feature
icon   152

ติดตาม

icon   0

กำลังติดตาม

icon   194

โพสที่สร้าง

ความรู้

อยากเป็นเอเจนอสังหาฯ จะเริ่มอย่างไรดี? คำถามยอดฮิต จากคนใหม่ๆ ที่ต้องการเริ่มต้นในอาชีพนี้

รายได้ที่เพิ่มขึ้น ความอิสระในการบริหารจัดการเวลาด้วยตนเอง และทุนเริ่มต้นที่ไม่สูง คือปัจจัยหลักที่ดึงดูดให้คนใหม่ๆ เข้ามาในแวดวงนี้

โอ๋เริ่มเพราะตกงาน ซึ่งเป็นสาเหตุเรื่องของต้องการรายได้เพิ่มขึ้น เรียกง่ายๆว่า ต้องการเอาตัวรอด นั่นเอง

ถึงแม้จะเริ่มด้วยการเอาตัวรอด แล้วรอดมาได้จริงๆ ก็ไม่อยากให้ใครต้องไปเดินตามเส้นทางนั้นเลยค่ะ สมองที่ต้องคิดตลอดเวลาว่า จะออกไปกับลูกค้าอย่างไร?

ในเมื่อไม่มีเงินติดกระเป๋าสักบาท ที่หอไม่มีอินเตอร์เน็ต คอมพิวเตอร์ก็ไม่มีใช้เพราะขายกินหมดแล้ว แต่คืนนี้ต้องเตรียม viewing list โชว์ลูกค้า

ยืมตังค์ชาวบ้าน เพื่อแก้ปัญหา? ยืมหมดจนไม่มีใครอยากรับโทรศัพท์ 😊 ชีวิตที่โคตรดาร์ค ผ่านมาหมดแล้ว และไม่อยากให้ใครต้องเดินทางเส้นหุบเหว และดงหนามคมนั้นมาอีก

การเริ่มต้นที่ง่ายและปลอดภัย สำหรับคนใหม่ๆ ที่ไม่มีเงินเก็บ ไม่พร้อมสำหรับความเสี่ยงแบบคนที่เป็นนักลงทุน โอ๋มักบอกคนใหม่เสมอว่า "

ไปเป็นเอเจนกับบริษัทสักที่ เก็บเงิน เก็บประสบการณ์ ให้อุ่นใจเวลาเกิดปัญหา และดูแลตัวเองได้สักหน่อย ค่อยบินเดี่ยว"

ไม่ใช่ว่าประสบการณ์เลวร้ายจะไม่ให้ประโยชน์นะคะ แต่เราไม่จำเป็นต้องเสียแรงไปกับเรื่องที่จัดการได้ล่วงหน้า เอาแรง เอาสมองไปคิดเรื่องเดินไปข้างหน้า ดีกว่าแก้ปัญหารายวันกันเถอะ
main-image
profile-avatar
Naowarat 4 ปีที่แล้ว
ความรู้

Qualified leads….ว่าที่ลูกค้าที่มีคุณภาพ มีวิธีดูอย่างไร?

ธรรมชาติของ online leads สำหรับ Project sale, อัตราการปิด 2-5% คือ ปกติ

ถ้า Resale open listing ทั้งเช่าทั้งขาย คละกัน ปิดโดย experience agent (ข้อมูลเก็บเองส่วนตัว) คือ 27%

ส่วน Exclusive listing ที่ RE/MAX global เก็บข้อมูลมา คือ 15 visits ในทรัพย์นั้นๆ ต้องปิดแน่นอน และจะให้มี 15 visits จนปิดได้ คือต้องมี 6-7 leads ต่อเดือนในทรัพย์นั้นๆ

เป็นธรรมดาที่เราจะต้องเจอคนไม่ใช่ เป็นร้อยๆ กว่าที่จะทำงานสำเร็จ เพราะมันเป็นงานของเราค่ะ ถึงจะเบื่อยังไงก็ต้องผ่านไปให้ได้ เหมือนหมอผ่าตัด ที่ถึงจะเหม็นคาวเลือด เหม็นหนองยังไง ก็ต้องเจอทุกวัน

การทำงานและเก็บสถิติ ข้อมูลในอดีต ช่วยทำนายอนาคตและวางแผนงานได้

หน้าที่เจ้าของธุรกิจ คือคุม cost per lead ไม่ใช่ทำไปเรื่อยเปื่อย ปีนี้จ่ายค่าโฆษณาเว็ปต่างๆ ไป 2 แสน ปิดได้ล้านกว่า สบายใจละ…. จริงดิ?

