feature
icon   152

ติดตาม

icon   0

กำลังติดตาม

icon   189

โพสที่สร้าง

ความรู้

แนะนำคัมภีร์วิชาที่ดิน และการลงทุนอสังหาฯเชิงพาณิชย์ค่ะ ❤️

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ไม่ได้โพสต์หลายวัน มงลงค่ะ ติดโควิด ตอนนี้หายแล้ว เหลือกักตัวให้ครบเท่านั้น อดเที่ยวสงกรานต์ไปตามระเบียบ 😁

เพื่อนๆเริ่มเดินทางกลับกันมาหรือยังคะ เดินทางปลอดภัยค่ะ

ปกติจะมีคนมาถามเรื่องงานนายหน้า และ ไอเดียราคาปล่อยขายปล่อยเช่าทรัพย์ นานๆ จะมี Landlord มาถามเรื่องการบริหารพอร์ตสักที เพราะปกติคนที่มีทรัพย์เยอะๆ เขาเก่งอยู่แล้วค่ะ และ Wealth มันโตตามเวลา พร้อมกับความสามารถในการจัดการทรัพย์สินของตัวเอง

แต่กรณีนี้ คนถามเขาไม่เคยแตะต้องงานด้านนี้ค่ะ พอดีพ่ออายุเยอะ ดูไม่ไหวแล้ว มีเป็นสิบๆที่ ทั้งที่ดิน อาคารพาณิชย์ ลูกก็ต้องมารับช่วงแทน ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง เลยโทรมาปรึกษา

" พี่ควรไปเรียนคอร์สอสังหาฯอะไรสักอย่างดีไหม? จะได้เข้าใจพื้นฐานน่ะ ตอนนี้มืดไปหมด จับต้นชนปลายไม่ถูก..." ปลายสายเขาถามมา

" ถ้าอยากจ่ายตังค์ ก็ตามสะดวกค่ะพี่ แต่บ้านเราที่สอนการลงทุนในทรัพย์เชิงพานิชย์แท้ๆ มันไม่มีนะคะ โค้ชทั้งหลายก็เอาประสบการณ์มาสอน จึงไม่รู้ว่าสอนถูกต้อง ลึกซึ้งเพียงใด และที่สำคัญ เรียนแล้วพี่ก็ต้องลงสนาม ดู 100 ทรัพย์ ให้เข้าใจตลาดอยู่ดี เรียนแล้วไม่ทำ คือ 0 ค่ะ" ก็ตอบพี่เขาไป ตามความจริงที่รู้เห็น

" โหว ทำการบ้านเยอะอ่ะ แล้วคนที่เขามีทรัพย์เยอะๆนี่ เขาทำแบบนี้ทั้งนั้นเหรอ?"

" ใช่แล้วค่ะพี่ เขาสะสมความรู้ ความเข้าใจและเห็นโอกาส ความมั่งคั่งมันสะสมผ่านกาลเวลาเนอะพี่ อสังหาฯมันไม่ได้มีป้ายราคาแปะไว้เหมือนสินค้าอื่น มันคือรู้ทำเล จึงรู้ราคา"

พี่เขาเงียบไปพัก " ...พ่อพี่เก่งว่ะ ไม่ได้จบสูง แต่เข้าใจเรื่องเหล่านี้ และสะสมทรัพย์สินมาตั้งแต่พี่ยังเด็กๆ พี่ซะอีก ไปเรียนมาซะสูง แต่ก็ต้องมานั่งเรียนรู้ไล่หลังเพื่อรักษาทรัพย์สมบัติของแกไว้..."

🤗 ก็ต้องขอบคุณคนรุ่นพ่อแม่ของเราค่ะ ที่สะสมเอาไว้ให้ พี่เขายังโชคดีที่มี Happy problem ให้มานั่งเรียนไล่หลัง ไม่เหมือนบางบ้านที่มีแต่มรดกหนี้นะคะ 😁

