feature
icon   152

ติดตาม

icon   0

กำลังติดตาม

icon   192

โพสที่สร้าง

ความรู้

กว่าจะเกิดทักษะที่คล่องแคล่ว แม่นยำ เราต้องฝึกฝน ทำซ้ำ กี่รอบ?

เพื่อนเอเจน รับ leads ต่อเดือนมากที่สุด กี่ leads คะ? มีช่วงหนึ่ง ทำงานเป็นเอเจนในองค์กรที่ขายเฉพาะทรัพย์มือหนึ่ง ให้ต่างชาติ แบบที่เป็น Overseas buyer เลย ไม่ใช่ขาย Resale คอนโดเก่าสำหรับอยู่อาศัย ของต่างชาติที่อยู่มานานแล้วในเมืองไทย

ดังนั้น ลักษณะลูกค้าที่เข้ามาคือ ออนไลน์ร้อยเปอร์เซ็นต์ มาจากทุกทวีป ทุก Time zone

เครื่องมือทำงานคือ CRM ที่ตอนนั้นใช้ Pipedrive พอ leads เข้ามาปุ๊บ ระบบจะ assign leads ให้เอเจนทันทีแบบอัตโนมัติ 24/7 ใครยังสามารถรับได้ ก็คลิกรับตามคิว ถ้าไม่รับ ก็จะหมุนไปให้คนอื่น โทรศัพท์จะไม่มีวันห่างตัว ปฏิทินคือแน่น ซอยเวลาจนยิบ ให้มั่นใจว่า ใส่สิ่งที่ต้องทำแล้ว และงานจะไม่หลุด

การเป็นเซลล์ สำคัญคือต้องตอบให้เร็วที่สุด เพราะลูกค้าคลิกมาจากออนไลน์ มาจากAds ไหนไม่รู้ล่ะ แต่คลิกแล้ว กรอกข้อมูลลงทะเบียนแล้ว ภายในไม่เกิน 10 นาที เราต้องติดต่อกลับไป จะด้วยอีเมล์ หรือแอด WhatsApp ได้ก็ยิ่งดี จะถือว่า Qualified leads

การไม่ตอบสนองต่อ leads หรือทิ้งไว้ไม่มีการเคลื่อนไหว เกิน 48 ชั่วโมง ระบบจะเตือนว่ามี Rotten leads หรือ ลีดเน่า ที่แปลว่าเราไม่ perform และ Sales Manager เขาก็จะมาเตือนค่ะ หรืองดจ่าย leads ซะเลย

ลูกค้าต่าง Time zone คุณไม่มีทางที่จะมานั่งเขียนอีเมล์ทีละอันได้ทันแน่ ก็ต้องทำ Template เตรียมไว้ เปลี่ยนแค่ชื่อตรงคำขึ้นต้น โครงการที่เขาสนใจ และคำถามเพื่อคัดกรองความต้องการ

ที่ต้องเขียนไว้อย่างดี ไม่ให้เราดูเหมือน Bot มาปุ๊บ รู้ว่าสนใจโครงการอะไร ถามต่อช็อต Pitching เพื่อนัดหมายเข้าชม หรือวางจองทันทีถ้าเป็น Hot deal
ลูกค้า Overseas บางทีกว่าจะมาเมืองไทย ก็อาจจะหกเดือน หรือบางคนอยู่กรุงเทพแล้วก็โป๊ะเชะ แจกพอต โอกาสได้ปิดงานเดือนนี้ก็มีสูง

ถ้ายังไม่มาก็ Nurturing leads กันไป ยังไงต้องได้ข้อความ ได้อีเมล์เรา อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

ความสนุกมันก็ตามที่ขึ้นหัวข้อไว้ค่ะ 250 leads ต่อเดือน มูลค่าต่อ lead คือ 800-1800บาท คุณจะบริหารจัดการอย่างไรให้ปิดได้ทุกเดือน ลูกค้าไม่ได้อยู่ที่นี่ จะมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ปิดโครงการใหม่ไม่ได้

จะพาไปปิดรีเซลก็เสียเวลา จะไปขุดหาทรัพย์ หรือโคกับเอเจนอื่น มันไม่มีเวลา และค่าคอมมิชชั่นก็น้อย เมื่อเทียบกับเรท Foreign quota ที่ค่าคอมเริ่มต้นคือ 5-8% หรือ 10% ในบางโปร

