ความรู้

ความรู้

เคยสงสัยกันมั้ยว่า คำว่า "ซอยอารีย์" มาจากไหน?

matching
วันที่สร้างประกาศ เวลาสร้าง 15 กันยายน 2565 12:27
นั่งหาที่ดินอยู่แล้วเจอประวัติของเส้นอารีย์ สืบเนื่องจากโพสของเพจ Socialgiver ที่เกริ่นเรื่องประวัติศาสตร์ความเป็นมาของซอยอารีย์ เลยทำให้เข้าไปค้นใน google ได้ความว่า….

ย่านนี้มีประวัติยาวนานไปถึงสมัย ร. 5
ใครทราบบ้างว่า คำว่า "ซอยอารีย์" มาจากไหน?
จึงขออนุญาติมาแชร์สิ่งที่คุณพ่อ (ท่านเกิดปี 2475 และเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อเดือน ก.ค. ปีนี้ด้วยวัย 89 ปลายๆ) เคยเล่าให้ฟังว่า ที่ซอยอารีย์นั้น เมื่อก่อนเป็นทุ่งนา เมื่อตอนที่คุณพ่อมาซื้อที่ตรงนี้ (เกือบ 70 ปีมาแล้ว) ก็ยังเป็นทุ่งนาอยู่ค่ะ เรียกว่าสร้างบ้านกลางทุ่งนาเลยทีเดียว
คุณพ่อเล่าว่า ที่ตรงนี้เป็นของแขกค่ะ ชื่อนายอารี (หรือ อาลี? ... อันนี้ความคิดส่วนตัวนะคะ) นามสกุล กาติ๊บ .... เรื่องนี้คุณพ่อเล่าให้ฟังตั้งแต่ตัวเองยังเด็ก

จำชื่อนี้ได้ดี พ่อบอกว่า ชื่อซอยก็ตั้งตามชื่อเจ้าของที่ค่ะ เท็จจริงประการใด ไม่ทราบได้ คุณพ่อก็เสียไปแล้ว เป็นอันว่า ซอยอารีย์ ตั้งชื่อตามเจ้าของที่นั่นเอง
และเมื่อสมัยก่อน ตอนที่เจ้าของโพสยังเด็ก ป้ายชื่อซอยนี้ สะกดว่า "อารี" ไม่มี ย. การันต์ นะคะ แต่จำไม่ได้ ว่า อารี มี "ย์" ตั้งแต่เมื่อไหร่?
หากสมาชิกในนี้มีใครที่วัยใกล้เคียงกับดิฉัน ช่วยมาแชร์ความรู้ก็ดีนะคะ
ตัวเองย้ายมาอยู่ที่ซอยอารี เมื่อประมาณ 50 ปีที่แล้วค่ะ แต่ตัวบ้าน, คุณพ่อปลูกเสร็จก่อนย้ายมาอยู่จริง ร่วมสิบปี ตอนมาอยู่ใหม่ๆ มีแค่ตึกแถวปากซอย (สนั่นนภาตอนนี้) ฝั่งตรงข้ามเป็นห้างเล็ก ๆ ชื่อ Thai Y T หรือ ไทย ย่ง เตียง (ปัจจุบันคือตึก IBM)

และก็มีโรงโบว์ลิ่ง นอกนั้น ไม่มีอะไรเลย ตึกแถวตรงร้านเหลาเหลา ก็มาทีหลังนานมาก จากบ้านไปทางอนุสาวรีย์ชัยฯ มีตึกแถวแค่ประปรายเอง ปากซอยอารี มีแค่ร้านอาหารเล็กน้อย (ไม่เรียงกันเป็นพรืดเหมือนปัจจุบัน)

ร้านที่ดังๆ คือร้านไต้ฮกไอสครีม 🥰 หัวมุมซอย 1 เป็นร้านขายของชำ 2 คูหาเหมือน Supermarket ย่อมๆ ขายเนื้อหมูสดด้วย
ความเจริญค่อย ๆ ขยายมาทางซอยอารี เมื่อราวๆ 30 มานี้เองค่ะ มาเจริญเอาจริงๆ จังๆ และรวดเร็ว ก็ตั้งแต่ ธ กสิกร ย้ายมาตั้ง สนง ใหญ่ที่นี่ ตามมาด้วยตึก IBM ตึก พหลโยธินพลาซ่า จากนั้นมา คอนโดต่างๆ ก็ตามมาเป็นฝูง .... ย่านนี้ก็เจริญมาเรื่อย จนเป็นหนึ่งในย่าน Hip ของกรุงเทพฯ ในปัจจุบันนี้
ขอบคุณความรู้ดีๆ จาก
คุณปริณวัชญณ์ คณะภัควรรษณ์
matching property

ติดตามเพิ่มเติม ได้ที่
https://www.facebook.com/Ex.state

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

ความรู้

#มีทิปเล็กๆน้อยๆ ของการกู้ซื้อบ้าน ของพวกเรา นายหน้าอสังหาริมทรัพย์

โอ๋จดทะเบียนบริษัทมา 1 ปี 10เดือน แต่เราต้องแสดงหลักฐานให้แบงค์เห็นว่าเราทำธุรกิจมานานแล้ว ยิ่งนานยิ่งดี

