได้ 70-80% ของรายได้ #คนไม่เท่ากัน #ความเท่าเทียมอยู่ไหน 555

#บูโรคือสิ่งสำคัญมาก ต่อให้เรามีพร้อมทุกอย่าง แต่วินัยในการชำระหนี้ไม่ดี แบงค์ก็ไม่ให้กู้ และไม่ฟังเหตุผลใดๆทั้งสิ้น #น่ากลัวเนอะ

***โอ๋มีบัตรเครดิตแต่ในชีวิตนี้ไม่เคยเสียดอกเบี้ยให้แบงค์เลย จ่ายเต็มตลอด ดอกเบี้ยบ้ตรเครดิต 18% จะลงทุนอะไรได้ดอกเบี้ยแบบนี้ล่ะ

ปล.โอ๋เป็นคู่สัญญาขายทรัพย์NPAกับหลายธนาคาร และยอดขายแต่ละแบงค์ก็ค่อนข้างสูง น่าจะเป็นจุดที่ทำให้การพิจารณาง่ายขึ้นรึเปล่า แต่ก็ไม่ง่ายนะ555 ส่วนตัวคิดว่ามีส่วน

#เป็นกำลังใจให้เพื่อนๆเอเจ้นทุกคนนะคะ
main-image
profile-avatar
คุณโอ๋ 9 ธันวาคม 2565 19:27
ความรู้
main-image
profile-avatar
บรรณาธิการ Agent Club 7 ธันวาคม 2565 16:13