สู้ยิบตา คือคำตอบค่ะ

ต้องตื่นเช้ามาก เพราะออสเตรเลีย สิงคโปร์ จะเข้ามาก่อน สายๆหน่อย ก็ยุโรป บ่ายๆก็เป็นเอเชีย ฮ่องกง ไต้หวัน เวียดนาม ค่ำๆ ก็เป็นอเมริกา ที่เวลาต่างจากเรา 12 ชั่วโมง แอฟริกา อาหรับ มีมาหมด

แชทกับมนุษย์ทั้งวัน จนร่างจะไม่ไหว แต่ถ้าใครจะวางจอง จะคอนเฟิร์มห้อง ดึกแค่ไหนก็ยังเด้งขึ้นมาทำได้ เงินกว่าจะเข้าก็อาจจะอีก 2-3 วัน แต่เห็นสลิปโอนต้นทางแล้วมันถึงจะหลับลง

ขายคอนโดออนไลน์ ใครว่าขายไม่ได้ นี่ก็ขายมาแล้วไม่รู้เท่าไหร่ ^^

ง่วงแค่ไหน ถ้าจับสัญญาณการซื้อได้ ลูกค้าอยากได้ข้อมูลการลงทุน ทำไมต้องซื้อตอนนี้ โปรเจคนี้ ทิศนี้ ห้องนี้ ก็จะขอโทรศัพท์คุยเลยตอนนั้นเพื่อปิดการขาย
และกลางวันก็ยังพาชมโครงการ และ source หาโครงการใหม่มาขายด้วยนะ ไม่ได้งีบ 0830 น คือถึงโต๊ะทำงานที่ออฟฟิศ บางวันมาพร้อม CEO คือ ก่อนเจ็ดโมงด้วยซ้ำ

ตอนนั้นเห็นตัวเองเหมือนนักรบที่บ้าระห่ำ ติดอาวุธครบมือ และอยู่ในสนามรบตลอดเวลา 24 ชั่วโมง…. เหนื่อยมาก เครียดมาก เพราะงานหนัก แต่ผ่านมาได้มันโคตรเป็นประสบการณ์ที่ดี ที่ไม่อยากกลับไปทำอีก 555 แค่รู้ว่ารอดมาได้นี่ พอแล้ว สุดแล้ว เพียงพอที่จะเป็นพื้นฐานในการทำงานต่อไปแล้ว

สัญญาซื้อขาย น้ำหนักเล่มละครึ่งกิโลกรัม ใส่ถุงกระสอบ ลากไปส่งให้ลูกค้าเซ็นที่ Kiosk DHL เป็นโมเม้นหิ้วของหนัก ที่มีความสุขทุกครั้ง

วันนั้นที่ผ่านมา สอนอะไรมากมาย ไม่ใช่แค่ทักษะการทำงาน การทะลุขีดจำกัด แต่สอนเรื่องความสำคัญของ CRM ที่เมื่อก่อนหลีกเลี่ยงเทคโนโลยีมาตลอด เหมือนเอเจนทั่วๆไป กลัวระบบ กลัวเทคโนโลยี เลยทำงานที่มีจำนวนมากไม่ได้ ลืม หลุด

แต่พอถูก force ให้ทำ ก็ทำได้ และเข้าใจคุณค่าของเทคโนโลยี การวางแผนงาน แผนวัน อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ยังเดินหน้าต่อไปได้

เป็นจุดต่อจุด ที่ใหญ่ และประทับใจมาก ในการทำอาชีพเอเจนอสังหาริมทรัพย์
นึกถึงแล้วก็ยังรู้สึกได้ถึงความมันส์อยู่นะ 😉
main-image
profile-avatar
Naowarat 4 ปีที่แล้ว
ความรู้

หาต่างชาติมาซื้อยังพอนึกออก แต่หาทรัพย์จากเจ้าของต่างชาติ ที่เข้ามาเมืองไทยไม่ได้ ช่วงโควิดเนี่ยทำอย่างไร?

เมื่อเช้า เล่าให้ฟังว่าต้องเตรียมเอกสารใบมอบอำนาจให้ผู้ขายต่างชาติ ซึ่ง Time poor สุดๆ แล้วก็ทิ้งท้ายไว้ว่า จะมาเล่าให้ฟังว่า ไปเจอเขาได้อย่างไร? เซ็นสัญญาปิดกับลูกค้าต่างชาติเนี่ยนะ!? ทำยังไงน่ะ?

หาต่างชาติมาซื้อยังพอนึกออก แต่หาทรัพย์จากเจ้าของต่างชาติ ที่เข้ามาเมืองไทยไม่ได้ ช่วงโควิดเนี่ยทำอย่างไร?

