feature
icon   152

ติดตาม

icon   0

กำลังติดตาม

icon   195

โพสที่สร้าง

ความรู้

มีเพื่อนเอเจนถามกันมาเยอะเลยค่ะ ว่าอยากทำเคสต่างชาติบ้าง จะทำได้ไหม จะทำไงดี

ลูกค้าชาติไหนๆ เขาก็มีเอเจนที่พูดภาษาเขาอยู่ที่นี่ เช่น เอเจนจีน เอเจนที่เป็นฝรั่ง ญี่ปุ่น เยอะแยะไปหมด จะแข่งกับเขาได้ไหม?

อยากบอกตรงนี้เลยค่ะ อย่าปรามาสความเป็นไทยเจ้าถิ่น ความเป็นคนที่เกิดและโตในแผ่นดินนี้ และอย่าคิดว่าความเป็นคนไทยที่ไม่เคยไปเติบโตที่ต่างประเทศไหนๆ เราจะสู้เขาไม่ได้

กล้าพูดเลยค่ะ เราอาจไม่เก่งภาษาอังกฤษ หรือภาษาต่างด้าวมาตั้งแต่เกิด แต่นั่นแปลว่า เราเป็นคนที่สามารถพูดได้หลายภาษานะคะ Thai mother tongue และเป็น English speaker ด้วย มันจะไม่คล่องบ้างก็ฝึกเอาค่ะ โอ๋ก็ฝึกเอา

เข้ากรุงเทพใหม่ๆ ฟังไม่รู้เรื่อง โดนฝรั่งลากเข้าห้อง เพราะฟังเขารู้เรื่องไม่ถึง 10% เขาพูดอังกฤษสำเนียง Wales เร็วปรี๊ดปรื๋อ นี่ก็ Yes yes อย่างเดียวแบบสาวไทยนิสัยดีที่กลัวเสียหน้าในยุคนั้น…เกือบเสียเมืองให้สหราชอาณาจักรโดยอุบัติเหตุแล้วมั๊ยล่ะ 😉

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เก็บประสบการณ์เคสโอนกรรมสิทธิ์ต่างชาติเยอะ เพราะรับจ้างทำโอนด้วย ช่วยงานเพื่อนทนายที่เปิด law firm เขาไม่มีคนช่วยงาน เราว่างก็ช่วยทำ ได้เก็บประสบการณ์ด้วย และรู้เลยว่า ความเป็นคนท้องถิ่นมันช่วยอะไรเรามากมายในการติดต่อประสานงาน

และดำเนินการเอกสารที่ซับซ้อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็บ้อแบ้ภาษาอังกฤษ ลูกค้ายิ่งแล้วใหญ่ การที่ต้องมาเซ็นอะไรที่เป็นเอกสารไทยล้วนๆ ที่กรมที่ดิน ถ้าไม่ปูทางมาดีๆ ถึงหน้างาน เอเจนปาดเหงื่อทุกราย ตรงไหนต้องเซ็น เซ็นทำไม อธิบายเขาได้ไหมล่ะ เป็นภาษาอังกฤษน่ะ

มีเคสนึง เป็นเอเจนฝรั่งค่ะ มีประสบการณ์ขายมาจากต่างประเทศ อยู่เมืองไทยมาหลายปี แต่ด้วยความเป็นฝรั่ง บางทีก็คิดว่าตัวเองรู้ดีไปซะหมด ชีปิดขายลูกค้าจีน ที่มีสามีเป็น Italian ได้ค่ะ

แต่ความสัมพันธ์กับลูกค้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะอย่างที่รู้ ช่องว่างทางวัฒนธรรมมันกว้างมาก บางทีชีก็หงุดหงิดที่ลูกค้าถามเยอะในคำตอบที่ ชีก็ไม่รู้จริงๆล่ะว่า ทำไมต้องทำอย่างนั้น

วันไปโอน โอ๋ก็ไปช่วยรับลูกค้า ช่วยรับ FET ช่วยรับเช็ค จากแบงค์ เพราะลูกค้าโอนเงินเข้าบริษัทของชี ปกติเอเจนควรเผื่อเวลารับเอกสารเหล่านี้สัก 1 วันล่วงหน้า นี่จะโอนบ่าย แกมาช่วงสาย และทะเลาะกับลูกค้าแล้วหนึ่งยก เพราะตอบไม่ได้ว่าทำไมต้องใช้ชื่อพ่อแม่ของพวกเขาในกระบวนการโอนด้วย

ชีตอบลูกค้าว่า “ It is what the government wants. That’s it. Don’t ask me. This country has their own complicated process we have to follow through.”

พร้อมน้ำเสียงกระฟัดกระเฟียด เพราะผู้ขายแจ้งมาทางโทรศัพท์ว่าเอกสารส่วนตัวฝั่งเขาก็ยังไม่เรียบร้อย เอิ่มมมนะ ยุ่งดีแท้

ลูกค้าทำท่าไม่พอใจ “ You are the agent. How come you didn’t know the reason.?” ชีก็เถียงลูกค้ากลับว่า เค้าขอมาก็ให้เถอะ จะอะไรกะชั้นนักหนาวะ จะไม่ไหวแล้วนะ …

ในฐานะเอเจนคนหนึ่ง ที่นั่งตรงนั้นและกำลังเป็นกรรมการห้ามมวย ก็ช่วยตอบลูกค้าไปว่า “ It is the process of identity confirmation at the Land Department.” เรียบง่ายแค่นั้น

ลูกค้าก็สงบลงและกล่าวว่า “ That’s it. We just curious. And if she can’t answer, why she didn’t ask other professional to help. Gosh. You come from the law firm right? If we don’t have you today, we might cancel the deal. This agent is insane….”

