feature
icon   130

ติดตาม

icon   0

กำลังติดตาม

icon   149

โพสที่สร้าง

ความรู้

😓 เอเจนท์ จะอยู่ได้อย่างไร ในยุคที่ใครๆก็อยาก disrupt อาชีพเรา?

ในยุคที่เทคโนโลยีเป็นใหญ่ ใครเก่งด้านนี้ มีทุนหนา ก็สามารถเติบโต แทรกแซง อุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมได้อย่างรวดเร็ว

บ้านเรา ใครก็เป็นเอเจนได้ ไม่ต้องมีใบอนุญาต ไม่ต้องเรียน แค่มีหลักฐานว่าชี้ช่องให้ผู้ซื้อผู้ขายเข้าทำสัญญา เอเจนก็มีสทธิ์ได้ค่านายหน้าตามกฏหมายแล้ว

เงินรายได้จากอสังหาฯมันก้อนใหญ่ ใครก็อยากได้ จึงมีผู้เล่นทุกขนาดเข้ามาเต็มไปหมด เอเจนอิสระ, SME, Franchise, Global brand, PropTech

เราที่เป็นเอเจนอิสระ หรือเอเจนซี่ SME ก็เคยกลัวแค่ Global brand จะมาทำให้เราหากินยาก แต่จากนั้นเฟรนไชส์ นายหน้าอสังหาฯจากต่างประเทศก็ตบเท้าเข้ามาสร้างการแข่งขัน ที่เข้มข้น ดุเดือดในตลาดอีก ด้วยระบบการทำงาน ความรู้และเทคโนโลยี CRM ที่ก้าวหน้ากว่า

ในยุคต่อมาบรรดา Agencies ที่เป็นบริษัทลูกของ Developers ก็เปิดตัวมาร่วมปาดชิ้นเค้กที่เขามี unfair advantage โดยตรงออกไปอีก

และในขณะที่เอเจนจ้าวเล็ก กังวลใจกับทะเลที่กำลังแดงเดือดได้ไม่เท่าไหร่ เราก็เจอเข้ากับฝูงปลาวาฬ PropTech ที่เก่งทั้งเทคโนโลยี และมีทุนสนับสนุนที่หนามากๆ กวาดทั้งเอเจนไปเข้าสังกัด และลีดผู้ซื้อผู้ขายเข้าไปใน Database ของเขาอย่างมหาศาลแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
main-image
profile-avatar
Naowarat 18 วันที่แล้ว
ความรู้

นิยายเอเจนสาย ฝอ. Ep2. เรื่องราวจะเป็นอย่างไรมาดูกันค่ะ

Jack เป็นลูกค้าอเมริกันเชื้อชาติบราซิล ตัวสูงใหญ่ เพราะเป็นอดีตนักกีฬา หน้าตาดี เขาเคยโชว์รูปพี่ชายฝาแฝดที่เป็นดาราที่บราซิลให้ดูด้วย ยืนยันได้ว่าบ้านนี้หน้าตาหล่อเหลา

เรารู้จักกันมาหลายปี เจอกันครั้งแรก เห็นเขาเดินก้มๆเงยๆดูป้ายขายคอนโดตามเสาไฟ เลยเข้าไปทัก เพราะมั่นใจว่านี่จะเป็น lead ลูกค้าหาซื้อคอนโดแถวนี้แน่นอน

ช่วยดูแลกันตั้งแต่ซื้อคอนโดหลังแรกในกรุงเทพ เมื่อเกือบสิบปีก่อน 5 ล้านบาท อยู่แถวนานา เนื่องจากเขาชอบดื่ม และมีปาร์ตี้บ่อยๆ

ด้วยความสนิทสนม ทุกครั้งที่มาเมืองไทย หรือมีแฟนสาวไทยคนใหม่ เขาก็จะพามาแนะนำให้รู้จักเสมอ

เกือบสิบปีที่ผ่านมา Jack ลงทุนซื้อขายคอนโดไปอีกสองสามครั้ง และทุกครั้งก็ทำธุรกรรมผ่านดิชั้นนี่ล่ะ เพราะไว้ใจ รู้มือกันดี เขาชื่นชมดิชั้นมาก ขนาดเคยจะขอคบหาให้เป็นมากกว่าเอเจนที่ดูแลทรัพย์สินให้เขา แต่ด้วยความที่ไม่มีใจ ไลฟ์สไตล์ไม่ตรงกัน จึงเป็นเพื่อนและผู้ให้การปรึกษาเรื่องอสังหาฯกันดีกว่า