คิดสะระตะ ค่าน้ำมัน ค่าข้าว ค่าเงินเดือนแอดมิน ภาษี ค่าออฟฟิศ ค่าออกงาน ค่าเงินเดือนตัวเอง บลาๆๆๆ เอ๊ย! คุ้มจริงอ่ะ?

อ้าว พูดเรื่อง leads ไถลไปเรื่อง cost 🤣

กว่าจะปิดขายได้ มีหลายขั้นตอนรวมทั้งการคัดกรอง leads ด้วยนา

Leads คุณภาพคือคนที่พร้อมซื้อ และสามารถซื้ออสังหาริมทรัพย์นั้นๆได้

คนที่ถามอะไรก็ไม่บอก ถึงแม้จะทำดีแล้วในการ build rapport ก็ยังอมพะนำ ไม่ยอมบอก ได้แต่พูดว่า “งบเปิด” ขอให้ส่งมาเหอะ เรื่อยๆ นี่เรียกว่า “ Qualified “ ไหม?

ถ้าไม่ใช่ แล้วแบบไหนที่ใช? เขียนไว้ไหม? เจ้าของบริษัทหรือหัวหน้าทีมรู้คนเดียว แต่เอเจนในทีมไม่รู้ ก็เสียหายเหมือนเดิม….

เวลาลูกค้าทักมา ถ้าเป็น Exclusive listing จะบอกเลยว่า “ยังว่างค่ะ นัดชมเมื่อไหร่ดีคะ” ถ้าบอกกำหนดวันแล้ว ใช้เทคนิคคัดกรองอีกที ว่า location ตรงตามต้องการแน่ๆ ไม่ให้เสียเวลาด้วยการส่ง location ให้ดู “ ไกลไปไหมคะ? ห่างบีทีเอสมากไปไหม? ห่างออฟฟิตเกินไปไหม?

“ ถ้าเขาบอกว่า “อ้าว ไกลนี่นา ไม่ไปละ “ จะได้ไม่ต้องโชว์หลังนี้ จะได้เปลี่ยนเป็นสัมภาษณ์ เพื่อหาสิ่งที่เขาต้องการต่อไป

“ดีนะคะ ที่รู้ location ก่อน ไม่งั้นเสียเวลาคุณลูกค้าแย่เลย ถ้าสะดวกจะให้โอ๋ดูแลต่อ ช่วยแชร์ให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ ว่าอยากได้ทำเลไหน อย่างไร?”

บางคนชอบเราและ Build rapport สำเร็จ เขาก็จะบอกค่ะ แต่บางคนเขาก็อาจจะบอกว่า “ ไม่ล่ะค่ะ ถ้าไม่ใช่หลังนี้ก็ไม่สะดวกละค่ะ อยากหาเอง” หรือมีเพื่อนหาให้แล้ว ก็จบค่ะ จะได้ไม่ต้องตาม 🙂

คนเขาไม่อยากคุยด้วย จะตื๊อทำไม?

“พี่ๆ ถ้าลูกค้าไม่ยอมบอกชื่อ ทำไงอ่ะ”

คนที่เขาอยากทำงานกับเรา เขาจะบอกค่ะ แต่คนถามก็ต้องมีเทคนิคถามหน่อย ไม่ใช่อยู่ๆ ก็จะมาถามกันว่า ทำงานบริษัทอะไร มี work permit ไหมทางโทรศัพท์ เหมือนสัมภาษณ์ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ก็ถามเขาด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรหน่อย หรือพิมพ์แชทอยู่ ก็ถามว่า

“ How should I call you as a name?” “ Would you mind to share about where is your office located?” “ Apologize me if this would requires some couples of questions before we arrange viewing for you.

Our landlords would like to know about their visitors before opening their own house for inspection. Thank you very much for your understanding.”