ส่งลูกค้าขึ้นรถไปล่วงหน้าแล้ว ก็มาช่วยเอเจนฝรั่งที่ counter ธนาคารต่อ สัญญาที่ทาง law firm ร่างให้ ไม่ถูกใจ และจะประหยัดตังค์ จ้างไปโอนอย่างเดียวถูกกว่า ชีก็ให้เด็กในออฟฟิศทำให้ใหม่ พิมพ์อย่างใจ และมีปัญหาเพราะพิมพ์ชื่อคอนโดผิด แบงค์จะไม่ออก FET ให้ ด้วยความเป็นฝรั่ง ขี้โมโห แกก็เริ่มแม๊งแตกกับธนาคาร ซึ่งไม่ช่วยอะไร เพราะน้องเทลเลอร์ก็ฟังภาษาอังกฤษไม่เข้าใจ และยืนยันจะไม่ออกเอกสารให้ ยืนช่วยเคลียร์อยู่สักพัก ก็จบงานได้

ขึ้นรถแท๊กซี่มาด้วยกัน แกก็เริ่มระบาย ความเฮงซวย ป่นปี้ ที่หากไม่มีคนไทยหัวดำๆ ฉลาดๆ และเข้าใจกระบวนการมาช่วยในวันนี้ คงซี้แหง ว่าแล้วก็ควักเงินสดค่าภาษี ค่าธรรมเนียมมานับบนรถ นี่ก็ถามว่า ทำไมไม่คำนวณล่วงหน้าแล้วออกเช็คสั่งจ่ายกระทรวงการคลังมา

หิ้วเงินสดมาเป็นแสนๆเนี่ยมันอันตราย แกก็ว่า “ I don’t trust it. But, yes it’s so crazy. And I didn’t have time for calculations… Damn it!” แล้วรถก็ถูกชนท้ายค่ะค่ะ ปัง! เรียกหาอะไรก็ได้อันนั้น วันไปโอน อย่าอารมณ์เสียนะคะทุกคน มันขัดลาภ นี่ขนาดนั่งรถไปสวดมนต์ไป ยังเกิดอุบัติเหตุ 🤣

ได้ผล แกเริ่มได้สติ เก็บเงินเข้าถุง พร้อมกับคนขับแท็กซี่ลงไปเฉ่งกับคู่กรณี ดีว่าไม่ถึง 200 เมตรก็ถึงสำนักงานที่ดินแล้ว เลยขอเขาเดินลง นี่ถ้านั่งไปด้วยอีกไกล ใครจะรู้ว่าอาจถูกลากไปปาดคอ เพราะแท็กซี่ก็เหลือบมองหลายรอบตอนเอเจนฝรั่งนับเงินเป็นฟ่อนๆ หลุดไม้หลุดมือ อยู่เบาะหลัง

ถึงสำนักงานที่ดิน ช่องที่มาทำนัดหมายไว้ ก็ไหลลื่นตามกระบวนการ แบบไทย ใช้พี่คะพี่ขานิดหน่อย ช่วยแนะนำทีค่ะ อ่อนน้อม ขอความช่วยเหลือ ซึ่งฝรั่งบางคนมองว่ามันคือการ Fake การลดศักดิ์ศรี

แต่สำหรับเราคนไทย มันคือเรื่องของความสัมพันธ์ เรื่องของวัฒนธรรม ที่ไม่ได้ฝืนใจอะไรมาก เราโตมาแบบนี้อยู่แล้ว ไม่ได้บอกว่าอะไรดีกว่าอะไร แต่ถ้าแบบไหนมันเวิร์ค เราก็แค่ใช้อันนั้น

จำไว้นะคะ เราเป็นเอเจนไทย หัวใจอินเตอร์ จงภูมิใจในความรู้ลึกซึ้งในพื้นที่ของเรา เพราะมันเป็น Unfair advantage ของ คนพื้นที่เท่านั้น

เราสามารถเป็น Local expert และเป็นสุดยอด Government liaison ที่ต่างชาติคนไหนก็เทียบยาก อย่างน้อย โฉนดเลขไทย ไม่ใช่คนไทยก็อ่านไม่ออกล่ะ (วะ) ^^
main-image
profile-avatar
Naowarat 4 ปีที่แล้ว
แชร์ประสบการณ์

น่าสนใจมากๆ มาดูผลตอบแทนการลงทุนอสังหาริมทรัพย์แถบเอเชียรอบบ้านเรา เป็นอย่างไร?

ดูตารางด้านล่างประกอบจะเห็นว่า Yield สูง ก็ไม่ได้แปลว่าจะมีความน่าดึงดูดในการลงทุนสูงตามไปด้วย จากข้อมูลในตาราง อินโดนีเซียกับฟิลิปปินส์ Yield 6-7% แต่ความน่าสนใจกลับน้อยกว่าประเทศไทย

นั่นเป็นเพราะว่า นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อทรัพย์ในต่างประเทศ เขาพิจารณาปัจจัยอื่นที่นอกจากผลตอบแทน และราคาต่อตารางเมตร ดังนี้ค่ะ

1. ภาษี และค่าใช้จ่ายในการครอบครองทรัพย์นั้น ซื้อถูกแต่ on going cost สูงก็ไม่น่าสนใจนะคะ

2. ค่าใช้จ่ายในการซื้อขาย บางประเทศ Transfer fee สูงถึง 5-7% ถ้าเทียบกับประเทศไทยเราที่มากสุดก็ไม่เกิน 2% มันเก๋กว่าแบบเห็นๆ

3. กฏหมายที่เกี่ยวกับผู้เช่า และผู้ให้เช่า ถ้า Pro landlord และระยะเวลาจัดการผู้เช่าที่ยืดเยื้อน้อยกว่า ก็น่าจะสบายใจกว่าบางประเทศที่คุ้มครองผู้เช่าจนเจ้าของบ้านปวดหัว

4. แนวโน้มการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ นักลงทุนต่างชาติ ส่วนใหญ่มองหาการลงทุนใน Tier A area ที่สามารถทำค่าเช่า และเพิ่มมูลค่าทรัพย์ได้ดีกว่าทรัพย์ในพื้นที่ห่างไกล ที high return แต่ high risk ซึ่งก็หมายถึงทรัพย์ที่ปล่อยเช่าต่างชาติ หรือผู้มีรายได้สูงๆ ถ้าเศรษฐกิจยังดี ผู้เช่าชั้นดี ยังมีโอกาสหมุนเวียนเข้ามาเรื่อยๆ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนจะตัดสินใจลงทุนค่ะ

Source:
https://www.globalpropertyguide.com/Asia
main-image
profile-avatar
Naowarat 4 ปีที่แล้ว
ความรู้

ถ้าอยากเป็นเอเจนมืออาชีพ 🙂 ที่อยากเดินสายอินเตอร์ การรู้จักทนายดีๆ นอกจากเพิ่มเครดิตในการทำงานของเราแล้ว ยังสามารถเข้าถึง listing ดีๆ ที่ไม่มีวันออกสู่อินเทอร์เน็ตมาขายได้ด้วยนะคะ