สมัยทำแต่หาลูกค้าฝั่งซื้อ ทำเคส open listing ก็นึกไม่ออกหรอกค่ะ ว่าจะทำยังไง

เรื่องมันก็เริ่มตอนเปิดเฟรนไชส์ RE/MAX นี่ล่ะค่ะ

ที่ RE/MAX จะเน้นทำงานมาตรฐานอเมริกา สัญญาปิดจะเป็นเรื่องสำคัญ เพราะมันทำให้เรามั่นใจในการทำงาน คาดการณ์ผลตอบแทนและวางแผนงบประมาณการตลาด ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

โอ๋มาจากการขายสัญญาเปิด Hunter Model ได้ลูกค้ามาคือออกล่าหาทรัพย์มาปิดอย่างเดียว ก็ต้องมาเรียนรู้วิธีการทำงานแบบใหม่นี้เหมือนกัน ถึงจะรู้มาบ้าง ก็ต้องเทของเก่าทิ้ง และเรียนรู้ใหม่

การ Cold calling ไปหาเจ้าของทรัพย์ที่ลงประกาศขาย เบอร์ที่เรามีในสต๊อกส่วนตัว คัดกรองเพื่อหา Motivated sellers มันทำให้ตาสว่าง และรู้ว่า น้อยเท่าน้อย ที่จะมีผู้ขายที่พร้อมขายจริงๆ

4 วันติดๆกันที่นั่งโทร ด้วยทักษะการทำงานมานับสิบปี กว่าสองร้อยสาย ไม่มีใครอยากเซ็นสัญญา Exclusive listing กับโอ๋สักคน โทรจนปากแห้ง เสียงหาย ไม่ถอดใจ แต่กลับเข้าใจตลาดมากขึ้น “ลงโฆษณาโครมๆ โพสต์กันแหลกลาญทุกเอเจน แต่เขาไม่พร้อมขายกันเลย…

แล้วที่ผ่านมา เราทำอะไรกันลงไป?”

คงทำเยอะมากจนเทวดาเห็นใจ ก่อนหลับตาลงคืนนั้น ไหว้พระ แล้วอธิษฐานว่า “หากนี่คือทางที่ใช่ ช่วยส่งลูกค้าตัวจริงมาให้หน่อยค่ะ”

หกโมงเช้า เสียงข้อความเด้งมาในไลน์ ขยี้หูขยี้ตาดู เป็นใครไม่รู้พิมพ์มายาวยืด แอดไลนที่ยังไม่ได้กดรับ

“ Finally, I got your contact. I have been following you for a year, but I don’t have your number.Suddenly, you have put your number on your latest post on timeline… I would like to sell my Bangkok property. I have been trying for almost a year, it wasn’t success. I believe you can sell it for me.!”

และนั่นคือจุดเริ่มต้นค่ะ ในการได้ Exclusive listing แรกของโอ๋

จำไว้ด้วยนะคะ ทุกโพสต์ ทุกที่ ของคุณ กรุณาใส่ contact details ให้ครบถ้วน อย่าให้แฟนคลับรอนานขนาดนี้นะคะ ^^

อ๊ะ อ๊ะ และอย่าคิดนะคะ ว่า lead วิ่งมาชนแบบ follower ที่มีใจแบบนี้ แล้วเรื่องมันจะปิดกันง่ายได้ บอกเลยว่า การปิด Exclusive listing กับเขาแบบไม่เคยเห็นหน้าเห็นตา ตัวเป็นๆนั้น โอ๋ต้องใช้ทุกกระบวนท่าที่อาจารย์ใน RE/MAX สอนเพื่อปิดทำสัญญากับเขาให้ได้ ทั้งการทำ market research, price strategy ได้ทำทุกอย่างจนครบกับเขาจริงๆ คิดดูว่าเขาเป็นนักลงทุนสไตล์ไหนอ่ะ บอกโอ๋ว่า

“ I plan to exit from Thailand property. My analyst also told me, this project would have better chance to be sold if compared to my another one”

เหอะๆ ถึงกะต้องปรึกษานักวิเคราะห์การลงทุนกันเลยทีเดียว

เอาน่า วิเคราะห์อสังหาริมทรัพย์จากระยะไกล มันก็ได้ประมาณหนึ่ง แต่ถ้ามือถึง พึ่งได้ ก็ต้อง Hyper local agent แบบไอนี่ล่ะ ที่จะช่วยยูว์ปิดขาย Exit ได้ตามที่ตั้งใจ

อยากรู้ว่าทำอะไรบ้าง ตามไปนั่งเรียน Become The Agent 102 ละกันนะคะ มันยาว (555 ช่วยคุณตาลขายของอีก)

เคสนีปิดขายให้สองรอบค่ะ ครั้งแรกคือ ขายได้ภายใน 4 วัน! จากที่เงียบเป็นป่าช้ามาปีครึ่ง ดูทีเดียวปิดเลย แต่ไม่โอนเพราะลูกค้าเปลี่ยนใจ มายกเลิกเอาสัปดาห์สุดท้ายก่อนกำหนดโอน ซะงั้น!

