เกี่ยวกับคนเขียน
Naowarat

ความรู้

ความรู้

มีเพื่อนเอเจนถามกันมาเยอะเลยค่ะ ว่าอยากทำเคสต่างชาติบ้าง จะทำได้ไหม จะทำไงดี

Naowarat
วันที่สร้างประกาศ เวลาสร้าง 3 กันยายน 2565 11:41
ลูกค้าชาติไหนๆ เขาก็มีเอเจนที่พูดภาษาเขาอยู่ที่นี่ เช่น เอเจนจีน เอเจนที่เป็นฝรั่ง ญี่ปุ่น เยอะแยะไปหมด จะแข่งกับเขาได้ไหม?

อยากบอกตรงนี้เลยค่ะ อย่าปรามาสความเป็นไทยเจ้าถิ่น ความเป็นคนที่เกิดและโตในแผ่นดินนี้ และอย่าคิดว่าความเป็นคนไทยที่ไม่เคยไปเติบโตที่ต่างประเทศไหนๆ เราจะสู้เขาไม่ได้

กล้าพูดเลยค่ะ เราอาจไม่เก่งภาษาอังกฤษ หรือภาษาต่างด้าวมาตั้งแต่เกิด แต่นั่นแปลว่า เราเป็นคนที่สามารถพูดได้หลายภาษานะคะ Thai mother tongue และเป็น English speaker ด้วย มันจะไม่คล่องบ้างก็ฝึกเอาค่ะ โอ๋ก็ฝึกเอา

เข้ากรุงเทพใหม่ๆ ฟังไม่รู้เรื่อง โดนฝรั่งลากเข้าห้อง เพราะฟังเขารู้เรื่องไม่ถึง 10% เขาพูดอังกฤษสำเนียง Wales เร็วปรี๊ดปรื๋อ นี่ก็ Yes yes อย่างเดียวแบบสาวไทยนิสัยดีที่กลัวเสียหน้าในยุคนั้น…เกือบเสียเมืองให้สหราชอาณาจักรโดยอุบัติเหตุแล้วมั๊ยล่ะ 😉

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เก็บประสบการณ์เคสโอนกรรมสิทธิ์ต่างชาติเยอะ เพราะรับจ้างทำโอนด้วย ช่วยงานเพื่อนทนายที่เปิด law firm เขาไม่มีคนช่วยงาน เราว่างก็ช่วยทำ ได้เก็บประสบการณ์ด้วย และรู้เลยว่า ความเป็นคนท้องถิ่นมันช่วยอะไรเรามากมายในการติดต่อประสานงาน

และดำเนินการเอกสารที่ซับซ้อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็บ้อแบ้ภาษาอังกฤษ ลูกค้ายิ่งแล้วใหญ่ การที่ต้องมาเซ็นอะไรที่เป็นเอกสารไทยล้วนๆ ที่กรมที่ดิน ถ้าไม่ปูทางมาดีๆ ถึงหน้างาน เอเจนปาดเหงื่อทุกราย ตรงไหนต้องเซ็น เซ็นทำไม อธิบายเขาได้ไหมล่ะ เป็นภาษาอังกฤษน่ะ

มีเคสนึง เป็นเอเจนฝรั่งค่ะ มีประสบการณ์ขายมาจากต่างประเทศ อยู่เมืองไทยมาหลายปี แต่ด้วยความเป็นฝรั่ง บางทีก็คิดว่าตัวเองรู้ดีไปซะหมด ชีปิดขายลูกค้าจีน ที่มีสามีเป็น Italian ได้ค่ะ

แต่ความสัมพันธ์กับลูกค้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะอย่างที่รู้ ช่องว่างทางวัฒนธรรมมันกว้างมาก บางทีชีก็หงุดหงิดที่ลูกค้าถามเยอะในคำตอบที่ ชีก็ไม่รู้จริงๆล่ะว่า ทำไมต้องทำอย่างนั้น

วันไปโอน โอ๋ก็ไปช่วยรับลูกค้า ช่วยรับ FET ช่วยรับเช็ค จากแบงค์ เพราะลูกค้าโอนเงินเข้าบริษัทของชี ปกติเอเจนควรเผื่อเวลารับเอกสารเหล่านี้สัก 1 วันล่วงหน้า นี่จะโอนบ่าย แกมาช่วงสาย และทะเลาะกับลูกค้าแล้วหนึ่งยก เพราะตอบไม่ได้ว่าทำไมต้องใช้ชื่อพ่อแม่ของพวกเขาในกระบวนการโอนด้วย

ชีตอบลูกค้าว่า “ It is what the government wants. That’s it. Don’t ask me. This country has their own complicated process we have to follow through.”