ยุคเมื่อสิบกว่าปี ที่หนุ่มใหญ่ชาวอังกฤษ อเมริกัน นิยมมาเกษียณที่กรุงเทพ ยุคที่คอนโดยังไม่แพงมาก ค่าครองชีพยังไม่โหดสลัดขนาดนี้ จะเป็นภาพที่ฝรั่งต่างชาติมาซื้อคอนโดเก่า ห้องใหญ่ๆ ไว้ลงทุนปล่อยเช่า และอยู่อาศัยกันเยอะ

มีบางคน ไม่ได้อยากซื้อห้องใหญ่ แต่เงินแค่สองล้านนิดๆ สมัยนั้น ก็ซื้อห้อง 45 ตรม. ใกล้อโศกอยู่ได้อย่างสบายๆ

ไลฟสไตล์หลังเกษียณที่แสนอิสระ ลูกเต้าที่เมืองนอกโตหมดแล้ว เลิกกับภรรยาหรือตายจากกันเสียแล้ว ก็ได้เวลามาเป็นหนุ่มโสดที่มหานครแสนสนุกอย่างกรุงเทพ ซื้อมอเตอร์ไซค์เท่ๆไว้ขับเล่น บ่ายๆ นั่งชิลตามบาร์เบียร์ คุยกับสาวเสริฟให้แก้เหงาได้

ถึงจะมาอยู่เพื่อความผ่อนคลายหลังการทำงานหนักมาทั้งชีวิต มาเพื่อความสนุกนั่นแหละ แต่ชาวต่างชาติแหล่านี้ ก็ให้ความสำคัญกับการวางแผนและดูแลชีวิตตัวเองค่ะ

ประกันสุขภาพต้องมี เงินสำรองต้องเตรียมไว้ ใครที่เคยบ่นว่าฝรั่งแก่ๆ ขี้เหนียว มันก็ปกติล่ะค่ะ เพราะความสามารถในการหาเงินมันลดลงไปเรื่อยๆ ตามอายุ และจำนวนภรรยาไทย ที่อาจเปลี่ยนไปแล้วหลายคนเช่นกัน

ชาวต่างชาติเหล่านี้ รู้ดีว่า การซื้ออสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพ ไม่ใช่แค่การครอบครองอยู่อาศัยระยะสั้น เขาจะระมัดระวังและมีทนายดูแลการซื้อขายทุกครั้ง เพราะเมื่อเริ่มมีทรัพย์สินที่นี่ สิ่งที่ทนายของเขาจะแนะนำให้ทำคือพินัยกรรม บันทึกทรัพย์สินต่างๆ อะไรชิ้นไหน จะให้ใคร ลูกเต้าคนไหน จะถูกบันทึกและอัพเดทไว้เสมอๆ

คนเรารู้เวลาเกิด ไม่รู้เวลาตาย หยุดหายใจเมื่อไหร่ ทนายจะได้ติดต่อลูกหลานให้มาจัดการมรดกได้ถูกต้อง ซึ่งการทำเรื่องแต่งตั้งผู้จัดการมรดกนั้นก็ยาวนานไม่ใช่เล่น เคสที่ขายไปเมื่อกลางปีก่อน ปิดได้แบบ ขายทันทีหลังเซ็นสัญญา Exclusive แต่ยังโอนไม่ได้สักทีเพราะขั้นตอนจัดการมรดก

ช่างซับซ้อนยาวนานเหลือเกิน โดยเฉพาะช่วงที่เดินทางกันลำบาก และลูกชายของผู้เสียชีวิต เดินทางทำงานทั่วโลก ต้องเล็งกันดีๆเลยว่า การมาของเขาคือ เพื่อปิดจบการโอนขาย และมาเพื่อทำคำสั่งโอนเงินออกนอกประเทศได้ในทริปเดียวกัน

FET หรือใบรับรองการโอนเงินเข้าประเทศ ตั้งแต่ซื้อคอนโดเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน เก่าม๊ากก ถูกเก็บรักษาอย่างดีรวมกับโฉนด ใบเสร็จภาษี ค่าโอนตอนซื้อ เพื่อให้มั่นใจว่าหลักฐานครบ ขายแล้ว Declare เงินได้ถูกต้อง ลูกหลานจะได้โอนกลับประเทศไปใช้ประโยชน์ได้ ขอบคุณผู้เสียชีวิตที่จัดการชีวิตตัวเองอย่างดี ไม่เดือดร้อนลูกหลาน

บทบาทเอเจน คงไม่ต้องรู้ลึกถึงขั้นการฟ้องร้องแต่งตั้งผู้จัดการมรดกหรอกค่ะ มันเป็นเรื่องของทนาย แต่สิ่งสำคัญคือ รับลูกค้าต่างชาติมาคนหนึ่ง ควรเห็นขั้นตอนชีวิตในการครอบครองทรัพย์นั้นของเขา แนะนำลูกค้าให้ทำงานกับทนายดีๆ ที่ไม่ใช่แค่โอนแล้วจบ แต่ควรแนะนำเรื่องการจัดการทรัพย์สินที่จะเกิดขึ้น และการทำพินัยกรรมไว้ด้วย

นี่เป็นค่าใช้จ่ายจำเป็น ที่ไม่ควรจะประหยัด ด้วยการหลีกเลี่ยง

เอกสารที่ซื้อขาย โฉนด ที่ห้ามเอาไปเคลือบพลาสติก เด็ดขาด! ทะเบียนบ้าน อช.23 FET ทุกใบ ใบเสร็จภาษี ค่าโอน ต้องเก็บไว้ทั้งหมด

ดูแลลูกค้าต่างชาติ ไม่ได้ดูแค่โอนเงินเข้าค่ะ ต้องรู้จนตอนโอนออก ว่าเขาควรทราบ และระวังอะไรบ้าง

และที่สำคัญ ห้าม! เด็ดขาดเรื่องแนะนำลูกค้าประหยัดค่าใช้จ่ายการโอนด้วยการแจ้งราคาขายที่ต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะถึงจะไม่มีใครทราบตอนแรก ก็ผิดกฎหมาย และลูกค้าจะโอนเงินส่วนนี้กลับไม่ได้นะคะ อย่าหาเรื่องใส่ตัวเพราะแนะนำลูกค้าผิดๆทีเดียวเชียว

สัญญาซื้อขาย ภาษาอังกฤษ มีความซับซ้อน ควรใช้ทนายในการร่างทุกครั้ง ให้มั่นใจว่าชัดเจน ถูกต้อง ถูกไวยากรณ์ เพราะสัญญาที่ไม่เรียบร้อย อย่างแรกเลยคือ ลูกค้าจะไม่เซ็นค่ะ