ได้ชื่อ สกุลมาแล้ว ต้องเช็คค่ะ มีตัวตนไหม ปรากฎในโซเชี่ยลมีเดียใดๆหรือเปล่า ต้องทำการบ้านด้วยนะคะขุ่นเอเจน

สุภาพชน ฟังแล้วจะเข้าใจค่ะ คิดดูว่าคุณกำลังจะต้องเปิดบ้านส่วนตัว ให้คนแปลกหน้าเข้ามาเดินป้วนเปี้ยน มันเป็นสิทธิ์อยู่แล้วที่จะถามได้ และจะไม่เปิดบ้านให้ก็ได้

ถ้าดูทรงแล้วไม่น่าปลอดภัยกับทรัพย์สินของเขา เอเจนบางคนกลัวลูกค้าโกรธ เออ… ถ้าแค่ถามชื่อ ยังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟง่ายดาย ทั้งๆที่ก็ถามดีๆ อย่างสุภาพ ก็คิดดูแล้วกันว่า ถ้าปิดเช่าหรือขายได้ ต้องดูแลกันไปยาวๆ จะกระอักกระอ่วนกันขนาดไหน

เอเจนเป็นตัวแทนเจ้าของบ้าน ตระหนักรู้หน้าที่ตัวเองให้ดี ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เริ่มมาจากตรงนี้ ยังไงก็จะดีค่ะ
main-image
profile-avatar
Naowarat 4 ปีที่แล้ว
ความรู้

นายหน้าต้องรู้ ไม่รู้ไม่ได้ #กฏหมายมาตรา 845 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่นายหน้าอสังหาฯ อย่างเราควรรู้ !!

"มาตรา 845 บุคคลผู้ใดตกลงจะให้ค่าบำเหน็จแก่นายหน้า เพื่อที่ชี้ช่องให้ได้เข้าทำสัญญาก็ดี จัดการให้ได้ทำสัญญากันก็ดี ท่านว่าบุคคลผู้นั้นจะต้องรับผิดใช้ค่าบำเหน็จ

ก็ต่อเมื่อสัญญานั้นได้ทำกันสำเร็จ เนื่องแต่ผลแห่งการที่นายหน้าได้ชี้ช่องหรือจัดการนั้น

ถ้าสัญญาที่ได้ทำกันไว้นั้น มีเงื่อนไขเป็นเงื่อนบังคับก่อนไซร้ ท่านว่าจะเรียกร้องบำเหน็จค่านายหน้ายังหาได้ ไม่จนกว่าเงื่อนไขนั้นสำเร็จแล้ว

นายหน้ามีสิทธิจะได้รับชดได้ค่าใช้จ่ายที่ได้เสียไป ก็ต่อเมื่อได้ตกลงกันไว้เช่นนั้น ความข้อนี้ท่านให้ใช้บังคับแม้ถึงว่าสัญญาจะมิได้ทำกันสำเร็จ”
main-image
profile-avatar
Naowarat 4 ปีที่แล้ว
ความรู้

หากชาวต่างชาติต้องการเปิดบัญชีธนาคารในไทย ต้องทำอย่างไร? เรื่องสำคัญที่ เอเจนสายอินเตอร์ ต้องรู้ค่ะ

ช่วงนี้ข้อกำหนดการเปิดบัญชีสำหรับชาวต่างชาติเข้มงวดมาก เพราะการระบาดของแก็งค์คอลเซ็นเตอร์เถื่อน ดังนั้น ความสะดวกสบายที่เราเคยปล่อยผู้ซื้อต่างชาติของเรา ไปเปิดบัญชีเอง แถวสีลม หรือ สาขาใกล้แหล่งท่องเที่ยว ก็จะเริ่มไม่สะดวกแล้วค่ะ

สิ่งสำคัญที่ต้องใช้ สำหรับการเปิดบัญชีของคนต่างชาติ คือ เอกสารรับรองตัวบุคคลจากสถานทูต เพราะธนาคารต้องการมั่นใจว่า บุคคลนี้ ไม่มีประวัติอาชญากรรม และไม่ได้เปิดบัญชีเพื่อกระทำการผิดกฎหมาย

ธนาคารส่วนใหญ่จะเปิดบัญชีให้เฉพาะบุคคลที่มีใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) เป็นหลัก เนื่องจากธนาคารต้องการหลักฐานการยืนยันว่า ชาวต่างชาติที่ต้องการเปิดบัญชีนั้นทำงานอยู่ในประเทศไทยจริง

แต่หากว่าชาวต่างชาติอยู่ระหว่างรอรับใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ก็สามารถใช้เอกสารที่หน่วยราชการออกให้ใช้แทนได้ โดยเอกสารจะต้องระบุวันที่ให้ไปรับใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ตัวจริง

เอกสารสำคัญที่ต้องใช้เปิดบัญชีสำหรับชาวต่างชาติที่มีใบอนุญาตทำงาน มีอะไรบ้าง?

หนังสือเดินทาง (Passport)
ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit)

กรณีชาวต่างชาติที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน แต่ต้องการเปิดบัญชี ควรทำอย่างไร?