ก็เป็นเรื่องให้ต้องกลับมาเข้าตลาดใหม่ ด้วยราคาที่เจ้าของอยากขายแพงกว่าเดิม ก็เงียบสิคะ เงียบไป 5 เดือน พร้อมกับการรายงานประจำสัปดาห์ว่า

” No calling “ “ Only view on website, no call “

เป็นการรีพอร์ตที่เซ็งจิตเอเจน และปวดใจเจ้าของ จนในที่สุดเราก็กลับมาผนึกกำลังกันอีกครั้ง ปรับกลยุทธ์ และปิดการขายได้ด้วยการมีลูกค้าเข้าชมเพียง 1 visit แถมได้ราคาแบบไม่ต้องลด และ condition ดีกว่าที่ตั้งไว้ด้วย! Huray!

เนอะ ไม่รักโอ๋ แล้วจะไปรักใคร 😉

Khun Oh, you are awesome! I knew you would make it!
main-image
profile-avatar
Naowarat 4 ปีที่แล้ว
ความรู้

การเป็นตัวแทนรับมอบอำนาจฝั่งขาย (เจ้าของเป็นต่างชาติ) กรมที่ดินจะเข้มงวดมาก คุณต้องห้ามพลาด แม้แต่ตัวอักษรเดียว

เมื่อวานนั่งจัดการสัญญาซื้อขาย และใบมอบอำนาจให้ผู้ขายซึ่งเป็นต่างชาติ ตรวจสัญญาเช่าลูกค้าวีไอพี ที่พาไปเช่าบ้านกับเจ้าของสูงวัย ที่ไม่ถนัดทำสัญญา
เลยเป็นวันแห่งสัญญาและเอกสาร ท้างงวัน 😅

ถามว่าชอบไหม? ตอบเลยว่าไม่!

เป็นเซลล์ในสายเลือด ใน DNA ชอบอยู่กับคน ไม่ใช่เอกสาร ยังไงก็ต้องรับผิดชอบทั้งหมดอยู่ดี

ถึงจะมีทนายช่วยทำ แต่ขั้นสุดท้าย ส่งออกไปจากอีเมล์ของเรา ลายเซ็นเรา เราก็ต้องรับผิดชอบทั้งหมด

สัญญาซื้อขายรีเซล ยังเซ็นออนไลน์ได้ เป็นสัญญาระหว่างบุคคล แต่ใบมอบอำนาจ ต้องรับรองโดย Notary public ในย่านนั้นๆ หรือกงศุลไทยที Home country ของผู้มอบ

มันเร่ง มันเข้มงวดเพราะนอกจากผิดไม่ได้แม้แต่ตัวเดียวแล้ว ท่อนสุดท้ายตรงวัตถุประสงค์การมอบอำนาจ สนง.ที่ดินเขากำหนดมาว่า ต้องใช้ wording แบบนี้เป๊ะๆ และผู้ขายก็อยากให้แปลเป็นภาษาอังกฤษให้เขาเข้าใจด้วย ว่ามอบอำนาจแค่การนี้นะ ไม่เกินขอบเขต บางคนทำมาภาษาไทยล้วน ลูกค้าบางคนยอมเซ็นก็ดีไป แต่รายนี้ไม่ยอม...ก็ต้องทำให้เขา

ท่อนที่ใส่รายละเอียดชื่อ แซ่ แม่พ่อ มันเป็นภาษาไทยล้วน ยังพออธิบายลูกค้าได้ แต่ท่อนวัตถุประสงค์ที่บรรทัดก็จำกัด เราต้องแปลและใส่ภาษาอังกฤษที่อ่านแล้ว Make sense ส่งไปให้ลูกค้าด้วย มันไม่ง่าย 😅 เย็นแล้วจะให้ใครแปลล่ะ ก็เรานั่นแหละ

ไวยากรณ์ดิชั้นเลิศเลอเหรอ? ไม่ค่ะ ให้ทนายบริทิชที่ออฟฟิศอ่านแล้ว " Its not a perfect English, but its crystal clear!. Well done "

การเป็นตัวแทนรับมอบอำนาจฝั่งขาย ที่ดินจะเข้มงวด เพราะเขาต้องปกป้องสิทธิประชาชน ไม่ให้ใครอยู่ๆจะมาขโมยโฉนดไปขายกันง่ายๆ