และอย่าคิดง่ายๆแบบไทยๆ ว่าสุดท้ายก็ต้องไปใช้ อช.23 ที่กรมที่ดินอยู่ดี เพราะถ้าตอนยังไม่โอน มันมีบางอย่างเกิดขึ้น ต้องฟ้องร้องกันขึ้นมา สัญญาแบบ Google translate หรือข้อตกลงต่างๆ ที่ไม่ชัดเจน เราจะรับผิดชอบอย่างไรไหว

ผู้ซื้อ ผู้ขาย อาจมีทนายของเขา เราก็ต้องมีของเรา เพื่อทำขั้นตอนให้ถูก และปกป้องตัวเอง เอาเวลาไปขายอสังหาริมทรัพย์ ดีกว่ามาทำหน้าที่ทนายโดยไม่จำเป็นดีกว่าค่ะ

อย่าขี้เหนียว ถ้าอยากเป็นเอเจนมืออาชีพ 🙂 ที่อยากเดินสายอินเตอร์

ปล.การรู้จักทนายดีๆ นอกจากเพิ่มเครดิตในการทำงานของเราแล้ว ยังสามารถเข้าถึงlisting ดีๆ ที่ไม่มีวันออกสู่อินเทอร์เน็ตมาขายได้ด้วยนะคะ

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง … ^^
main-image
profile-avatar
Naowarat 4 ปีที่แล้ว
ความรู้

กว่าจะเกิดทักษะที่คล่องแคล่ว แม่นยำ เราต้องฝึกฝน ทำซ้ำ กี่รอบ?

เพื่อนเอเจน รับ leads ต่อเดือนมากที่สุด กี่ leads คะ? มีช่วงหนึ่ง ทำงานเป็นเอเจนในองค์กรที่ขายเฉพาะทรัพย์มือหนึ่ง ให้ต่างชาติ แบบที่เป็น Overseas buyer เลย ไม่ใช่ขาย Resale คอนโดเก่าสำหรับอยู่อาศัย ของต่างชาติที่อยู่มานานแล้วในเมืองไทย

ดังนั้น ลักษณะลูกค้าที่เข้ามาคือ ออนไลน์ร้อยเปอร์เซ็นต์ มาจากทุกทวีป ทุก Time zone

เครื่องมือทำงานคือ CRM ที่ตอนนั้นใช้ Pipedrive พอ leads เข้ามาปุ๊บ ระบบจะ assign leads ให้เอเจนทันทีแบบอัตโนมัติ 24/7 ใครยังสามารถรับได้ ก็คลิกรับตามคิว ถ้าไม่รับ ก็จะหมุนไปให้คนอื่น โทรศัพท์จะไม่มีวันห่างตัว ปฏิทินคือแน่น ซอยเวลาจนยิบ ให้มั่นใจว่า ใส่สิ่งที่ต้องทำแล้ว และงานจะไม่หลุด

การเป็นเซลล์ สำคัญคือต้องตอบให้เร็วที่สุด เพราะลูกค้าคลิกมาจากออนไลน์ มาจากAds ไหนไม่รู้ล่ะ แต่คลิกแล้ว กรอกข้อมูลลงทะเบียนแล้ว ภายในไม่เกิน 10 นาที เราต้องติดต่อกลับไป จะด้วยอีเมล์ หรือแอด WhatsApp ได้ก็ยิ่งดี จะถือว่า Qualified leads

การไม่ตอบสนองต่อ leads หรือทิ้งไว้ไม่มีการเคลื่อนไหว เกิน 48 ชั่วโมง ระบบจะเตือนว่ามี Rotten leads หรือ ลีดเน่า ที่แปลว่าเราไม่ perform และ Sales Manager เขาก็จะมาเตือนค่ะ หรืองดจ่าย leads ซะเลย

ลูกค้าต่าง Time zone คุณไม่มีทางที่จะมานั่งเขียนอีเมล์ทีละอันได้ทันแน่ ก็ต้องทำ Template เตรียมไว้ เปลี่ยนแค่ชื่อตรงคำขึ้นต้น โครงการที่เขาสนใจ และคำถามเพื่อคัดกรองความต้องการ

ที่ต้องเขียนไว้อย่างดี ไม่ให้เราดูเหมือน Bot มาปุ๊บ รู้ว่าสนใจโครงการอะไร ถามต่อช็อต Pitching เพื่อนัดหมายเข้าชม หรือวางจองทันทีถ้าเป็น Hot deal
ลูกค้า Overseas บางทีกว่าจะมาเมืองไทย ก็อาจจะหกเดือน หรือบางคนอยู่กรุงเทพแล้วก็โป๊ะเชะ แจกพอต โอกาสได้ปิดงานเดือนนี้ก็มีสูง

ถ้ายังไม่มาก็ Nurturing leads กันไป ยังไงต้องได้ข้อความ ได้อีเมล์เรา อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

ความสนุกมันก็ตามที่ขึ้นหัวข้อไว้ค่ะ 250 leads ต่อเดือน มูลค่าต่อ lead คือ 800-1800บาท คุณจะบริหารจัดการอย่างไรให้ปิดได้ทุกเดือน ลูกค้าไม่ได้อยู่ที่นี่ จะมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ปิดโครงการใหม่ไม่ได้

จะพาไปปิดรีเซลก็เสียเวลา จะไปขุดหาทรัพย์ หรือโคกับเอเจนอื่น มันไม่มีเวลา และค่าคอมมิชชั่นก็น้อย เมื่อเทียบกับเรท Foreign quota ที่ค่าคอมเริ่มต้นคือ 5-8% หรือ 10% ในบางโปร

สู้ยิบตา คือคำตอบค่ะ

ต้องตื่นเช้ามาก เพราะออสเตรเลีย สิงคโปร์ จะเข้ามาก่อน สายๆหน่อย ก็ยุโรป บ่ายๆก็เป็นเอเชีย ฮ่องกง ไต้หวัน เวียดนาม ค่ำๆ ก็เป็นอเมริกา ที่เวลาต่างจากเรา 12 ชั่วโมง แอฟริกา อาหรับ มีมาหมด

แชทกับมนุษย์ทั้งวัน จนร่างจะไม่ไหว แต่ถ้าใครจะวางจอง จะคอนเฟิร์มห้อง ดึกแค่ไหนก็ยังเด้งขึ้นมาทำได้ เงินกว่าจะเข้าก็อาจจะอีก 2-3 วัน แต่เห็นสลิปโอนต้นทางแล้วมันถึงจะหลับลง