โอ๋ใช้สำเนาสัญญาเช่าออฟฟิศ ซึ่งเช่ามา 6 ปีแล้วและสำเนาใบเสร็จการซื้อโฆษณากับเวปไซต์ต่างๆ ซึ่ง ของโอ๋ซื้อมาเกิน 10ปี ขอบคุณเวปไซต์ต่างๆที่อุตส่าห์ค้นสำเนามาให้ และสัญญาซื้อขายที่เราเคยขาย

ยิ่งย้อนหลังหลายปียิ่งดี

โอ๋รับเงินเดือนในฐานะพนักงานคนนึง แต่แบงค์ไม่ให้กู้ในนามพนักงาน เพราะถือหุ้นเกิน 20% ต้องกู้ในนามเจ้าของกิจการเท่านั้น

#เอกสารการเสียภาษีต้องครบ

แบงค์ให้ทำรายรับ-รายจ่าย ย้อนหลัง1ปี มั่วไม่ได้นะเพราะตัวเลขต้องแมทซ์กับสเตทเม้น

แบงค์ขอสัญญาซื้อขายที่กรมที่ดินออกให้ทุกทรัพย์ที่เราขายพร้อมสัญญานายหน้าย้อนหลัง 6 เดือน

เอกสารนายหน้าต้องทำกับทุกเคส ถึงไม่ได้ทำสัญญาปิด แต่ทุกครั้งที่เราขายได้ โอ๋จะทำหนังสือนายหน้าให้เจ้าของเซ็นทุกครั้ง ในหนังสือ ระบุบ้านเลขที่ หมู่บ้าน ที่ขาย และค่าคอมที่ได้

#ค่าคอม กรณี #รับเงินสด แบงค์ไม่คำนวนรายได้ให้ #กรณีรับเงินสด ต้องเอาเงินเข้าบัญชีทันที

ธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แบงค์มองว่าเป็นธุรกิจเสี่ยง (ไม่เข้าใจ เสี่ยงตรงไหนหนอ)

#เงินออม สำคัญมาก สำหรับเจ้าของธุรกิจ ต่อให้คุณจะขายดี รายได้เยอะแยะ แต่ถ้าไม่มีเงินออม แบงค์ไม่ให้กู้ เคสเจ้าของกิจการแบงค์ ซีเรียสเรื่องเงินออม

**** เคสโอ๋ แบงค์ขอดูเงินออม X,000,000 เพราะกู้ค่อนข้างเยอะ

****แบงค์ขอดู เล่มทะเบียนรถยนต์ที่เป็นชื่อเราแล้ว และทรัพย์สินที่ปลอดภาระหนี้ (มีหรือไม่มีก็ได้ แต่เงินออมต้องมี)

#แบงค์ส่งจนท.มาตรวจกิจการ ว่าเราทำธุรกิจจริงไหม เราต้องถ่ายรูปกับจนท.(ไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าของต้องถ่าย)

รายได้ของนายหน้า แบงค์คำนวนมาร์จิ้นให้ 25% ของรายรับ เช่น เราขายบ้านได้ค่าคอม 300,000 บาท แบงค์คำนวน รายได้ให้เพียง 75,000 บาท และเอา 75,000 มาคำนวนสัดส่วนผู้ถือหุ้นอีก เพื่อเป็นรายได้จริงๆของเรา

เคสนี้โอ๋ถือหุ้น 98% เลยไม่กระทบมาก #25%น้อยมาก แต่เข้าใจได้ว่าแบงค์ก็ต้องลดความเสี่ยงของตัวเอง

#เคสเจ้าของกิจการ แบงค์ให้เราเป็นหนี้ได้ไม่เกิน 50% ของรายได้

***เช่นรายได้เรา 100,000 เราเป็นหนี้เก่า+หนี้ที่กำลังจะกู้ ได้ไม่เกิน 50,000 บาท

***พนักงานออฟฟิศ เป็นหนี้ได้ 70-80% ของรายได้ #คนไม่เท่ากัน #ความเท่าเทียมอยู่ไหน 555

#บูโรคือสิ่งสำคัญมาก ต่อให้เรามีพร้อมทุกอย่าง แต่วินัยในการชำระหนี้ไม่ดี แบงค์ก็ไม่ให้กู้ และไม่ฟังเหตุผลใดๆทั้งสิ้น #น่ากลัวเนอะ

***โอ๋มีบัตรเครดิตแต่ในชีวิตนี้ไม่เคยเสียดอกเบี้ยให้แบงค์เลย จ่ายเต็มตลอด ดอกเบี้ยบ้ตรเครดิต 18% จะลงทุนอะไรได้ดอกเบี้ยแบบนี้ล่ะ

ปล.โอ๋เป็นคู่สัญญาขายทรัพย์NPAกับหลายธนาคาร และยอดขายแต่ละแบงค์ก็ค่อนข้างสูง น่าจะเป็นจุดที่ทำให้การพิจารณาง่ายขึ้นรึเปล่า แต่ก็ไม่ง่ายนะ555 ส่วนตัวคิดว่ามีส่วน

#เป็นกำลังใจให้เพื่อนๆเอเจ้นทุกคนนะคะ
main-image
profile-avatar
คุณโอ๋ 9 ธันวาคม 2565 19:27
ความรู้
main-image
profile-avatar
บรรณาธิการ Agent Club 7 ธันวาคม 2565 16:13