สองปีก่อนโควิด Jack ลงไปซื้อที่ดินที่สมุย และโทรมาขอให้ช่วยเป็น Directorในบริษัทที่เขาจะตั้งซื้อที่ดินให้หน่อย เพราะเขาไม่ไว้ใจใคร แม้แต่แฟนคนไทยปัจจุบันที่คบอยู่ แต่ก็ปฏิเสธไป เพราะถึงจะสนิทสนมกันแต่ก็ไม่ทราบที่มาที่ไปของเงินและการซื้อขาย ไม่อยากเอาตัวเข้าไปเสี่ยงโดยไม่จำเป็น

ระหว่างนั้น Jack ก็โทรมาหาบ้าง ปรับทุกข์เรื่องครอบครัว ญาติพี่น้องแบ่งมรดกกันไม่ลงตัว ดูแล้วเป็นทุกข์กับครอบครัวมากจนบางครั้งร้องไห้หน้าวีดิโอให้ดูเลยก็มี เห็นผู้ชายตัวโตสองเมตรกว่า ร้องไห้เป็นเด็กๆก็อดสะเทือนใจไปด้วยไม่ได้

ช่วงประเทศเริ่มเปิด Jack ส่งข้อความมาบอกว่าจะมาไทย เขาได้รับมรดกมาก้อนใหญ่จากคุณย่าที่เสีย และจะนำเงินก้อนนี้มาลงทุนอสังหาฯริมทรัพย์ที่กรุงเทพ ให้เตรียม Viewing list และพาเขาช้อปปิ้งหน่อยเมื่อมาถึง โครงการไหนไม่จ่ายค่าคอมเอเจน เขาจะจ่ายให้เอง

ครั้งนี้ เขาอยากซื้อห้องหรูๆ สักไม่เกินยี่สิบล้าน ไว้พักเองแทนห้องเก่าที่นานา เขาว่ามันเต็มไปด้วยความทรงจำเก่าๆกับผู้หญิงหลายๆคนของเขา ไม่อยากนอนที่นั่นอีกแล้ว

พา Jack ทัวร์สุขุมวิท สาทร ดู Luxury projects ทั้งวัน จนได้ห้องที่พอใจ อยากคุยต่อเรื่องขอส่วนลดจากโครงการและการวางจอง Jack จึงขอเลี้ยงอาหารเย็น ที่โรงแรมหรูที่เขาพัก ทุกอย่างดูปกติดี เตรียมปิดขายห้อง 18 ล้าน ร่ำลาและนัดหมายกันว่าพรุ่งนี้จะมารับที่โรงแรมแต่เช้าไปรูดบัตรจองคอนโดกัน

สิบโมง รอJack ที่ล๊อบบี้ ไม่เห็นแม้แต่เงา โทรติดต่อไม่ได้ ใจก็คิดว่าเขาป่วย หรือเป็นอะไรหรือเปล่า เพราะถึงบางทีจะตื่นสายบ้าง แต่ก็ไม่ใช่คนเหลวไหลขนาดพูดว่าจะซื้อแล้วไม่ซื้อ และคนอย่างเขามีเงิน ไม่จำเป็นต้องหนีหน้าถ้าแค่จะเปลี่ยนใจไม่ซื้อ
main-image
profile-avatar
Naowarat 2 เดือนที่แล้ว
แชร์ประสบการณ์

ใครคิดว่าตัวเองอยู่ในวงการเอเจนท์อสังหาฯนานสุด ยกมือขึ้น! วันนี้มีนิยายจากอสังหาฯอารมณ์ดี มาเล่าให้ฟังค่ะ มากันทั้งข้อคิด ปนดราม่าหน่อยๆ ให้อร่อย ย่อยง่าย โดยไม่ต้องกระดกเบียร์ตามนะคะ 😄

พี่โฉม เป็นเอเจนอิสระ อายุงาน 30 ปี อายุจริง 63 กะรัตแล้ว แต่งตัวเปรี้ยว รูปร่างผอมเพรียว สวมกระโปรงยาวแบบโบฮีเมียน กำไลข้อมือสีทองโตๆเยอะๆ ทาปากสีน้ำตาลม่วง ผมสั้นดัดหยิก ที่เริ่มบางลงแล้วตามวัย แต่ยังมีเค้าความเก๋ เท่ แบบเอเจนสายฝอ.สมัยโน้นอยู่

พี่โฉมโทรมาขอโคทรัพย์คอนโดห้องใหญ่ใจกลางสุขุมวิท ซึ่งตอนแรกก็โทรหาเจ้าของ ที่แกอ้างว่าสนิทหนักหนา (แต่ไม่ยอมเซ็นสัญญา Exclusive ให้) ว่ามีลูกค้าฝรั่งสนใจซื้อห้อง แต่เจ้าของกลับให้เบอร์ติดต่อกับดิชั้นที่เป็น Listing agent ดูแลอยู่ ดังนั้น แผนการขจัดเอเจนติดทรัพย์ให้พ้นทาง ของพี่โฉมจึงไม่สำเร็จ เพราะเจ้าของไม่เอาด้วย
main-image
profile-avatar
Naowarat 2 เดือนที่แล้ว
ความรู้