ขายคอนโดออนไลน์ ใครว่าขายไม่ได้ นี่ก็ขายมาแล้วไม่รู้เท่าไหร่ ^^

ง่วงแค่ไหน ถ้าจับสัญญาณการซื้อได้ ลูกค้าอยากได้ข้อมูลการลงทุน ทำไมต้องซื้อตอนนี้ โปรเจคนี้ ทิศนี้ ห้องนี้ ก็จะขอโทรศัพท์คุยเลยตอนนั้นเพื่อปิดการขาย
และกลางวันก็ยังพาชมโครงการ และ source หาโครงการใหม่มาขายด้วยนะ ไม่ได้งีบ 0830 น คือถึงโต๊ะทำงานที่ออฟฟิศ บางวันมาพร้อม CEO คือ ก่อนเจ็ดโมงด้วยซ้ำ

ตอนนั้นเห็นตัวเองเหมือนนักรบที่บ้าระห่ำ ติดอาวุธครบมือ และอยู่ในสนามรบตลอดเวลา 24 ชั่วโมง…. เหนื่อยมาก เครียดมาก เพราะงานหนัก แต่ผ่านมาได้มันโคตรเป็นประสบการณ์ที่ดี ที่ไม่อยากกลับไปทำอีก 555 แค่รู้ว่ารอดมาได้นี่ พอแล้ว สุดแล้ว เพียงพอที่จะเป็นพื้นฐานในการทำงานต่อไปแล้ว

สัญญาซื้อขาย น้ำหนักเล่มละครึ่งกิโลกรัม ใส่ถุงกระสอบ ลากไปส่งให้ลูกค้าเซ็นที่ Kiosk DHL เป็นโมเม้นหิ้วของหนัก ที่มีความสุขทุกครั้ง

วันนั้นที่ผ่านมา สอนอะไรมากมาย ไม่ใช่แค่ทักษะการทำงาน การทะลุขีดจำกัด แต่สอนเรื่องความสำคัญของ CRM ที่เมื่อก่อนหลีกเลี่ยงเทคโนโลยีมาตลอด เหมือนเอเจนทั่วๆไป กลัวระบบ กลัวเทคโนโลยี เลยทำงานที่มีจำนวนมากไม่ได้ ลืม หลุด

แต่พอถูก force ให้ทำ ก็ทำได้ และเข้าใจคุณค่าของเทคโนโลยี การวางแผนงาน แผนวัน อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ยังเดินหน้าต่อไปได้

เป็นจุดต่อจุด ที่ใหญ่ และประทับใจมาก ในการทำอาชีพเอเจนอสังหาริมทรัพย์
นึกถึงแล้วก็ยังรู้สึกได้ถึงความมันส์อยู่นะ 😉
main-image
profile-avatar
Naowarat 4 ปีที่แล้ว
ความรู้

หาต่างชาติมาซื้อยังพอนึกออก แต่หาทรัพย์จากเจ้าของต่างชาติ ที่เข้ามาเมืองไทยไม่ได้ ช่วงโควิดเนี่ยทำอย่างไร?

เมื่อเช้า เล่าให้ฟังว่าต้องเตรียมเอกสารใบมอบอำนาจให้ผู้ขายต่างชาติ ซึ่ง Time poor สุดๆ แล้วก็ทิ้งท้ายไว้ว่า จะมาเล่าให้ฟังว่า ไปเจอเขาได้อย่างไร? เซ็นสัญญาปิดกับลูกค้าต่างชาติเนี่ยนะ!? ทำยังไงน่ะ?

หาต่างชาติมาซื้อยังพอนึกออก แต่หาทรัพย์จากเจ้าของต่างชาติ ที่เข้ามาเมืองไทยไม่ได้ ช่วงโควิดเนี่ยทำอย่างไร?

สมัยทำแต่หาลูกค้าฝั่งซื้อ ทำเคส open listing ก็นึกไม่ออกหรอกค่ะ ว่าจะทำยังไง

เรื่องมันก็เริ่มตอนเปิดเฟรนไชส์ RE/MAX นี่ล่ะค่ะ

ที่ RE/MAX จะเน้นทำงานมาตรฐานอเมริกา สัญญาปิดจะเป็นเรื่องสำคัญ เพราะมันทำให้เรามั่นใจในการทำงาน คาดการณ์ผลตอบแทนและวางแผนงบประมาณการตลาด ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

โอ๋มาจากการขายสัญญาเปิด Hunter Model ได้ลูกค้ามาคือออกล่าหาทรัพย์มาปิดอย่างเดียว ก็ต้องมาเรียนรู้วิธีการทำงานแบบใหม่นี้เหมือนกัน ถึงจะรู้มาบ้าง ก็ต้องเทของเก่าทิ้ง และเรียนรู้ใหม่

การ Cold calling ไปหาเจ้าของทรัพย์ที่ลงประกาศขาย เบอร์ที่เรามีในสต๊อกส่วนตัว คัดกรองเพื่อหา Motivated sellers มันทำให้ตาสว่าง และรู้ว่า น้อยเท่าน้อย ที่จะมีผู้ขายที่พร้อมขายจริงๆ

4 วันติดๆกันที่นั่งโทร ด้วยทักษะการทำงานมานับสิบปี กว่าสองร้อยสาย ไม่มีใครอยากเซ็นสัญญา Exclusive listing กับโอ๋สักคน โทรจนปากแห้ง เสียงหาย ไม่ถอดใจ แต่กลับเข้าใจตลาดมากขึ้น “ลงโฆษณาโครมๆ โพสต์กันแหลกลาญทุกเอเจน แต่เขาไม่พร้อมขายกันเลย…

แล้วที่ผ่านมา เราทำอะไรกันลงไป?”

คงทำเยอะมากจนเทวดาเห็นใจ ก่อนหลับตาลงคืนนั้น ไหว้พระ แล้วอธิษฐานว่า “หากนี่คือทางที่ใช่ ช่วยส่งลูกค้าตัวจริงมาให้หน่อยค่ะ”

หกโมงเช้า เสียงข้อความเด้งมาในไลน์ ขยี้หูขยี้ตาดู เป็นใครไม่รู้พิมพ์มายาวยืด แอดไลนที่ยังไม่ได้กดรับ

“ Finally, I got your contact. I have been following you for a year, but I don’t have your number.Suddenly, you have put your number on your latest post on timeline… I would like to sell my Bangkok property. I have been trying for almost a year, it wasn’t success. I believe you can sell it for me.!”