นอกจากเรื่องความถูกต้องของเอกสาร เรื่องเวลาก็สำคัญมากๆ ผู้ขายเดินทางตลอดแบบหาตัวจับยากหลังโควิดนี่จะคุยธุระที ก็ต้องเช็คTime zone ว่าตอนนี้อยู่ไหน คุยได้หรือเปล่า จะมามัวหวังว่าจะอ่านไลน์ ตอบไลน์ก๊อกแก๊กๆ เหมือนอยู่ในกรุงเทพฯด้วยกันนั้น No way😅

ผู้ขายเสร็จธุระจากออสเตรเลีย แวะกลับมาบ้านที่สิงคโปร์เพื่อทำเอกสารและส่งไปรษณีย์มาให้ที่กรุงเทพฯ มีเวลาแค่ 3 วัน จากนั้นจะต้องไปแคนาดาต่ออีก 2 วีค และผู้ซื้อคนไทย ก็อยากรีบโอนให้จบเร็วที่สุด ก่อนไปต่างประเทศเหมือนกัน มีเวลาแค่นี้ ห้ามพลาด ห้ามลืม!

Time poor clients ที่สุดอ่ะเคสนี้

เคสนี้ปิดขายได้จากการเซ็น Exclusive listing นะคะ ผู้ขายเป็นนักลงทุนต่างชาติด้วย ตั้งกะซื้อคอนโดนี้มา ยังไม่เคยเข้ามาดูเลย จนขายน่ะ!

อยากรู้ใช่ไหมล่ะ ว่าโอ๋ไปได้ลูกค้าคนนี้มายังไง 😘

เดี๋ยวมาเล่าต่อโพสต์หน้า เตรียมตัวอาบน้ำไปขายของก่อนน๊า....😘😘😘😘
main-image
profile-avatar
Naowarat 4 ปีที่แล้ว
ความรู้

" การทำเงิน เป็นเรื่องง่ายและสนุก..." เป็นคำพูดของคนรวย ที่เป็นลูกค้าซื้ออสังหาฯส่วนใหญ่ของเรา

คำพูดชิลๆ ที่ใครๆ นอกวงการ หรือแม้แต่คนในวงการที่ยังติดกับดัก

ขยัน ทำงานหนัก จึงจะรวยได้" ฟังแล้วอาจแสลงหู เบะปากมองบน

เวลาทำงาน โอ๋ชอบคุยกับลูกค้า ที่มากไปกว่าแค่ขายของ ความรู้ในบ่อเล็กๆ ของเรา มันยังขยายได้อีก จากประสบการณ์และความรู้ของลูกค้าที่ไปลงทุนในหลายธุรกิจ หลายประเทศ

ชอบฟัง ว่าคนรวยคิดยังไง ทำยังถึงรวย รวยแบบไร้แรงต้าน

คนรวย มักเป็นคนมองภาพใหญ่ ใหญ่มากๆ ไม่หงุดหงิด หรือติดอะไรนานๆ เพราะเขามีอะไรอย่างอื่นที่ต้องทำอีกมากมาย เกินกว่าที่จะเสียเวลาคิดเรื่องจุกจิก เมื่อเศรษฐกิจอเมริกาไม่ดี ประกาศ recession อย่างเป็นทางการ ยุโรปก็ So so และก็เป็นเหตุผลที่ทำไมนักลงทุนเริ่มถอนตัวจากตลาดตะวันตก เปลี่ยนมาเป็นเอเชีย

กฏหมายแต่ละประเทศนั้นแตกต่าง แต่ก็มีช่องทางสนับสนุนธุรกิจของพวกเขาเสมอ ก็แค่เรียนรู้ ทำความเข้าใจกับมัน

น่าสนใจว่า ประเทศไทยในสายตานักลงทุนต่างชาติ ยังเห็นว่ามีความมั่นคงและเติบโตไปได้อีกในสิบยี่สิบปี

มีลูกค้าท่านหนึ่งซึ่งได้คุยกันตอนไปวิ่งออกกำลังกาย ใจดีมาก ชอบเล่าให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ และชี้แนะช่องทาง วิธีคิดในการทำงานให้ด้วย " คุณโอ๋ ยูมีความฝันอะไร..." แล้วโอ๋ก็แชร์ให้เขาฟัง นาน น้าน จะมีใครมาถามแบบนี้ ก็เล่าสิคะ รออะไร พูดเรื่องความปรารถนานี่มัน มีความสุขจะตาย

" แล้วยูจะทำให้มันเกิดขึ้นได้ยังไง?"