" ถ้าพี่อยากหาความรู้เรื่องที่ดิน เอาไว้เป็นแนวคิด แนวปฏิบัติ แนะนำหนังสือวิชาที่ดิน นะคะ ของ อ.อนุชา ส่วนตำรา Commercial Investment บ้านเราไม่มีตำราไทยดีๆ เขียนไว้เลยค่ะ เคยลงคอร์สเรียนหลายหมื่น ฟังไม่รู้เรื่องค่ะ จะให้ไปหาเรียนกับที่มหาวิทยาลัยต่างๆ คงนาน แนะนำหนังสือของ Peter Harris นักลงทุนอสังหาฯเชิงพาณิชย์ตัวจริง ที่สอนด้วยภาษาเรียบง่าย แบบมือใหม่อ่านเข้าใจ มีช่อง YouTube ให้ไปตามอัพเดทด้วย "

แปะสองเล่มไว้ด้านล่างนี้ เพื่อลูกเพจเอาไปอ่านพัฒนาความรู้กันค่ะ

อ่านไป ทำไปเรียนรู้ไปนี่ล่ะค่ะ ของจริง
main-image
profile-avatar
Naowarat 4 ปีที่แล้ว
ความรู้
main-image
profile-avatar
Naowarat 4 ปีที่แล้ว
ความรู้

No deal is better than Bad deal

เพื่อนเอเจนท์ เคยถูกลูกค้าปฏิเสธไหมคะ? เวลาถูกปฏิเสธ เพื่อนๆ ทำอย่างไรคะ?

โอ๋ชอบการปฏิเสธ ที่ชัดเจนตรงไปตรงมา มากกว่าเก็บงำ อ้อมแอ้ม หลอกลวงกันด้วยความมารยาทดีของลูกค้า ถ้ามีลูกค้าทำแบบนั้น แสดงว่ายังสร้างสายสัมพันธ์กับเขาไม่ดีพอ ที่เขาจะกล้าปฏิเสธได้อย่างตรงไปตรงมา

จากที่เคยแชร์ครั้งก่อนๆ จะใช้คำถามที่ lead ไปหาคำตอบ No เพื่อให้ลูกค้าได้ตอบอย่างอิสระ และเมื่อวาน ลูกค้าก็เพิ่งตอบปฏิเสธ No ไม่ปิดเคสกับโอ๋ค่ะ 😊 ก็ได้ฟีดแบ็กชัดเจนว่ามีอะไรที่ทรัพย์ของเรา ไม่ถูกใจ และมีอะไรที่เราต้องปรับปรุงบ้าง

ง่ายดี ไม่มีอึนๆ

หลายครั้ง No เพื่อจะได้รู้ว่า ต้องไปหาทรัพย์ชิ้นใหม่มาเสนอ หรือ No เพื่อจะได้ยินว่า เขายังไม่ถูกใจอะไรในสิ่งที่เรามี หรือมีช่องทางเป็นไปได้อย่างอื่นอีกไหม ในการเจรจาต่อรอง

แต่ไม่เคย " ตื๊อ" ลูกค้า

" คุณลูกค้าคะ ขอบคุณที่แชร์กันอย่างตรงไปตรงมา ว่ายังมีประเด็น...ที่ไม่ตรงกับความต้องการนัก มีอะไรที่โอ๋สามารถทำให้คุณลูกค้าได้บ้างในเรื่อง...?"

ถ้าลูกค้าได้คิดแล้วว่ายังมี ก็ไปต่อ แต่ถ้าลูกค้ายังไม่เห็นช่องทางความเป็นไปได้ที่เราเห็น ก็เสนอเขาได้ด้วยคำถามว่า " มันจะเป็นความคิดที่แย่ไปไหมคะ?ถ้าเราจะ... และหากที่สุดแล้ว เขาเลือกเองอย่างชัดเจน โดยมีเราช่วยสะท้อนความคิด คือ " ไม่เอา" ก็ไม่ต้องฝืนค่ะ มันน่ารำคาญ!