และนั่นคือจุดเริ่มต้นค่ะ ในการได้ Exclusive listing แรกของโอ๋

จำไว้ด้วยนะคะ ทุกโพสต์ ทุกที่ ของคุณ กรุณาใส่ contact details ให้ครบถ้วน อย่าให้แฟนคลับรอนานขนาดนี้นะคะ ^^

อ๊ะ อ๊ะ และอย่าคิดนะคะ ว่า lead วิ่งมาชนแบบ follower ที่มีใจแบบนี้ แล้วเรื่องมันจะปิดกันง่ายได้ บอกเลยว่า การปิด Exclusive listing กับเขาแบบไม่เคยเห็นหน้าเห็นตา ตัวเป็นๆนั้น โอ๋ต้องใช้ทุกกระบวนท่าที่อาจารย์ใน RE/MAX สอนเพื่อปิดทำสัญญากับเขาให้ได้ ทั้งการทำ market research, price strategy ได้ทำทุกอย่างจนครบกับเขาจริงๆ คิดดูว่าเขาเป็นนักลงทุนสไตล์ไหนอ่ะ บอกโอ๋ว่า

“ I plan to exit from Thailand property. My analyst also told me, this project would have better chance to be sold if compared to my another one”

เหอะๆ ถึงกะต้องปรึกษานักวิเคราะห์การลงทุนกันเลยทีเดียว

เอาน่า วิเคราะห์อสังหาริมทรัพย์จากระยะไกล มันก็ได้ประมาณหนึ่ง แต่ถ้ามือถึง พึ่งได้ ก็ต้อง Hyper local agent แบบไอนี่ล่ะ ที่จะช่วยยูว์ปิดขาย Exit ได้ตามที่ตั้งใจ

อยากรู้ว่าทำอะไรบ้าง ตามไปนั่งเรียน Become The Agent 102 ละกันนะคะ มันยาว (555 ช่วยคุณตาลขายของอีก)

เคสนีปิดขายให้สองรอบค่ะ ครั้งแรกคือ ขายได้ภายใน 4 วัน! จากที่เงียบเป็นป่าช้ามาปีครึ่ง ดูทีเดียวปิดเลย แต่ไม่โอนเพราะลูกค้าเปลี่ยนใจ มายกเลิกเอาสัปดาห์สุดท้ายก่อนกำหนดโอน ซะงั้น!

ก็เป็นเรื่องให้ต้องกลับมาเข้าตลาดใหม่ ด้วยราคาที่เจ้าของอยากขายแพงกว่าเดิม ก็เงียบสิคะ เงียบไป 5 เดือน พร้อมกับการรายงานประจำสัปดาห์ว่า

” No calling “ “ Only view on website, no call “

เป็นการรีพอร์ตที่เซ็งจิตเอเจน และปวดใจเจ้าของ จนในที่สุดเราก็กลับมาผนึกกำลังกันอีกครั้ง ปรับกลยุทธ์ และปิดการขายได้ด้วยการมีลูกค้าเข้าชมเพียง 1 visit แถมได้ราคาแบบไม่ต้องลด และ condition ดีกว่าที่ตั้งไว้ด้วย! Huray!

เนอะ ไม่รักโอ๋ แล้วจะไปรักใคร 😉

Khun Oh, you are awesome! I knew you would make it!
main-image
profile-avatar
Naowarat 4 ปีที่แล้ว
ความรู้

การเป็นตัวแทนรับมอบอำนาจฝั่งขาย (เจ้าของเป็นต่างชาติ) กรมที่ดินจะเข้มงวดมาก คุณต้องห้ามพลาด แม้แต่ตัวอักษรเดียว

เมื่อวานนั่งจัดการสัญญาซื้อขาย และใบมอบอำนาจให้ผู้ขายซึ่งเป็นต่างชาติ ตรวจสัญญาเช่าลูกค้าวีไอพี ที่พาไปเช่าบ้านกับเจ้าของสูงวัย ที่ไม่ถนัดทำสัญญา
เลยเป็นวันแห่งสัญญาและเอกสาร ท้างงวัน 😅

ถามว่าชอบไหม? ตอบเลยว่าไม่!

เป็นเซลล์ในสายเลือด ใน DNA ชอบอยู่กับคน ไม่ใช่เอกสาร ยังไงก็ต้องรับผิดชอบทั้งหมดอยู่ดี

ถึงจะมีทนายช่วยทำ แต่ขั้นสุดท้าย ส่งออกไปจากอีเมล์ของเรา ลายเซ็นเรา เราก็ต้องรับผิดชอบทั้งหมด

สัญญาซื้อขายรีเซล ยังเซ็นออนไลน์ได้ เป็นสัญญาระหว่างบุคคล แต่ใบมอบอำนาจ ต้องรับรองโดย Notary public ในย่านนั้นๆ หรือกงศุลไทยที Home country ของผู้มอบ

มันเร่ง มันเข้มงวดเพราะนอกจากผิดไม่ได้แม้แต่ตัวเดียวแล้ว ท่อนสุดท้ายตรงวัตถุประสงค์การมอบอำนาจ สนง.ที่ดินเขากำหนดมาว่า ต้องใช้ wording แบบนี้เป๊ะๆ และผู้ขายก็อยากให้แปลเป็นภาษาอังกฤษให้เขาเข้าใจด้วย ว่ามอบอำนาจแค่การนี้นะ ไม่เกินขอบเขต บางคนทำมาภาษาไทยล้วน ลูกค้าบางคนยอมเซ็นก็ดีไป แต่รายนี้ไม่ยอม...ก็ต้องทำให้เขา

ท่อนที่ใส่รายละเอียดชื่อ แซ่ แม่พ่อ มันเป็นภาษาไทยล้วน ยังพออธิบายลูกค้าได้ แต่ท่อนวัตถุประสงค์ที่บรรทัดก็จำกัด เราต้องแปลและใส่ภาษาอังกฤษที่อ่านแล้ว Make sense ส่งไปให้ลูกค้าด้วย มันไม่ง่าย 😅 เย็นแล้วจะให้ใครแปลล่ะ ก็เรานั่นแหละ

ไวยากรณ์ดิชั้นเลิศเลอเหรอ? ไม่ค่ะ ให้ทนายบริทิชที่ออฟฟิศอ่านแล้ว " Its not a perfect English, but its crystal clear!. Well done "

