ความรู้

ความรู้

“ลุมพินี วิสดอม” ระบุการเปิดตัวโครงการอสังหาฯ ใหม่ ช่วงครึ่งแรกของปี 2565 เติบโต 121%

วันที่สร้างประกาศ เวลาสร้าง 26 กรกฎาคม 2565 13:21
“ลุมพินี วิสดอมฯ” ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ เร่งเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยทั้งอาคารชุดและบ้านพักอาศัย ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ในช่วงครึ่งแรกของปี 2565

ทำให้มีอัตราการเติบโตสูงถึง 121% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปี 2564 และมีแนวโน้มเปิดตัวอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 คาดทั้งปีเติบโตไม่น้อยกว่า 20-25% ถึงแม้เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวในช่วงครึ่งหลังของปี
นายประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลุมพินี วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จำกัด บริษัทด้านวิจัยและพัฒนาในเครือบริษัท แอล. พี. เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN)

กล่าวถึงแนวโน้มการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล
ในปี 2565 ว่า ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ยังคงเดินหน้าเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยทั้งอาคารชุดและบ้านพักอาศัยอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นปี 2565 ถึงปัจจุบัน

เฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 (มกราคม-มิถุนายน 2565) มีการเปิดตัวโครงการใหม่ 163 โครงการ คิดเป็นจำนวนหน่วยเปิดตัวทั้งสิ้น 51,946 หน่วย คิดเป็นมูลค่า 188,373 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 121% และ 45% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปี 2564
ในจำนวนโครงการใหม่ที่เปิดตัวทั้งหมดแบ่งเป็นการเปิดตัวโครงการอาคารชุดพักอาศัย 48 โครงการ คิดเป็นจำนวนหน่วยเปิดตัวทั้งสิ้น 30,579 หน่วย คิดเป็นมูลค่า 78,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 231% และ 40% ตามลำดับเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปี 2564 และมีอัตราการขายเฉลี่ยที่ 33% ต่อโครงการต่อเดือน

ในขณะที่เป็นการเปิดตัวโครงการบ้านพักอาศัย 115 โครงการ คิดเป็นจำนวนหน่วยเปิดตัวทั้งสิ้น 21,367 หน่วย คิดเป็นมูลค่า 110,295 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% และ 48% ตามลำดับเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปี 2564 และมีอัตราการขาย เฉลี่ย 12% ต่อโครงการต่อเดือน
บ้านพักอาศัยที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดเป็นบ้านพักอาศัย ประเภททาวน์เฮ้าส์ ที่มีระดับราคา 2-5 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการที่มีจำนวนหน่วยเปิดตัวและหน่วยขายได้สูงที่สุดของบ้านพักอาศัยทุกประเภท โดยมีอัตราการขายเฉลี่ย 12% ต่อโครงการต่อเดือน โดยทำเลที่มีการเปิดตัวทาวน์เฮ้าส์สูงสุด อยู่ในย่านรังสิต-ลำลูกกา
รองลงมา คือ เพชรเกษม-อ้อมน้อย และทำเลศรีนครินทร์-บางนา-สุวรรณภูมิ ในขณะที่บ้านแฝด ที่ระดับราคา 3-6 ล้านบาท เป็นกลุ่มที่มีอัตราขายเฉลี่ย 11% เปิดตัวสะสมสูงสุดในทำเลบางใหญ่-ราชพฤกษ์ รองลงมาคือ บางนา-ตราด-สุวรรณภูมิ และบ้านเดี่ยว เปิดใหม่ระดับราคา 6-10 ล้านบาท อัตราขายเฉลี่ย 13% เปิดตัวสะสมในทำเล บางใหญ่-ราชพฤกษ์ รองลงมาคือ ประชาอุทิศ-พุทธบูชา
ในขณะที่แนวโน้มการเปิดตัวโครงการที่พักอาศัยในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 จากการสำรวจของ “ลุมพินี วิสดอมฯ” พบว่า ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ยังคงมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้แนวโน้มเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 จะชะลอตัวซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ที่ผลักดันในราคาน้ำมัน และราคาสินค้าอุปโภคและบริโภค ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อในประเทศไทยแตะระดับ 7.66% ในเดือนมิถุนายน 2565 ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อที่สูงที่สุดในรอบ 13 ปี ทำให้อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยครึ่งปีแรก 2565 อยู่ที่ 5.61% ทำให้ราคาวัสดุก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้นไม่น้อยกว่า 5% ก็ตาม
แต่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ยังคงเดินหน้าเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเปิดตัวอาคารชุดพักอาศัย เนื่องจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ได้มีการชะลอแผนการเปิดตัวโครงการมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563-2564

ทำให้จำนวนสินค้าที่พร้อมขายในตลาดลดลง จำเป็นที่จะต้องเปิดตัวโครงการอาคารชุดใหม่ เพื่อสร้างฐานลูกค้าและรายได้ในปี 2565-2567 เนื่องจากโครงการอาคารชุดพักอาศัย ต้องใช้ระยะเวลาก่อสร้างและส่งมอบ 18-24 เดือน
แต่อย่างไรก็ตามสถานการณ์ความไม่แน่นอนของการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัส สายพันธ์ใหม่ 2019 (COVID-19) สายพันธ์โอมิครอน BA.4-BA.5 และความผันผวนของเศรษฐกิจที่เกิดจากสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ส่งกระทบต่อระดับราคาน้ำมันและราคาสินค้าอุปโภค บริโภค