สวัสดีคืนข้ามปี ลูกเพจอสังหาฯอารมณ์ดีทุกท่าน ขอบคุณที่สนับสนุน อ่าน ไลค์ แชร์ มีส่วนร่วมมาโดยตลอด หวังว่าท่านทั้งหลายคงได้รับประโยชน์จากสิ่งที่แบ่งปันไป ไม่มากก็น้อย อะไรที่ไม่ถูกใจ ไม่เป็นประโยชน์กับชีวิตท่าน ก็ทิ้งมันไว้แถวนี้นะคะ อย่าเก็บไปให้อารมณ์เสี

ปี 2023 อสังหาฯเริ่มฟื้นตัวแต่ก็แบบสะง๊อกสะแง๊ก ยังไม่เห็นภาพการพัฒนาอุตสาหกรรมอะไรที่ชัดเจน โครงการคอนโดใหม่ ก็ยังสร้างกันเรื่อยๆ ในขณะที่คนไทยกู้ซื้อได้ยากในเรทราคา 1-3 ล้าน

คอนโดแพงๆใจกลางสุขุมวิท ที่คิดว่าเขาเจ็บจากโควิดยังไม่ฟื้น ก็ล้อมผ้า ทุบตึก โรงเรียน Bangkok Prep เชิงทางขึ้นบีทีเอสทองหล่ออีกแล้ว ถ้า EIA ผ่าน เราก็มีอีกตึกของแสนสิริขึ้นตรงนั้น ว่าไปเขาก็สุดยอดเลยนะ

คำว่านักพัฒนา คือนักสร้างทำเล ทำ T77 เอา HQ Sansiri ไปใส่ตรงนั้นพร้อมยัาย Bangkok Prep ไปด้วยเลย ทำให้คอนโดในนั้นเช่าดีทั้งปี เพราะทั้งครูและผู้ปกครอง อยู่กันเต็มไปหมด

สมัย Keyne, The Crest ขึ้น เราก็คิดว่าทำเลนี้เจ๋งละ มีโรงเรียนนานาชาติตรงหน้าบ้าน มีบีทีเอสแบบเดิน 10 ก้าวถึง เจริญ รวยๆ เฮงๆ แน่นอน แต่ความเป็นจริง ก็ไม่ได้ว้าวอะไรขนาดนั้น

บางห้องเช่าก็ว่างน๊านนน ขายต่อก็ราคาตกบ้าง ถอดใจไม่ขายบ้าง และตอนนี้แลนด์มาร์คได้ย้ายหนีไปแล้ว มีตึกใหม่งอกขึ้นมาแข่งอีกเต็มไปหมด…

ขนาดหากินอยู่แถวนี้ก็ยังคิดนะ สร้างมาซะเยอะเชียว ใครจะมาซื้อหมดนะเนี่ย…?

ตอนนี้จีนก็เริ่มถอย ฝรั่งก็เงินน้อยลง อินเดียจะมาเป็น main buyers ไหวหรือเปล่า กับห้องเล็กๆ กะปุ๊กกะปิ๊กของ Luxury condo ติดแนวรถไฟฟ้า คนมาเลเซียมาเที่ยวบ้านเราเยอะก็จริง แต่คอนโดบ้านเราแพงแซงหน้าเขาไปนานแล้ว เลิกหวังได้เลย

ถึงยอดนักท่องเที่ยวสะสมของเราขึ้นแตะอันดับหนึ่งของโลก 22 ล้านคน แต่ก็ยังแค่ครึ่งเดียวจากก่อนโควิด และนักท่องเที่ยวที่ตื่นเต้น ติดใจไทยแลนด์ จนควักกระเป๋าซื้อคอนโดไว้นอนเล่นเป็น Holiday home จะมีเหลือสักเท่าไหร่?

ฝรั่ง และต่างชาติที่ดูเต็มบ้านไปหมดในตอนนี้ เขาซื้อหรือเช่าคอนโดล่ะ? มันกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงไหม?

และภาพจริง คือ ยอดต่างชาติที่อยู่ยาวแบบมี work permit ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น Long term Visa ปีนี้เกินหมื่นหรือยังหนอ?เขาว่าเป้าหมาย 1 ล้านคนใน 5ปี แต่มิถุนายน ปีนี้ยัง 5 พันคนอยู่เลย เมื่อไหร่เราจะไปถึงล้านนะ? How? and When?