พร้อมน้ำเสียงกระฟัดกระเฟียด เพราะผู้ขายแจ้งมาทางโทรศัพท์ว่าเอกสารส่วนตัวฝั่งเขาก็ยังไม่เรียบร้อย เอิ่มมมนะ ยุ่งดีแท้

ลูกค้าทำท่าไม่พอใจ “ You are the agent. How come you didn’t know the reason.?” ชีก็เถียงลูกค้ากลับว่า เค้าขอมาก็ให้เถอะ จะอะไรกะชั้นนักหนาวะ จะไม่ไหวแล้วนะ …

ในฐานะเอเจนคนหนึ่ง ที่นั่งตรงนั้นและกำลังเป็นกรรมการห้ามมวย ก็ช่วยตอบลูกค้าไปว่า “ It is the process of identity confirmation at the Land Department.” เรียบง่ายแค่นั้น

ลูกค้าก็สงบลงและกล่าวว่า “ That’s it. We just curious. And if she can’t answer, why she didn’t ask other professional to help. Gosh. You come from the law firm right? If we don’t have you today, we might cancel the deal. This agent is insane….”

ส่งลูกค้าขึ้นรถไปล่วงหน้าแล้ว ก็มาช่วยเอเจนฝรั่งที่ counter ธนาคารต่อ สัญญาที่ทาง law firm ร่างให้ ไม่ถูกใจ และจะประหยัดตังค์ จ้างไปโอนอย่างเดียวถูกกว่า ชีก็ให้เด็กในออฟฟิศทำให้ใหม่ พิมพ์อย่างใจ และมีปัญหาเพราะพิมพ์ชื่อคอนโดผิด แบงค์จะไม่ออก FET ให้ ด้วยความเป็นฝรั่ง ขี้โมโห แกก็เริ่มแม๊งแตกกับธนาคาร ซึ่งไม่ช่วยอะไร เพราะน้องเทลเลอร์ก็ฟังภาษาอังกฤษไม่เข้าใจ และยืนยันจะไม่ออกเอกสารให้ ยืนช่วยเคลียร์อยู่สักพัก ก็จบงานได้

ขึ้นรถแท๊กซี่มาด้วยกัน แกก็เริ่มระบาย ความเฮงซวย ป่นปี้ ที่หากไม่มีคนไทยหัวดำๆ ฉลาดๆ และเข้าใจกระบวนการมาช่วยในวันนี้ คงซี้แหง ว่าแล้วก็ควักเงินสดค่าภาษี ค่าธรรมเนียมมานับบนรถ นี่ก็ถามว่า ทำไมไม่คำนวณล่วงหน้าแล้วออกเช็คสั่งจ่ายกระทรวงการคลังมา

หิ้วเงินสดมาเป็นแสนๆเนี่ยมันอันตราย แกก็ว่า “ I don’t trust it. But, yes it’s so crazy. And I didn’t have time for calculations… Damn it!” แล้วรถก็ถูกชนท้ายค่ะค่ะ ปัง! เรียกหาอะไรก็ได้อันนั้น วันไปโอน อย่าอารมณ์เสียนะคะทุกคน มันขัดลาภ นี่ขนาดนั่งรถไปสวดมนต์ไป ยังเกิดอุบัติเหตุ 🤣

ได้ผล แกเริ่มได้สติ เก็บเงินเข้าถุง พร้อมกับคนขับแท็กซี่ลงไปเฉ่งกับคู่กรณี ดีว่าไม่ถึง 200 เมตรก็ถึงสำนักงานที่ดินแล้ว เลยขอเขาเดินลง นี่ถ้านั่งไปด้วยอีกไกล ใครจะรู้ว่าอาจถูกลากไปปาดคอ เพราะแท็กซี่ก็เหลือบมองหลายรอบตอนเอเจนฝรั่งนับเงินเป็นฟ่อนๆ หลุดไม้หลุดมือ อยู่เบาะหลัง

ถึงสำนักงานที่ดิน ช่องที่มาทำนัดหมายไว้ ก็ไหลลื่นตามกระบวนการ แบบไทย ใช้พี่คะพี่ขานิดหน่อย ช่วยแนะนำทีค่ะ อ่อนน้อม ขอความช่วยเหลือ ซึ่งฝรั่งบางคนมองว่ามันคือการ Fake การลดศักดิ์ศรี

แต่สำหรับเราคนไทย มันคือเรื่องของความสัมพันธ์ เรื่องของวัฒนธรรม ที่ไม่ได้ฝืนใจอะไรมาก เราโตมาแบบนี้อยู่แล้ว ไม่ได้บอกว่าอะไรดีกว่าอะไร แต่ถ้าแบบไหนมันเวิร์ค เราก็แค่ใช้อันนั้น

จำไว้นะคะ เราเป็นเอเจนไทย หัวใจอินเตอร์ จงภูมิใจในความรู้ลึกซึ้งในพื้นที่ของเรา เพราะมันเป็น Unfair advantage ของ คนพื้นที่เท่านั้น

เราสามารถเป็น Local expert และเป็นสุดยอด Government liaison ที่ต่างชาติคนไหนก็เทียบยาก อย่างน้อย โฉนดเลขไทย ไม่ใช่คนไทยก็อ่านไม่ออกล่ะ (วะ) ^^

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

ดูหัวข้ออื่นเพิ่มเติม