เป็นนักขาย เป็นตัวแทนเจ้าของในการขาย และไม่ยัดเยียด เขาไม่เอา ก็ไม่ต้องเดินต่อแล้ว เปลี่ยนทิศทางไปดีกว่า ในกระบวนการเจรจาต่อรอง ความสัมพันธ์และความไว้วางใจ เป็นเรื่องสำคัญที่สุด ไม่ใช่ " ค่าคอมมิชชั่น"

เงินมา ในเวลาที่ทำหน้าที่เรียบร้อย ดังนั้น ไม่ว่าเราจะอยู่ในภาวะไหนของชีวิต เวลาออกไปทำงาน ต้อง set จิต ของตัวเองให้ได้ ว่าเป็นที่พึ่งพาได้ของลูกค้า เราจึงจะทำงานได้อย่างสงบ และมีพลัง

การมีลูกค้าหลายคน จะช่วยลดความกดดันของคนทำงานได้ เคสนี้ไม่เอา ก็ Next เคสนี้ต่อหนักมาก ต่อไร้สาระ คุยไม่รู้เรื่อง เป็น Bad deal ก็เลือก No deal เลยดีกว่า

เคสลูกค้าต่อหนัก และขอ options เพิ่มมากมาย กดดันยัดยู้ ไม่สมเหตุสมผลก็ถามเลยว่า " Do you think the owner would feel this is a fair deal?"
เพราะคนบางคนก็มาด้วย Attitude ที่จะเอาเปรียบคนอื่นตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงเวลาเศรษฐกิจตกต่ำแบบนี้ ส่งไปเจ้าของก็ไม่พิจารณา เสียเวลา เสียความรู้สึกเราอีก ที่ต้องกดดันตัวเองให้ทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ

แต่เคสที่เป็น No deal on site สำหรับตัวเองคือ ถ้าลูกค้าพยายามข่มขู่ให้เราไปต่อราคามาให้ และใช้คำพูดไม่เหมาะสม หยาบคาย เช่น " Its already great deal. If she didnt accept, she will be f*cking idiot!" เจออย่างนี้ คือ Walk away เท เลยค่ะ และไม่หาใหม่ให้ด้วย เพราะ attitude แย่ จะเช่าจะซื้อกันต่อไป คงปวดหัว 😁

เงินน่ะอยากได้ แต่ทำงานให้ปีศาจร้าย เราคงขาดใจตายก่อนได้เงิน

เคารพตัวเอง เคารพลูกค้า
รับได้ทุกสภาวะ และทุกคำตอบ

#selfesteem #iknowmyworth #selfworthiness #อสังหาฯอารมณ์ดี
main-image
profile-avatar
Naowarat 4 ปีที่แล้ว
ทั่วไป

Commitment is pushing yourself when no one watching it.

เชื่อไหมคะ ตอนเด็กๆ พ่อบอกว่าโอ๋เป็นคนขี้เกียจอันดับหนึ่งของบ้าน หัวขบฏจอมต่อต้าน เป็นเด็กที่ดูแลยากมากๆคนหนึ่ง

สมัยนั้นก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมตัวเองจึงเป็นอย่างนั้น รักพ่อนะแต่ขัดแย้งมากถ้าจะต้องให้ทำตามเลยโดยไม่มีคำถาม คิดสงสัยตลอดเวลาว่า เด็กๆต้องทำอะไรอย่างที่ผู้ใหญ่บอกเท่านั้นหรือ? แต่ด้วยข้อมูลที่น้อย ก็ยังไม่รู้ว่า แล้วถ้าไม่ทำตามที่พวกผู้ใหญ่บอก แล้วฉันจะทำอะไรล่ะ?

จะอยู่ไปวันๆ ดื้อๆ เบื่อๆ ก็คงไม่เข้าที ก็ทำๆตามเขาไปละกัน เซ็งหน่อยแต่ก็ไม่แปลกประหลาดจนอยู่ยากเกินไปนัก มีผลลัพธ์บ้าง แต่ก็ยังรู้สึกว่ายังไปไม่ถึงที่สุด ว่าชีวิตนี้เกิดมาทำไม และใช้ชีวิตเต็มที่ มันคืออะไร?

โอ๋รับราชการรวมระยะเวลาเรียนในวิทยาลัยพยาบาลด้วยก็ 16 ปี พอดี นานจนต่อมริเริ่มและกล้าเสี่ยงฝ่อไปเยอะทีเดียว ออกมาเจอโลกภายนอกที่ทุกอย่างต้องดิ้นรนเอาเอง ก็เหมือนเด็กอ่อน ที่ไร้ภูมิคุ้มกัน ต้องเจ็บสาหัสปางตายหลายรอบเลยทีเดียว

ขอบคุณที่แรงอึดภายในนั้น มากมายอย่างที่ไม่เคยรู้

ไม่สงสัยแล้วว่าทำไมได้ชื่อว่าเป็นคนหัวแข็ง หัวรั้น ไม่น่ารักหนักหนา เวลาอยู่กับสังคมที่คนเขานิยมทำตามกัน เพื่อความปลอดภัย

เพราะเราอยู่ผิดที่ไง...