ธนาคารบางแห่งอาจให้ชาวต่างชาติที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) เปิดบัญชีได้ โดยคุณจะต้องนำพาสปอร์ตและเอกสารสำคัญดังต่อไปนี้ไปยื่นในการขอเปิดบัญชี

1.สถานทูตหรือองค์กรระหว่างประเทศ

2.หน่วยงานต่างประเทศ เช่น หนังสือรับรองการรับเงินบำนาญจากหน่วยงานรัฐบาลต่างประเทศ

3.ธนาคารต่างประเทศของผู้ขอเปิดบัญชีส่งผ่าน SWIFT

4.บุคคลที่ธนาคารเชื่อถือได้ เช่น เจ้าหน้าที่ธนาคาร ลูกค้า ข้าราชการ ผู้บริหารบริษัทเอกชน

5.สถาบันการศึกษาของรัฐและเอกชน ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทยที่ธนาคารเชื่อถือได้

โดยธนาคารแต่ละแห่งมีข้อกำหนดการเปิดบัญชีสำหรับชาวต่างชาติไม่เหมือนกัน แต่จะมีรายละเอียดคล้ายๆกัน ถึงจะเป็นธนาคารเดียวกัน แต่คนละสาขาก็อาจมีขั้นตอนในการพิจารณาเอกสารต่างกัน ให้โทรไปที่สาขาที่จะไปก่อน เพื่อให้มั่นใจว่าได้เตรียมเอกสารครบหรือเปล่า

หากเจอสาขาที่สามารถอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าได้ ก็ควรทำการประสานไว้ เพื่อความคล่องตัวในการทำงานระยะยาว

โดยเฉพาะลูกค้านักลงทุน VIP ที่เดินทางเข้าออก แค่ฮอลิเดย์ หรือมาทำงานชั่วคราว ด้วยTourist visa เราจะปิดขาย แล้วให้เปิดบัญชีไว้รับค่าเช่า หรือโอนเงินเข้ามาทำซื้อ ก็ต้องวางแผนให้ดีเลยล่ะค่ะ

เพราะบางท่าน ไม่ได้สะดวกจะไปเข้าคิวขอเอกสารยืนยันตัวตนจากสถานทูต เราก็ต้องวางแผนเพื่อช่วยเหลือลูกค้า

คอนโดมือหนึ่ง ซื้อกับ Developer A List ยังพอคุยกันได้ ลูกค้า Thailand Elite ยังมีช่องทางอำนวยความสะดวก แต่กับ Developer เจ้าเล็ก หรือซื้อขายคอนโดมือสอง ต้องบริหารวันเวลาให้ลูกค้าดีๆเลยเพราะยังไงก็ต้องไปทำเอกสารที่สถานทูต No exceptions!

ทางธนาคารเอง ก็ไม่ได้มองว่า การเปิดบัญชีของนักลงทุนอสังหาฯเหล่านี้จะเป็นประโยชน์อะไรกับธนาคารมากนัก เปิดเพื่อเป็นทางเงินผ่าน และรับค่าเช่านิดหน่อย จึงไม่คุ้มกับความเสี่ยง ที่จะเปิดบัญชีให้กันง่ายๆเหมือนก่อน

ขอให้เข้าใจ ปรับตัว เพื่อรวยปัง มีสตังค์เต็มกระเป๋ากันทุกคน กับ High Season ที่กำลังเข้ามานะคะ 🤗
main-image
profile-avatar
Naowarat 2 ปีที่แล้ว
ความรู้

มีเพื่อนเอเจนถามกันมาเยอะเลยค่ะ ว่าอยากทำเคสต่างชาติบ้าง จะทำได้ไหม จะทำไงดี

ลูกค้าชาติไหนๆ เขาก็มีเอเจนที่พูดภาษาเขาอยู่ที่นี่ เช่น เอเจนจีน เอเจนที่เป็นฝรั่ง ญี่ปุ่น เยอะแยะไปหมด จะแข่งกับเขาได้ไหม?