การเป็นตัวแทนรับมอบอำนาจฝั่งขาย ที่ดินจะเข้มงวด เพราะเขาต้องปกป้องสิทธิประชาชน ไม่ให้ใครอยู่ๆจะมาขโมยโฉนดไปขายกันง่ายๆ

นอกจากเรื่องความถูกต้องของเอกสาร เรื่องเวลาก็สำคัญมากๆ ผู้ขายเดินทางตลอดแบบหาตัวจับยากหลังโควิดนี่จะคุยธุระที ก็ต้องเช็คTime zone ว่าตอนนี้อยู่ไหน คุยได้หรือเปล่า จะมามัวหวังว่าจะอ่านไลน์ ตอบไลน์ก๊อกแก๊กๆ เหมือนอยู่ในกรุงเทพฯด้วยกันนั้น No way😅

ผู้ขายเสร็จธุระจากออสเตรเลีย แวะกลับมาบ้านที่สิงคโปร์เพื่อทำเอกสารและส่งไปรษณีย์มาให้ที่กรุงเทพฯ มีเวลาแค่ 3 วัน จากนั้นจะต้องไปแคนาดาต่ออีก 2 วีค และผู้ซื้อคนไทย ก็อยากรีบโอนให้จบเร็วที่สุด ก่อนไปต่างประเทศเหมือนกัน มีเวลาแค่นี้ ห้ามพลาด ห้ามลืม!

Time poor clients ที่สุดอ่ะเคสนี้

เคสนี้ปิดขายได้จากการเซ็น Exclusive listing นะคะ ผู้ขายเป็นนักลงทุนต่างชาติด้วย ตั้งกะซื้อคอนโดนี้มา ยังไม่เคยเข้ามาดูเลย จนขายน่ะ!

อยากรู้ใช่ไหมล่ะ ว่าโอ๋ไปได้ลูกค้าคนนี้มายังไง 😘

เดี๋ยวมาเล่าต่อโพสต์หน้า เตรียมตัวอาบน้ำไปขายของก่อนน๊า....😘😘😘😘
main-image
profile-avatar
Naowarat 4 ปีที่แล้ว
ความรู้

" การทำเงิน เป็นเรื่องง่ายและสนุก..." เป็นคำพูดของคนรวย ที่เป็นลูกค้าซื้ออสังหาฯส่วนใหญ่ของเรา

คำพูดชิลๆ ที่ใครๆ นอกวงการ หรือแม้แต่คนในวงการที่ยังติดกับดัก

ขยัน ทำงานหนัก จึงจะรวยได้" ฟังแล้วอาจแสลงหู เบะปากมองบน

เวลาทำงาน โอ๋ชอบคุยกับลูกค้า ที่มากไปกว่าแค่ขายของ ความรู้ในบ่อเล็กๆ ของเรา มันยังขยายได้อีก จากประสบการณ์และความรู้ของลูกค้าที่ไปลงทุนในหลายธุรกิจ หลายประเทศ

ชอบฟัง ว่าคนรวยคิดยังไง ทำยังถึงรวย รวยแบบไร้แรงต้าน

คนรวย มักเป็นคนมองภาพใหญ่ ใหญ่มากๆ ไม่หงุดหงิด หรือติดอะไรนานๆ เพราะเขามีอะไรอย่างอื่นที่ต้องทำอีกมากมาย เกินกว่าที่จะเสียเวลาคิดเรื่องจุกจิก เมื่อเศรษฐกิจอเมริกาไม่ดี ประกาศ recession อย่างเป็นทางการ ยุโรปก็ So so และก็เป็นเหตุผลที่ทำไมนักลงทุนเริ่มถอนตัวจากตลาดตะวันตก เปลี่ยนมาเป็นเอเชีย

กฏหมายแต่ละประเทศนั้นแตกต่าง แต่ก็มีช่องทางสนับสนุนธุรกิจของพวกเขาเสมอ ก็แค่เรียนรู้ ทำความเข้าใจกับมัน

น่าสนใจว่า ประเทศไทยในสายตานักลงทุนต่างชาติ ยังเห็นว่ามีความมั่นคงและเติบโตไปได้อีกในสิบยี่สิบปี

มีลูกค้าท่านหนึ่งซึ่งได้คุยกันตอนไปวิ่งออกกำลังกาย ใจดีมาก ชอบเล่าให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ และชี้แนะช่องทาง วิธีคิดในการทำงานให้ด้วย " คุณโอ๋ ยูมีความฝันอะไร..." แล้วโอ๋ก็แชร์ให้เขาฟัง นาน น้าน จะมีใครมาถามแบบนี้ ก็เล่าสิคะ รออะไร พูดเรื่องความปรารถนานี่มัน มีความสุขจะตาย

" แล้วยูจะทำให้มันเกิดขึ้นได้ยังไง?"

เออ นี่ล่ะ ที่เป็นประเด็นค่ะ นึกไม่ออก เลยยังได้แต่ฝันค่ะ มันใหญ่และยังไกลเหลือเกิน
main-image
profile-avatar
Naowarat 4 ปีที่แล้ว
ความรู้

ประสบการณ์นี้สอนให้รู้อีกครั้งว่า " ถ้าลูกค้าถูกใจ เดี๋ยวเขาหาวิธีการได้เอง" และ " ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ฟังความรู้สึกตัวเอง และ follow your heart ❤️"

เมื่อวานพาลูกค้านักลงทุนไป visit คอนโดแถวพร้อมพงษ์ ทองหล่อ ลูกค้าท่านนี้บินไปบินมา ทำธุรกิจในกรุงเทพอยู่เกือบสิบปี ไม่ได้ซื้อคอนโดสักที จนได้มารู้จักกับโอ๋

ลูกค้าก็เป็นสุดยอดลูกค้าในฝัน

ห้องตึกเก่า เมื่อราคามันได้ เอเจนรับดูแลรีโนเวทให้ ลูกค้าก็ตัดสินใจเสนอราคา on-site เลย ไม่คิดมาก ห้องเล็กห้องน้อย 2-3 ล้าน 5-6 ห้อง ยูว่าดี บริหารให้ได้ ก็ซื้อเลย เอาเอกสารมาเลย

สามปีมานี้ ตลาดต่างชาติเงียบเหงา และนานมากๆ จะได้เจอนักลงทุนที่ไม่ใช่ Asian ที่มองหาแต่คอนโดใหม่ๆ