ในสังคมธุรกิจ ในโลกของคนทำงานที่รักอิสระ โอ๋พบว่าได้มีที่ที่เป็นปกติของตัวเอง เพราะคนที่เป็น Entrepreneurs ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ความกล้าหาญ การลงมือทำต่อจนจบ การเป็น Go getter มันเป็นเรื่องปกติ เป็นคุณสมบัติของคนในชุมชนนี้ต้องมี

ยิ่งนานวัน ยิ่งสนใจคนอื่นน้อยลง ฟังเสียงใจตัวเองมากขึ้น รู้สึกสงบ และลึกซึ้งกับคำว่า " รับผิดชอบ" ในทุกๆวัน

I can handle any sh-t that happens from my own decision. เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่รับผิดชอบได้จริงๆ

ไม่ฟังคนอื่น ไม่ได้แปลว่าไม่เคารพ แต่แปลว่า " ฉันยอมรับคุณ ในแบบที่คุณเป็น และฉันรับผิดชอบได้เฉพาะสิ่งที่มาจากความคิดและการกระทำของฉันเท่านั้น ฉันตัดสินใจตามคำบอก คำสอนของคุณไม่ได้..."

ก่อนจะเชื่อ ก็เชื่อยาก เวลาตัดสินใจแล้ว ก็ยากมากที่จะถอน สู้จนใจขาด จนหมดหนทางที่สุดแล้วจึงยอมแพ้ ซึ่งบางทีก็เสียทรัพยากร ไปมากทีเดียวกว่าจะยอมยกธง

โอ๋ไม่รู้หรอกว่า การที่เป็นแบบนั้น มันมีคำพูดภาษาอังกฤษเท่ห์ๆ ว่า Commitment! ซึ่งได้ยินตอนมาเรียนคอร์สพัฒนาตนเองเมื่อโตแล้วนั่นแหละ

ถ้า Commitment แปลว่า กัดไม่ปล่อย เล่นไม่เลิกนั้น เป็นมานานแล้ว แต่การบริหารพลังงานให้ล็อกเป้า และทำอย่างต่อเนื่องได้โดยไม่เหนื่อย หรือเครียดเกินไป รู้จักการมีสติรับรู้ ที่จัดการความเสี่ยงได้ทันก่อนการบรรลัย นี่ก็มารู้เอาเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง

โอ๋ชอบเปรียบเป้าหมายทุกพื้นที่ชีวิต กับการฝึกของนักกีฬาระดับโลก พวกเขาเหนื่อยมากเกินมนุษย์ทั่วไปทุกวัน ออกไปเจอเรื่องยากๆ ที่เจ็บปวดร่างกายทุกวัน ทำเป็นสิบๆปีตั้งแต่เด็กๆ เพื่อโมเมนต์เดียวในการแข่งขัน

ใครบางคนซ้อมวิ่งมาตั้งแต่หกขวบ เพื่อจะมาเป็นเจ้าของสถิติวิ่งมาราธอนได้เร็วที่สุดในโลกตอนอายุสี่สิบกว่า

ความหมกมุ่น เอาจริงเอาจังของมนุษย์มันบ้าคลั่ง ทรงพลังและสวยงาม เหนื่อยนะ แต่โคตรมันส์เลยเพื่อนๆว่ามั้ย?

พรุ่งนี้จะเป็นวันจันทร์ของสัปดาห์ใหม่แล้ว มีเป้าหมายเร้าใจอะไรที่ปักไว้ แล้ว Commit ว่าจะทำให้สำเร็จ และทำให้เป็นสัปดาห์ที่มีชีวิตชีวา น่าตื่นเต้นที่สุดในชีวิตบ้าง? เขียนติดข้างฝา ใส่หน้าจอโทรศัพท์ เปิดดูกันวันละสามเวลาหรือเปล่า 🤗

เล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ 🔥💕 #อสังหาฯอารมณ์ดี
main-image
profile-avatar
Naowarat 4 ปีที่แล้ว
ทั่วไป

Open House Rockstar Agent Club; Become Outstanding Real Estate Agent!