อสังหาฯ เป็นทรัพย์มีมูลค่า เพราะข้อจำกัดในเรื่องทำเล ที่ดินมันจำกัด

แต่สภาพปัจจุบัน เขาไม่ได้ตั้งใจสร้างให้คนอยู่จริงๆ มันก็เลย ผุดๆๆๆ กันขึ้นมาเรื่อยๆแบบไร้ทิศทางและการควบคุม เยอะ และเหมือนๆกันจนไม่เหลือราคาแล้ว

ใครซื้อมือหนึ่งหลายปีก่อนมา 6-7 ล้าน วันนี้จะขายออก ก็ต้องยอมปล่อยที่ 5ล้านต้นๆ เพราะคนซื้อเขาซื้อได้เท่านี้ ถ้าไม่เอาราคาที่เสนอนี้ เขาก็ไปซื้อที่อื่น ตึกใหม่ที่มีห้องค้างสต๊อกมีเยอะแยะ ในเมื่อตังค์ก็จะรีบใช้ เลยต้องยอม

เฮ้อ!…แล้วปีหน้ายังจะเป็นเอเจนขายคอนโดได้ไหม?

อาชีพนี้มันก็ประหลาดนะ ตลาดดีก็ขายดี ตลาดไม่ดีก็ขายได้ เพราะอยู่ตรงกลาง ทำเงินจากการเปลี่ยนมือ ถ้าฉลาด และใกล้ชิดตลาดจริงๆ ก็จะเห็นช่องทำเงินนั้นแหละ แต่ถ้ามองภาพใหญ่มาก ใจมันก็จะฝ่อ

เวลาคุยกับนักลงทุน จะบอกเขาเสมอล่ะ ว่ามันจะมีคนซื้อคนเช่า ถ้าเรา “สร้าง” สินค้าที่ดีป้อนตลาด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เกาะเอวเอเจนไว้แน่นๆละกัน ตอนที่ตลาดวูบวาบมาก จะได้ไม่เครียด

ส่วนใครไม่ชอบสร้างสายสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า ก็เรื่องของแก เดี๋ยวแกก็คงเลิกทำล่ะ ถ้ามันฝืดเคืองมากๆ

ปีหน้าจะเป็นตัวเองที่อาจจะ fierce ไปอีกขั้น ปีนี้ เป็นคนดี และบางทีก็หุบปากนานเกินไป ต้อง speak up เพื่ออาชีพ เพื่ออุตสาหกรรม และทำงานสเกลใหญ่กว่านี้ lead with results และออกจาก safe zone ให้สุดตัวสักที

ที่บ่นๆ developers น่ะ ก็ไม่ได้อยากให้เมืองไทยเจ๊งนะ อยากให้ขายดี ขายได้ มีต่างชาติมาซื้อ มาอยู่ มาใช้เงินกันเยอะๆ จริงๆเหมือนกัน อยากได้แบบยั่งยืน ไม่ใช่ Bubble ซึ่งก็ไม่รู้จะได้ทันเห็นหรือเปล่าในชีวิตนี้

ขอให้ความสุข ความมั่งคั่ง เป็นของผู้อ่านทุกคน

คืนนี้ จะอยู่ในความสงบ และ reflect ชีวิตตัวเองเงียบๆ สักคืน
main-image
profile-avatar
Naowarat 2 เดือนที่แล้ว
แชร์ประสบการณ์

เคยใช่ไหม ทำงานจบแล้ว ไม่ได้รับคำขอบคุณ บางครั้งเป็นปี กว่าจะจบดีล โชว์ห้องจนพื้นทางเข้าตึกสึกไปแล้ว กว่าจะปิดได้ นอกจากจะไม่ขอบคุณ บางทีผิดพลาด ผิดหู ผิดตา ขึ้นมา “ด่า” หรือโกงค่าคอมเอเจนซะด้วย

ยิ่งเอเจนเช่านี่ โดนลากมาเป็นดราม่าในเฟสบุ๊กบ่อยมากเรื่อง ไม่ after sale และไม่สามารถรับผิดชอบตอนห้องเสียหายได้ ทั้งๆที่เป็นเรื่องสิทธิหน้าที่ตามกฏหมาย ที่เจ้าของทรัพย์ต้องรับผิดชอบ และหน้าที่เอเจนคือทำการตลาด

ถึงแจ้งแล้ว เขาก็หูดับ ไม่ได้ยิน และตอนมีปัญหา เขาก็ต้องหาที่ลง

เครียด เหนื่อย เบื่อ ล้า ทั้งใจ ทั้งกาย อยากเลิกทำไปให้พ้นๆ

บางวัน เลิกงานก็สลบไปทั้งชุดทำงาน ลากสังขารไปไม่ถึงเตียงนอนก็มี
ใครล่ะ ไม่เคยเจอเรื่องพวกนี้บ้าง?

ถ้ารับไม่ไหว เลิกได้ก็ดีนะ ไม่งั้นจะเป็นมะเร็งเพราะการแบกรับความเครียดในระดับสูงที่ยาวนาน
main-image
profile-avatar
Naowarat 2 เดือนที่แล้ว