ในความหมาย " Investment" ในทรัพย์ luxury property ของนักลงทุนที่มีประสบการณ์สูง ลงทุนในหลายธุรกิจ ซื้อๆขายๆมาแล้วทั่วโลก มันไม่ได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่เอเจนอย่างเราเข้าใจ

นอกจากหาห้องราคาดีๆ ซื้อปล่อยเช่าแล้ว ยังมองหาคอนโดคุณภาพดีที่เขาอยู่เองได้เมื่อมาพักกรุงเทพ และปล่อยเช่าได้ด้วย เมื่อไม่อยู่ เป็นโจทย์ที่ฟังเหมือนง่ายแต่ไม่ใช่เลย

ถ้ามองในมุม เอาตัวเลขเป็นหลัก คอนโด 3 ห้องนอน ประมาณ 30 ล้านที่ยังให้ Net Yeild เกิน 2.5% อยู่สบาย ขายพอได้ในอนาคต ตัวเลือกมันจำกัดจริงๆ ครั้นจะพาไปดูตึกคุณภาพสูง สมไลฟ์สไตล์เขา ตารางเมตรละ 350,000 ก็ไม่สะดวกปากจะพูดว่า ตอนขายออกมันต้องขายได้ ราคามีอนาคต...

กลัวมากค่ะ กลัวขว้างงูไม่พ้นคอ 😄

หลังจากทำการบ้านก็พาดู 3 ตึกในพร้อมพงษ์ ที่ราคายังไม่เกิน ตรม.ละ 2 แสน ตึกใหม่ๆ ที่ราคาขายออกในอนาคตยังพอเป็นไปได้ เอา spreadsheet มากางดูกันเลยทีเดียวว่า ซื้อเท่าไหร่ หักโน่นนี่แล้ว net เท่าไหร่ แต่ลึกๆก็ก็รู้สึกล่ะว่า ลูกค้าอยู่ไม่ได้อยู่กับตึกแบบนี้แน่

" เหมือนเล้าไก่เลยคุณโอ๋ " 🤣🤣🤣

ลูกค้าที่ค่อนข้างจะสนิทสนมไว้ใจ ก็ฟีดแบ็กแบบน่ารักตรงไปตรงมา " คนไทยซื้อตึกแบบนี้จริงๆเหรอ มันไม่มี Character เลยอ่ะ ถ้าลงทุนไม่คิดอะไรมาก ก็ไม่ต้องหันมาดูก็ได้นะ ซื้อเลย ถ้าตัวเลขผ่าน แต่ให้อยู่ ผมไม่ไหว Developer ลงทุนกับการตกแต่งล๊อบบี้ ส่วนกลางเยอะเลย แต่มัน fake อ่ะ ไม่ลงทุนในวัสดุภายใน... หูยยยย 😆

ดีไม่ได้เป็นญาติ Developer ได้ยินแล้วแสบผิวเลย...

" ใช่ค่ะ ตามที่คุณลูกค้าถามมา โอ๋ก็จัดให้ตามที่ขอ แต่ถ้าไม่ถูกใจ เดี๋ยวพาไปดูสิ่งที่โอ๋รู้สึกว่าเหมาะกับคุณลูกค้าดีกว่า เราวางเรื่องราคาไปเลย ใช้หัวใจนำทางกัน" ลูกค้าหัวเราะ ชอบใจในภาษา แล้วก็พาไปดูอีกตึกที่แพลนจะเช่าอยู่ชั่วคราวไปก่อน ระหว่างยังหาซื้อไม่ได้

ห้องเขามีให้เช่า ไม่อยากเช่า แต่อยากซื้อ ทั้งตึกมีอยู่ 20 ห้อง 😄 " เนี่ยๆ ที่คุณโอ๋ส่งวีดิโอให้ดูแล้วบอกว่ามันน่ารักน่ะ ผมชอบตึกนี้ ขายมั้ยอ่ะ ถามเจ้าของให้หน่อย"

แว้บนั้น รู้สึกว่าควรต้องพาเขาไปดูเพ้นท์เฮ้าส์ของตึกนี้

" ค่าเช่ามันเกินแพลนไปค่ะคุณลูกค้า แต่ไปดูเพ้นท์เฮ้าส์ดีกว่า 400 ตรม. เผื่อว่าจะถูกใจ จะได้หาให้แบบนี้อีกค่ะ "

พอเข้าไปในห้องเท่านั้นแหละ " เนี่ยแบบนี้ ที่ผมอยากได้ มีเอกลักษณ์ มีความรู้สึก มีความเคลื่อนไหวในบ้าน ไม่อึดอัด น่าเบื่อเหมือนตึกใหม่ที่ทุกห้องเหมือนกันหมด..."

😄 ดีใจนะคะที่อยู่ๆ ความสามารถในการซื้อของลูกค้าก็ดีดขึ้นไปที่ 70 ล้าน จาก 30 ล้าน แต่ก็ต้อง remind ลูกค้าว่า ค่าเช่า 2 แสนกว่า ณ ปัจจุบัน มันไม่ได้ปล่อยกันง่ายๆนะนายจ๋า อย่าหวังว่าเอเจนจะเสกผู้เช่าให้ได้ในเดือน สองเดือนเด้อ
ตังค์น่ะอยากได้

แต่อย่าเอาความคาดหวังเกินจริงมาไว้บนบ่าโอ๋ตอนหาผู้เช่า เพราะตอนจะซื้อ your Emotion running so high น๊า

" ไม่เป็นไรคุณโอ๋ มันมีทางออก มันเป็น Lifestyle investment ผมมีวิธีปล่อยเช่าถูกหน่อยให้ได้คนเช่าเร็วๆ และ cover ตัวเลขที่แพลนไว้ แล้วเดี๋ยวอีก 2-3 ปีค่อยเข้าอยู่ได้..."

ฮั่นแน่ ถ้าลงว่าถูกใจ โซลูชั่นมาเอง ไม่ต้องคิดมาก รักความฉลาดของลูกค้า มิน่าถึงรวย 🤩❤️🥰

ประสบการณ์นี้สอนให้รู้อีกครั้งว่า

" ถ้าลูกค้าถูกใจ เดี๋ยวเขาหาวิธีการได้เอง" และ " ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ฟังความรู้สึกตัวเอง และ follow your heart ❤️"

รักบรรยากาศแบบนี้ ❤️❤️❤️
main-image
profile-avatar
Naowarat 4 ปีที่แล้ว