เออ นี่ล่ะ ที่เป็นประเด็นค่ะ นึกไม่ออก เลยยังได้แต่ฝันค่ะ มันใหญ่และยังไกลเหลือเกิน
main-image
profile-avatar
Naowarat 4 ปีที่แล้ว
ความรู้

ประสบการณ์นี้สอนให้รู้อีกครั้งว่า " ถ้าลูกค้าถูกใจ เดี๋ยวเขาหาวิธีการได้เอง" และ " ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ฟังความรู้สึกตัวเอง และ follow your heart ❤️"

เมื่อวานพาลูกค้านักลงทุนไป visit คอนโดแถวพร้อมพงษ์ ทองหล่อ ลูกค้าท่านนี้บินไปบินมา ทำธุรกิจในกรุงเทพอยู่เกือบสิบปี ไม่ได้ซื้อคอนโดสักที จนได้มารู้จักกับโอ๋

ลูกค้าก็เป็นสุดยอดลูกค้าในฝัน

ห้องตึกเก่า เมื่อราคามันได้ เอเจนรับดูแลรีโนเวทให้ ลูกค้าก็ตัดสินใจเสนอราคา on-site เลย ไม่คิดมาก ห้องเล็กห้องน้อย 2-3 ล้าน 5-6 ห้อง ยูว่าดี บริหารให้ได้ ก็ซื้อเลย เอาเอกสารมาเลย

สามปีมานี้ ตลาดต่างชาติเงียบเหงา และนานมากๆ จะได้เจอนักลงทุนที่ไม่ใช่ Asian ที่มองหาแต่คอนโดใหม่ๆ

ในความหมาย " Investment" ในทรัพย์ luxury property ของนักลงทุนที่มีประสบการณ์สูง ลงทุนในหลายธุรกิจ ซื้อๆขายๆมาแล้วทั่วโลก มันไม่ได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่เอเจนอย่างเราเข้าใจ

นอกจากหาห้องราคาดีๆ ซื้อปล่อยเช่าแล้ว ยังมองหาคอนโดคุณภาพดีที่เขาอยู่เองได้เมื่อมาพักกรุงเทพ และปล่อยเช่าได้ด้วย เมื่อไม่อยู่ เป็นโจทย์ที่ฟังเหมือนง่ายแต่ไม่ใช่เลย

ถ้ามองในมุม เอาตัวเลขเป็นหลัก คอนโด 3 ห้องนอน ประมาณ 30 ล้านที่ยังให้ Net Yeild เกิน 2.5% อยู่สบาย ขายพอได้ในอนาคต ตัวเลือกมันจำกัดจริงๆ ครั้นจะพาไปดูตึกคุณภาพสูง สมไลฟ์สไตล์เขา ตารางเมตรละ 350,000 ก็ไม่สะดวกปากจะพูดว่า ตอนขายออกมันต้องขายได้ ราคามีอนาคต...

กลัวมากค่ะ กลัวขว้างงูไม่พ้นคอ 😄

หลังจากทำการบ้านก็พาดู 3 ตึกในพร้อมพงษ์ ที่ราคายังไม่เกิน ตรม.ละ 2 แสน ตึกใหม่ๆ ที่ราคาขายออกในอนาคตยังพอเป็นไปได้ เอา spreadsheet มากางดูกันเลยทีเดียวว่า ซื้อเท่าไหร่ หักโน่นนี่แล้ว net เท่าไหร่ แต่ลึกๆก็ก็รู้สึกล่ะว่า ลูกค้าอยู่ไม่ได้อยู่กับตึกแบบนี้แน่

" เหมือนเล้าไก่เลยคุณโอ๋ " 🤣🤣🤣

ลูกค้าที่ค่อนข้างจะสนิทสนมไว้ใจ ก็ฟีดแบ็กแบบน่ารักตรงไปตรงมา " คนไทยซื้อตึกแบบนี้จริงๆเหรอ มันไม่มี Character เลยอ่ะ ถ้าลงทุนไม่คิดอะไรมาก ก็ไม่ต้องหันมาดูก็ได้นะ ซื้อเลย ถ้าตัวเลขผ่าน แต่ให้อยู่ ผมไม่ไหว Developer ลงทุนกับการตกแต่งล๊อบบี้ ส่วนกลางเยอะเลย แต่มัน fake อ่ะ ไม่ลงทุนในวัสดุภายใน... หูยยยย 😆

ดีไม่ได้เป็นญาติ Developer ได้ยินแล้วแสบผิวเลย...

