เกี่ยวกับคนเขียน
Naowarat

แชร์ประสบการณ์

แชร์ประสบการณ์

ปิดขายได้เร็วที่สุด และรอค่าคอมนานที่สุดในชีวิต

Naowarat
วันที่สร้างประกาศ เวลาสร้าง 17 มิถุนายน 2569 09:44
เคสนี้ฉันเซ็นสัญญาแต่งตั้งนายหน้าเสร็จ... ขายได้เลย แบบทันทีเลย แต่รอค่าคอม ปีครึ่ง เพื่อเงินหนึ่งแสนบาท (ยังไม่รวมค่าการประสานงานข้ามประเทศนะ)
เริ่มต้นจากสำนักงานทนายความส่งเคสมาให้
เจ้าของคอนโดเป็นชาวต่างชาติที่ย้ายมาปักหลักอยู่เมืองไทย แล้วมาเสียชีวิตที่นี่

คอนโด 45 ตรม. กลางเมือง ต้องส่งมอบให้ลูกชายที่ไม่เคยมาเหยียบเมืองไทยเลยตั้งแต่พ่อย้ายมา

เขามีเวลาแค่ 2 วันในกรุงเทพฯ อยากจัดการเอกสาร และเรื่องเอาคอนโดออกขายให้เร็วที่สุด

แต่ทรัพย์ยังอยู่ระหว่างขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดก ซึ่งต้องรอกระบวนการศาล และนั่นเป็นช่วงกลางโควิดพอดี
ฉันได้รับเคสก่อนลูกค้าจะมาประมาณหนึ่งสัปดาห์ รีบทำการบ้านเพื่อประเมินราคา

ซึ่งมันก็หักทุกทฤษฎีของฉันเลย

ตึกเก่า ไม่มีการซื้อขายมาหลายปี Turnover rate = ศูนย์

มีห้องประกาศขายอยู่ห้องเดียวในตึก ราคา 4.5 ล้าน ขายมา 5 ปีแล้ว ยังอยู่ ดังนั้น Absorption rate ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

ตึกอื่นในรัศมี 1 กิโลเมตร ล้วนสงบเงียบมาเป็นปี ไม่มีใครขายอะไรได้ทั้งนั้น
เพื่อนเอเจนบางคนแนะนำว่า "ขายเท่าราคาประเมินไปเถอะ จบๆ"

ซึ่งมันแปลว่า 2 ล้าน เท่าทุนที่คุณพ่อของเจ้าของซื้อไว้ เมื่อ 20 ปีก่อน

ฉันไม่อยากทำอย่างนั้น ถึงแม้มันจะขายได้ง่าย และเร็วอย่างแน่นอน

เพราะฉันเชื่อว่า ผู้ขายควรขายได้ในราคาที่ดีที่สุด เร็วที่สุดเท่าที่ตลาดจะรับได้ ไม่ใช่ราคาที่เอเจนสะดวกขายอย่างเดียว
เมื่อข้อมูลมันจำกัด สุดท้ายก็ต้องใช้ Gut feeling อิงกับอัตราค่าเช่าโดยประมาณ

“Yield 6% มันก็น่าจะต้องมีคนเอาล่ะน่า” ฉันคิด
เช้าวันนั้นก่อนเข้าพบลูกค้า ฉันส่งข้อความไปแจ้งเขาว่า

"3 ล้านน่าจะขายได้ ถ้าเข้าตลาดแล้ว มันไม่ไปจริงๆ ค่อยปรับราคา ถ้าตกลงตามนี้ ฉันจะเข้าไปเซ็นสัญญาแต่งตั้งนายหน้าเลยนะคะ"

ลูกค้าตอบตกลง ฉันเดินเข้าไปในห้อง แนะนำตัวอย่างเป็นทางการ อธิบายแผนการตลาด จนกระทั่งเซ็นเอกสารเสร็จ
มีคนเคาะประตู เปิดไปดูก็เป็นเพื่อนบ้านคนไทยที่รู้ข่าวว่าห้องนี้กำลังจะขาย เขาพักอยู่ตึกนี้ อยากซื้อเพิ่มเพื่อปล่อยเช่า

ถามว่า "ขายเท่าไหร่?"

เจ้าของยิ้ม แล้วผายมือมาทางฉัน “Talk to my agent.”

"3 ล้านค่ะ แต่โอนได้เร็วสุดประมาณ 9 เดือน เพราะต้องรอศาล โอเคไหมคะ?"
ผู้ซื้อตอบตกลงทันที เซ็นเอกสารการจองกันตรงนั้น

ก็แน่นอนล่ะ ถูกกว่าห้องเดียวที่ประกาศขายอยู่เห็นๆ

ทั้งคู่จูงมือกันเดินไปธนาคาร เพราะผู้ขายไม่มีบัญชีไทย รับแคชเชียร์เช็คอะไรไม่ได้ทั้งนั้น

มีแต่บัญชีร่วมที่เป็นชื่อพ่อและตัวเขา ที่ยังต้องรอศาลสั่ง จึงรับเงินจองเป็นเงินสด
แล้วมหากาพย์ก็เริ่มต้น
งานเอกสารเรื่องทรัพย์มรดกข้ามประเทศในช่วงโควิด การนัดขึ้นศาลออนไลน์ เลื่อนแล้วเลื่อนอีก

การทำ POA ส่งให้ผู้ขายเซ็น ในขณะที่เขาก็เดินทางไปหลายประเทศตลอดเวลา หาสถานทูตไทยประทับตรารับรองใบมอบอำนาจก็ไม่ได้

การประสานงานทุกฝ่ายที่เคลื่อนไหวตลอด ผู้ซื้อ ทนายความ และผู้ขายที่อยู่ต่างประเทศ เพื่อให้ทุกอย่างสอดคล้อง ตรง Timeline ของการขึ้นศาลทุกนัด

ใครบอกว่าเอเจนจับเสือมือเปล่า เคสนั้นน่ะ ฉันเหลือแค่ ยังไม่ได้จับจรวดบินไปหาผู้ขายให้เซ็นเอกสารให้ครบ ให้ทันเวลาเท่านั้นเอง

9 เดือนที่บอกว่านานแล้ว ยังนานได้อีกเป็นปีครึ่งค่ะ
ในที่สุดวันโอนก็มาถึง
แบงค์ที่รับจำนองพร้อม ผู้ซื้อพร้อม ฉันทำหน้าที่เอเจน และตัวแทนผู้ขาย ณ กรมที่ดิน ยิ้มกว้าง

รับเช็คค่าคอม 100,000 บาท

แหม่ อยากเติมศูนย์ทิพย์ ให้อีกสักตัวให้คุ้มค่ารอ😁😜
มหากาพย์ รามเกียรติ์ ชะเอิงเงยของฉัน ฉันเรียนรู้อะไรเยอะมาก จากเคสนี้

มองกลับไป ก็ไม่รู้อะไรดลใจให้ตั้งราคา 3 ล้าน ในตลาดที่เงียบเป็นป่าช้า และไม่มีข้อมูลอะไรยืนยันเลย

บางทีมันก็แค่ความเชื่อว่า ขายถูกเท่าราคาประเมินมันง่ายสำหรับเอเจน
แต่ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า แค่นั้นเอง

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

ดูหัวข้ออื่นเพิ่มเติม