Open house ของเดือนปีใหม่ไทย Rockstar Agent Club 🌟

คลับของเอเจนอสังหาริมทรัพย์ที่มีไฟ พร้อมเติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยพลังสนับสนุนของเพื่อนร่วมอาชีพที่ดี และมีเป้าหมายเดียวกัน

4 เมษายน นี้ ทาง Zoom เวลา 1900-2030 น.

ร่วมกิจกรรม หัวข้อเสวนาเพื่อ level up ธุรกิจของคุณ " Become Outstanding Real Estate Agent " ในโลกที่การแข่งขันสูง ลูกค้าท่วมท้นไปด้วยข้อมูล และตัวเลือกคุณจะโดดเด่น ดึงดูดใจให้ลูกค้าเลือกทำงานกับคุณได้อย่างไร?

พิเศษสุด แชร์เคสประสบการณ์ " Legend agent สร้างยอดขาย 80 ล้าน ใน 48 ชั่วโมง ทำอย่างไร? " โดย คุณบุ๋ม ชิดชนก เอเจนมนุษย์แม่ ที่ยอดปังสวนกระแสตลอดเวลา🤗

กลุ่มเราเหมาะกับใคร?

: เอเจนอสังหาริมทรัพย์ ประสบการณ์อย่างน้อย 3 ปี เคยทำทั้งเช่า และขาย
: เป็นเจ้าของบริษัทเอเจนซี่อสังหาฯ หรือเอเจนอิสระที่มีผลงานในอดีตที่ชัดเจน ทำอาชีพนี้เป็นอาชีพหลัก
: มีพื้นที่ชำนาญในการทำงานของตัวเองที่ชัดเจน ( Farming area) มี listing คุณภาพพร้อม Co broke กับเพื่อนสมาชิก
: มีเป้าหมายในการเติบโตธุรกิจของตัวเองอย่างชัดเจน และต้องการจบเป้าหมายปี 2565 แบบทะลุทะลวง
: ยินดีขยายตัวเพื่อเป้าหมายตัวเอง พร้อมแบ่งปันและสนับสนุนเพื่อนสมาชิกให้ประสบความสำเร็จ ทั้ง Co broke, Co work, Refer
: มีความเป็นผู้นำ มีความเป็นเจ้าของธุรกิจ และรับผิดชอบสูง

สนใจร่วมกิจกรรม ทักไลน์มา หรือโทรคุยกันค่ะ
😎 0611628791 ( ไลน์/ WhatsApp)
main-image
profile-avatar
Naowarat 4 ปีที่แล้ว
ความรู้

เอเจนอสังหาฯ เวลาลูกค้าเงียบ ไม่ตอบแชท คุณทำอย่างไร? 😎

นักขายมือทองทั้งหลาย ท่าน follow up ติดตามลูกค้ากี่ครั้ง กว่าจะตัดว่าเป็น death leads?

สมัยทำงานใหม่ๆ เป็นคนขยัน เจ้านายเขาก็ส่ง lead ให้มากมายเป็นร้อยๆ ต่อเดือน และไม่เคยรู้คุณค่าของ lead เหล่านั้น ได้มาฟรี แบ่งค่าคอมมิชชั่นกัน ฉันกำเงินแสน แค่นั้นก็จบ คุยกับลูกค้าดีมั่ง ไม่ดีมั่ง ตามมั่ง ไม่ตามมั่ง ยังได้เงินตั้งเยอะ เดี๋ยวlead ก็ไหลมาเทมา จะต้องสนทำไม?

มาจนได้เป็นฟรีแลนซ์เอง โพสต์จนมือหงิก กว่าจะได้สักสายโทรเข้า และตามเป็นปีกว่าจะปิดขายได้ จึงรู้คุณค่าและราคาของทุก lead ที่ได้รับ ยิ่งตอนมาขายโครงการ เป็น Project leader เอง ต้องคิด ต้องคั้นเองว่าจะไปเอาลูกค้ามาจากไหน เงินที่บริหารก็ไม่ใช่เงินตัวเอง ถูกตรวจสอบยุ่บยั่บ มีอะไรที่ต้องระวังเต็มไปหมด