อยากบอกตรงนี้เลยค่ะ อย่าปรามาสความเป็นไทยเจ้าถิ่น ความเป็นคนที่เกิดและโตในแผ่นดินนี้ และอย่าคิดว่าความเป็นคนไทยที่ไม่เคยไปเติบโตที่ต่างประเทศไหนๆ เราจะสู้เขาไม่ได้

กล้าพูดเลยค่ะ เราอาจไม่เก่งภาษาอังกฤษ หรือภาษาต่างด้าวมาตั้งแต่เกิด แต่นั่นแปลว่า เราเป็นคนที่สามารถพูดได้หลายภาษานะคะ Thai mother tongue และเป็น English speaker ด้วย มันจะไม่คล่องบ้างก็ฝึกเอาค่ะ โอ๋ก็ฝึกเอา

เข้ากรุงเทพใหม่ๆ ฟังไม่รู้เรื่อง โดนฝรั่งลากเข้าห้อง เพราะฟังเขารู้เรื่องไม่ถึง 10% เขาพูดอังกฤษสำเนียง Wales เร็วปรี๊ดปรื๋อ นี่ก็ Yes yes อย่างเดียวแบบสาวไทยนิสัยดีที่กลัวเสียหน้าในยุคนั้น…เกือบเสียเมืองให้สหราชอาณาจักรโดยอุบัติเหตุแล้วมั๊ยล่ะ 😉

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เก็บประสบการณ์เคสโอนกรรมสิทธิ์ต่างชาติเยอะ เพราะรับจ้างทำโอนด้วย ช่วยงานเพื่อนทนายที่เปิด law firm เขาไม่มีคนช่วยงาน เราว่างก็ช่วยทำ ได้เก็บประสบการณ์ด้วย และรู้เลยว่า ความเป็นคนท้องถิ่นมันช่วยอะไรเรามากมายในการติดต่อประสานงาน

และดำเนินการเอกสารที่ซับซ้อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็บ้อแบ้ภาษาอังกฤษ ลูกค้ายิ่งแล้วใหญ่ การที่ต้องมาเซ็นอะไรที่เป็นเอกสารไทยล้วนๆ ที่กรมที่ดิน ถ้าไม่ปูทางมาดีๆ ถึงหน้างาน เอเจนปาดเหงื่อทุกราย ตรงไหนต้องเซ็น เซ็นทำไม อธิบายเขาได้ไหมล่ะ เป็นภาษาอังกฤษน่ะ

มีเคสนึง เป็นเอเจนฝรั่งค่ะ มีประสบการณ์ขายมาจากต่างประเทศ อยู่เมืองไทยมาหลายปี แต่ด้วยความเป็นฝรั่ง บางทีก็คิดว่าตัวเองรู้ดีไปซะหมด ชีปิดขายลูกค้าจีน ที่มีสามีเป็น Italian ได้ค่ะ

แต่ความสัมพันธ์กับลูกค้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะอย่างที่รู้ ช่องว่างทางวัฒนธรรมมันกว้างมาก บางทีชีก็หงุดหงิดที่ลูกค้าถามเยอะในคำตอบที่ ชีก็ไม่รู้จริงๆล่ะว่า ทำไมต้องทำอย่างนั้น

วันไปโอน โอ๋ก็ไปช่วยรับลูกค้า ช่วยรับ FET ช่วยรับเช็ค จากแบงค์ เพราะลูกค้าโอนเงินเข้าบริษัทของชี ปกติเอเจนควรเผื่อเวลารับเอกสารเหล่านี้สัก 1 วันล่วงหน้า นี่จะโอนบ่าย แกมาช่วงสาย และทะเลาะกับลูกค้าแล้วหนึ่งยก เพราะตอบไม่ได้ว่าทำไมต้องใช้ชื่อพ่อแม่ของพวกเขาในกระบวนการโอนด้วย

ชีตอบลูกค้าว่า “ It is what the government wants. That’s it. Don’t ask me. This country has their own complicated process we have to follow through.”

พร้อมน้ำเสียงกระฟัดกระเฟียด เพราะผู้ขายแจ้งมาทางโทรศัพท์ว่าเอกสารส่วนตัวฝั่งเขาก็ยังไม่เรียบร้อย เอิ่มมมนะ ยุ่งดีแท้

ลูกค้าทำท่าไม่พอใจ “ You are the agent. How come you didn’t know the reason.?” ชีก็เถียงลูกค้ากลับว่า เค้าขอมาก็ให้เถอะ จะอะไรกะชั้นนักหนาวะ จะไม่ไหวแล้วนะ …

ในฐานะเอเจนคนหนึ่ง ที่นั่งตรงนั้นและกำลังเป็นกรรมการห้ามมวย ก็ช่วยตอบลูกค้าไปว่า “ It is the process of identity confirmation at the Land Department.” เรียบง่ายแค่นั้น

ลูกค้าก็สงบลงและกล่าวว่า “ That’s it. We just curious. And if she can’t answer, why she didn’t ask other professional to help. Gosh. You come from the law firm right? If we don’t have you today, we might cancel the deal. This agent is insane….”