รวมทั้งภาคการส่งออก และการท่องเที่ยวของไทย ทำให้ “ลุมพินี วิสดอม” ได้มีการจัดทำความเป็นไปได้ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล์ โดยคำนึงถึง การเติบโตทางเศรษฐกิจ สถานการณ์สงคราม และการแพร่ระบาดของ COVID-19 เป็น 3 ฉากทัศน์ (3-Scenario) ดังต่อไปนี้
-กรณีที่ดีที่สุด (Best Case) : เศรษฐกิจเติบโตที่ 3.5-4% อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีต่ำกว่า 5% สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนคลี่คลาย ระดับราคาน้ำมันต่ำกว่า 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

การเปิดตัวโครงการอสังหาฯ ใหม่ ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล จะอยู่ที่ 90,000-102,000 หน่วย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 333,000-408,000 ล้านบาท หรือมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 25-54% เมื่อเทียบกับปี 2564 เป็นอัตราเติบโตที่ใกล้เคียงกับปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนเกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19
-กรณีเติบโตปกติ (Base Case) : เศรษฐกิจเติบโตที่ 2.5-3% อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 5-7% สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนคลี่คลายในไตรมาส 4 ของปี ระดับราคาน้ำมันไม่เกิน 120 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล การเปิดตัวโครงการอสังหาฯ ใหม่ ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล จะอยู่ที่ 78,000-84,000 หน่วย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 288,000-336,000 ล้านบาท หรือมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 9-27%เมื่อเทียบกับปี 2564
-กรณีแย่ที่สุด (Worst Case) : เศรษฐกิจเติบโตต่ำกว่า 2% อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีสูงกว่า 7% สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนยังไม่คลี่คลาย ระดับราคาน้ำมันสูงกว่า 120 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล การเปิดตัวโครงการอสังหาฯ ใหม่ ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล จะอยู่ที่ 60,000-72,000 หน่วย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 240,000-288,000 ล้านบาท หรือมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 5% ถึงอาจจะติดลบ 10% ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เมื่อเทียบกับปี 2564
“จาก 3 ฉากทัศน์ “ลุมพินี วิสดอม” คาดว่า ความเป็นไปได้ที่การเปิดตัวโครงการใหม่ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล จะมีอัตราการเติบโตได้ตามกรณีอัตราการเติบโตปกติ (Base Case) เนื่องจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ จำเป็นที่จะต้องเปิดตัวโครงการใหม่โดยเฉพาะอาคารชุดพักอาศัย เพื่อชดเชยกับจำนวนสินค้าคงเหลือที่ลดลง และเพิ่มปริมาณสินค้าเข้าสู่ตลาด

เพื่อสร้างรายได้ในอนาคตให้กับองค์กร ในขณะที่ความต้องการซื้อในตลาดยังคงมีอยู่โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยที่ระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อหน่วย” นายประพันธ์ศักดิ์กล่าว

Anawin ขอบคุณมากครับ 🤗
26/07/2565 13:26

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

ความรู้

อยากเป็นเอเจนอสังหาฯ จะเริ่มอย่างไรดี? คำถามยอดฮิต จากคนใหม่ๆ ที่ต้องการเริ่มต้นในอาชีพนี้

รายได้ที่เพิ่มขึ้น ความอิสระในการบริหารจัดการเวลาด้วยตนเอง และทุนเริ่มต้นที่ไม่สูง คือปัจจัยหลักที่ดึงดูดให้คนใหม่ๆ เข้ามาในแวดวงนี้

โอ๋เริ่มเพราะตกงาน ซึ่งเป็นสาเหตุเรื่องของต้องการรายได้เพิ่มขึ้น เรียกง่ายๆว่า ต้องการเอาตัวรอด นั่นเอง

ถึงแม้จะเริ่มด้วยการเอาตัวรอด แล้วรอดมาได้จริงๆ ก็ไม่อยากให้ใครต้องไปเดินตามเส้นทางนั้นเลยค่ะ สมองที่ต้องคิดตลอดเวลาว่า จะออกไปกับลูกค้าอย่างไร?

ในเมื่อไม่มีเงินติดกระเป๋าสักบาท ที่หอไม่มีอินเตอร์เน็ต คอมพิวเตอร์ก็ไม่มีใช้เพราะขายกินหมดแล้ว แต่คืนนี้ต้องเตรียม viewing list โชว์ลูกค้า

ยืมตังค์ชาวบ้าน เพื่อแก้ปัญหา? ยืมหมดจนไม่มีใครอยากรับโทรศัพท์ 😊 ชีวิตที่โคตรดาร์ค ผ่านมาหมดแล้ว และไม่อยากให้ใครต้องเดินทางเส้นหุบเหว และดงหนามคมนั้นมาอีก

การเริ่มต้นที่ง่ายและปลอดภัย สำหรับคนใหม่ๆ ที่ไม่มีเงินเก็บ ไม่พร้อมสำหรับความเสี่ยงแบบคนที่เป็นนักลงทุน โอ๋มักบอกคนใหม่เสมอว่า "

ไปเป็นเอเจนกับบริษัทสักที่ เก็บเงิน เก็บประสบการณ์ ให้อุ่นใจเวลาเกิดปัญหา และดูแลตัวเองได้สักหน่อย ค่อยบินเดี่ยว"

ไม่ใช่ว่าประสบการณ์เลวร้ายจะไม่ให้ประโยชน์นะคะ แต่เราไม่จำเป็นต้องเสียแรงไปกับเรื่องที่จัดการได้ล่วงหน้า เอาแรง เอาสมองไปคิดเรื่องเดินไปข้างหน้า ดีกว่าแก้ปัญหารายวันกันเถอะ
main-image
profile-avatar
Naowarat 1 ตุลาคม 2565 14:58