" ใช่ค่ะ ตามที่คุณลูกค้าถามมา โอ๋ก็จัดให้ตามที่ขอ แต่ถ้าไม่ถูกใจ เดี๋ยวพาไปดูสิ่งที่โอ๋รู้สึกว่าเหมาะกับคุณลูกค้าดีกว่า เราวางเรื่องราคาไปเลย ใช้หัวใจนำทางกัน" ลูกค้าหัวเราะ ชอบใจในภาษา แล้วก็พาไปดูอีกตึกที่แพลนจะเช่าอยู่ชั่วคราวไปก่อน ระหว่างยังหาซื้อไม่ได้

ห้องเขามีให้เช่า ไม่อยากเช่า แต่อยากซื้อ ทั้งตึกมีอยู่ 20 ห้อง 😄 " เนี่ยๆ ที่คุณโอ๋ส่งวีดิโอให้ดูแล้วบอกว่ามันน่ารักน่ะ ผมชอบตึกนี้ ขายมั้ยอ่ะ ถามเจ้าของให้หน่อย"

แว้บนั้น รู้สึกว่าควรต้องพาเขาไปดูเพ้นท์เฮ้าส์ของตึกนี้

" ค่าเช่ามันเกินแพลนไปค่ะคุณลูกค้า แต่ไปดูเพ้นท์เฮ้าส์ดีกว่า 400 ตรม. เผื่อว่าจะถูกใจ จะได้หาให้แบบนี้อีกค่ะ "

พอเข้าไปในห้องเท่านั้นแหละ " เนี่ยแบบนี้ ที่ผมอยากได้ มีเอกลักษณ์ มีความรู้สึก มีความเคลื่อนไหวในบ้าน ไม่อึดอัด น่าเบื่อเหมือนตึกใหม่ที่ทุกห้องเหมือนกันหมด..."

😄 ดีใจนะคะที่อยู่ๆ ความสามารถในการซื้อของลูกค้าก็ดีดขึ้นไปที่ 70 ล้าน จาก 30 ล้าน แต่ก็ต้อง remind ลูกค้าว่า ค่าเช่า 2 แสนกว่า ณ ปัจจุบัน มันไม่ได้ปล่อยกันง่ายๆนะนายจ๋า อย่าหวังว่าเอเจนจะเสกผู้เช่าให้ได้ในเดือน สองเดือนเด้อ
ตังค์น่ะอยากได้

แต่อย่าเอาความคาดหวังเกินจริงมาไว้บนบ่าโอ๋ตอนหาผู้เช่า เพราะตอนจะซื้อ your Emotion running so high น๊า

" ไม่เป็นไรคุณโอ๋ มันมีทางออก มันเป็น Lifestyle investment ผมมีวิธีปล่อยเช่าถูกหน่อยให้ได้คนเช่าเร็วๆ และ cover ตัวเลขที่แพลนไว้ แล้วเดี๋ยวอีก 2-3 ปีค่อยเข้าอยู่ได้..."

ฮั่นแน่ ถ้าลงว่าถูกใจ โซลูชั่นมาเอง ไม่ต้องคิดมาก รักความฉลาดของลูกค้า มิน่าถึงรวย 🤩❤️🥰

ประสบการณ์นี้สอนให้รู้อีกครั้งว่า

" ถ้าลูกค้าถูกใจ เดี๋ยวเขาหาวิธีการได้เอง" และ " ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ฟังความรู้สึกตัวเอง และ follow your heart ❤️"

รักบรรยากาศแบบนี้ ❤️❤️❤️
main-image
profile-avatar
Naowarat 4 ปีที่แล้ว
ความรู้

งานขาย คือการทำความเข้าใจทรัพย์ เข้าใจลูกค้า เข้าใจขั้นตอนอย่างชัดเจน ยืนเป็นหลักให้ลูกค้าได้ … ก็มันจะยืนให้คนอื่นได้ยังไง ในเมื่อไม่มีความรู้!

ในชีวิตการทำงานมาสิบปี ตั้งแต่สมัยคอนโดบูมมาก ฝรั่งเข้าซื้อเยอะๆ ห้อง 200-300 ตรม.ขายดี นักลงทุนก็กล้าซื้อ กล้าลงทุน ช่วงนั้นก็ไม่เข้าใจอะไรมาก ทำแต่เช่าๆไปเรื่อยๆ เงินเร็วดี แล้วแต่บริษัทจะส่งลีดมา ขายนี่แทบไม่ทำเลย ขี้เกียจ มันยาก

ใช่ งานขาย คือการทำความเข้าใจทรัพย์ เข้าใจลูกค้า เข้าใจขั้นตอนอย่างชัดเจน ยืนเป็นหลักให้ลูกค้าได้ … ก็มันจะยืนให้คนอื่นได้ยังไง ในเมื่อไม่มีความรู้!