ส่งลูกค้าขึ้นรถไปล่วงหน้าแล้ว ก็มาช่วยเอเจนฝรั่งที่ counter ธนาคารต่อ สัญญาที่ทาง law firm ร่างให้ ไม่ถูกใจ และจะประหยัดตังค์ จ้างไปโอนอย่างเดียวถูกกว่า ชีก็ให้เด็กในออฟฟิศทำให้ใหม่ พิมพ์อย่างใจ และมีปัญหาเพราะพิมพ์ชื่อคอนโดผิด แบงค์จะไม่ออก FET ให้ ด้วยความเป็นฝรั่ง ขี้โมโห แกก็เริ่มแม๊งแตกกับธนาคาร ซึ่งไม่ช่วยอะไร เพราะน้องเทลเลอร์ก็ฟังภาษาอังกฤษไม่เข้าใจ และยืนยันจะไม่ออกเอกสารให้ ยืนช่วยเคลียร์อยู่สักพัก ก็จบงานได้

ขึ้นรถแท๊กซี่มาด้วยกัน แกก็เริ่มระบาย ความเฮงซวย ป่นปี้ ที่หากไม่มีคนไทยหัวดำๆ ฉลาดๆ และเข้าใจกระบวนการมาช่วยในวันนี้ คงซี้แหง ว่าแล้วก็ควักเงินสดค่าภาษี ค่าธรรมเนียมมานับบนรถ นี่ก็ถามว่า ทำไมไม่คำนวณล่วงหน้าแล้วออกเช็คสั่งจ่ายกระทรวงการคลังมา

หิ้วเงินสดมาเป็นแสนๆเนี่ยมันอันตราย แกก็ว่า “ I don’t trust it. But, yes it’s so crazy. And I didn’t have time for calculations… Damn it!” แล้วรถก็ถูกชนท้ายค่ะค่ะ ปัง! เรียกหาอะไรก็ได้อันนั้น วันไปโอน อย่าอารมณ์เสียนะคะทุกคน มันขัดลาภ นี่ขนาดนั่งรถไปสวดมนต์ไป ยังเกิดอุบัติเหตุ 🤣

ได้ผล แกเริ่มได้สติ เก็บเงินเข้าถุง พร้อมกับคนขับแท็กซี่ลงไปเฉ่งกับคู่กรณี ดีว่าไม่ถึง 200 เมตรก็ถึงสำนักงานที่ดินแล้ว เลยขอเขาเดินลง นี่ถ้านั่งไปด้วยอีกไกล ใครจะรู้ว่าอาจถูกลากไปปาดคอ เพราะแท็กซี่ก็เหลือบมองหลายรอบตอนเอเจนฝรั่งนับเงินเป็นฟ่อนๆ หลุดไม้หลุดมือ อยู่เบาะหลัง

ถึงสำนักงานที่ดิน ช่องที่มาทำนัดหมายไว้ ก็ไหลลื่นตามกระบวนการ แบบไทย ใช้พี่คะพี่ขานิดหน่อย ช่วยแนะนำทีค่ะ อ่อนน้อม ขอความช่วยเหลือ ซึ่งฝรั่งบางคนมองว่ามันคือการ Fake การลดศักดิ์ศรี

แต่สำหรับเราคนไทย มันคือเรื่องของความสัมพันธ์ เรื่องของวัฒนธรรม ที่ไม่ได้ฝืนใจอะไรมาก เราโตมาแบบนี้อยู่แล้ว ไม่ได้บอกว่าอะไรดีกว่าอะไร แต่ถ้าแบบไหนมันเวิร์ค เราก็แค่ใช้อันนั้น

จำไว้นะคะ เราเป็นเอเจนไทย หัวใจอินเตอร์ จงภูมิใจในความรู้ลึกซึ้งในพื้นที่ของเรา เพราะมันเป็น Unfair advantage ของ คนพื้นที่เท่านั้น

เราสามารถเป็น Local expert และเป็นสุดยอด Government liaison ที่ต่างชาติคนไหนก็เทียบยาก อย่างน้อย โฉนดเลขไทย ไม่ใช่คนไทยก็อ่านไม่ออกล่ะ (วะ) ^^
main-image
profile-avatar
Naowarat 4 ปีที่แล้ว