หลายคนติดอยู่ที่ความไม่รู้ และสิ้นหวังกับการเรียนรู้ ซึ่งตัวเองก็เคยเป็น พอเป็นฟรีแลนซ์ อยากขายมั่ง เงินก้อนใหญ่มันน่าจะดีกว่า แต่ก็ต้องเจอเรื่อง Open listings ที่เจ้าของบ้านไม่ได้มีความพร้อม หรือตั้งใจจะขาย

แค่อยากเทสตลาด ฝากลงโฆษณาราคานี้ พอมีลูกค้าไปจริงๆ ขึ้นราคาซะอย่างนั้น ข้อตกลงการขายเปลี่ยน เอเจนยืนเซ่อเหมือนคนบ้าอยู่หน้าบ้าน เหมือนคนปัญญาอ่อน ทำงานไม่เป็น ข้อมูลผิดหมด

ไม่นับรวมการเจาะทรัพย์ โกงค่าคอมมิชชั่นของเพื่อนร่วมอาชีพ ที่ดาร์คสุดๆ จนอยากเลิกอาชีพนี้ไปหลายครั้ง

ตอนนั้นหมดใจ อยู่ในการพร่ำบ่นว่าอาชีพนี้มันไม่มีทางโตหรอก มันเละเทะขนาดนี้ ไม่มีหลักการ โครงสร้างอะไรสักอย่าง มันเน่า!

ในวันที่คิดลบ เล่นบทบาทเหยื่อผู้อ่อนแอ ก็มีเพื่อนที่รักท่านหนึ่ง กล่าวว่า “ ใช่ สิ่งรอบตัวมันแย่ แต่แทนที่จะนั่งบ่น นั่งโทษให้ตัวเองหมดพลัง เธอจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้างล่ะ?”

เริ่มเรียนรู้จริงๆจังๆ เรียนแล้วก็ทำ ยากก็ทำ เอาทั้งเงิน ทั้งแรงกายไปแลกวิชาจากหลายสำนัก หลายบริษัท หลายครู แล้วก็ dive deep ลงไปทุกวันๆ จากเกลียด เบื่อหน่าย ยอมแพ้ เปลี่ยนแปลงเป็นความสนุก เป็นความเข้าใจ เป็นตัวตนใหม่

ใครไม่มีหลักการ ฉันไปเรียนรู้ เริ่มวางหลักการด้วยตัวเอง

ใครไม่มีระบบ ฉันมองหาระบบ อะไรที่ควรทำ แต่ที่ผ่านมาหลีกเลี่ยงไม่ยอมทำ ก็ทำ ไม่ชอบก็ทำจนอยู่กับมันได้ Database,CRM ไม่เคยสนว่าเขียนอะไรไป มันจะเกี่ยวกับ SEO ยังไง วันนี้อยู่กับมันได้ ทำได้

ใครไม่ทำงานให้ละเอียด ฉันทำ ทั้งๆที่ไม่ใช่นิสัยคนละเอียดเลย ทำเพราะรู้ว่าถ้าข้ามขั้นตอนมันคือพัง!

ใครไม่ทำ Exclusive listing ฉันทำ มันยากนะ แถมไม่ค่อยมีเพื่อร่วมทางด้วย แต่มันดี รู้สึกเหมือนทำงาน Craft ของตัวเอง

ไม่เคยมีใครสอนสคริปต์โทร สคริปต์ขาย การจัดการข้อโต้แย้ง ก็ไปนั่งเรียนเอง ครูไทยไม่มีสอนก็นั่งเรียนกับครูต่างชาติก็ได้ แปลเอา ดัดแปลงซ้อมเอา ให้ได้ในแบบของตัวเอง

ที่ผ่านมาไม่เคยกล้าทำวีดีโอ เพราะกลัวถูกตัดสิน (ปอดแหก) ก็ทำมาเรื่อยๆ จนเข้าใจประโยชน์และได้รับประโยชน์นั้นมากขึ้น

ทำเพื่อให้ตัวเองมีพลัง

เพื่อนๆล่ะคะ วันนี้ทำงานอาชีพเอเจนอสังหาริมทรัพย์กันอย่างไร และทำเพื่ออะไร?

เล่าให้กันฟังบ้างนะ
main-image
profile-avatar
Naowarat 4 ปีที่แล้ว
พัฒนาตนเอง
main-image
profile-avatar
Naowarat 4 ปีที่แล้ว