เห็นเอเจนหรือเซลหน้าไซท์ ทิ้ง lead ทิ้งลูกค้าง่ายๆ แล้วมานั่งหน้างอใส่ ว่า lead ไม่คุณภาพนั้น มันช่างจุกหัวใจ

สมัยของยังร้อนๆ ไฟยังแรง จ้างเอเจนซี่ชื่อดังทำ lead generation ให้ แล้วเซลงอแง ก็นั่งโทรเทส lead เองเพื่อจะพบว่า 50% เป็น qualified lead และ 20% ซื้อไปแล้วกับโครงการอื่นในรัศมี 5 กิโลเมตร ซึ่งมันตรงกับข้อมูลที่ตั้งไว้

Human error เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่ Human lazy ไร้หัวใจในการทำงานนี่ ทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากรเป็นที่สุด ราคา lead ไทย โครงการใหม่ต้นทุนอยู่ที่ 400 บาท ต่อ lead

Lead foreign buyers ที่ดึงเข้ามาซื้อโครงการได้นั้น ต้นทุน 1400-1800 ต่อ lead แล้วจะมาทิ้งง่ายๆ เพราะแค่ลูกค้าเงียบใส่ได้อย่างไร?

นั่นราคาlead นะคะ ที่ยังไม่ได้ convert มาเป็น walk หน้าไซท์ตัวเป็นๆ

ใครว่านายหน้าจับเสือมือเปล่า แม่จะตีปากเลย! 🤣

Overseas buyers ระยะ nurturing จนกว่าจะได้บินมาซื้อ ต้องมี 3- 6 เดือน ความอดทน และสม่ำเสมอในการสร้างสายสัมพันธ์กับลูกค้าต้องมีมากกว่าปกติ จึงจะคู่ควรรับคอมมิชชั่น 5-8%

บางที Human ก็แค่ขาดความรู้ ไม่รู้คุณค่า ไม่รู้วิธีรับมือ

ผู้คนอยู่ไม่ได้กับความขัดแย้ง กดดัน และการเงียบใส่ ซึ่งเป็นอาวุธร้ายที่สุดในการทำร้ายกัน ด่ากัน ตบกันเลย ยังมีที่ไป แต่เงียบใส่นี่หลายคนไปไม่เป็นเลย กับทั้งลูกค้า เพื่อนฝูง คนรัก และครอบครัว

แต่ถ้าคุณรู้วิธีเปลี่ยนอาวุธร้าย ที่ชื่อว่า"เงียบใส่"ให้เป็นบวกได้ รับรองว่าชีวิตและยอดขายของคุณจะดีขึ้นไปอึกหลายเท่า

ธรรมชาติของคน ชอบได้รับการยอมรับ สังคมสอนให้เราอยากได้ยิน " Yes" ไม่ใช่ " No" เลยกลายเป็นความกดดันจากการแปลความหมาย โดยไม่รู้ตัวว่า ใครพูด No คือไม่ดี และหลายคนที่ไม่อยากเป็นคนไม่ดี ( โดยเฉพาะคนไทย ซึ่งขี้เกรงใจ ) ก็เลือก "เงียบใส่ " รักษาน้ำใจ หรือเลี่ยงข้อขัดแย้ง เสียดีกว่า Saying NO

โอ๋แชร์ตัวอย่างการแชทกับลูกค้าไว้ด้านล่างนะคะ

สิบวัน ติดตามวันละครั้งด้วยประโยคที่เปิดโอกาสให้เขาได้สื่อสาร คิดมาอย่างดีทั้งนั้นว่า Recreation technique เริ่ด และ positive ขนาดนี้ ต้องตอบฉันสิ

ไม่ตอบค่ะ 😂


ถ้าไม่คิดว่าจะต้อง Breakthrough กับเรื่องรับมือเคสเงียบใส่ อ่านไม่ตอบให้ได้แบบสมบูรณ์ คงทิ้งไปแล้ว

และประโยคทองที่ใช้ได้ผล ซึ่งต่อมาเอามาใช้ได้ผลกับทุกเคส ทุกวัฒนธรรม ทุกอีเมล์ที่ส่งไปแล้วแป้ก ไม่ตอบ คือ " Have you given up?" ซึ่งในภาษาไทยจะใช้คำว่า " คุณลูกค้ายกเลิกแพลนหาบ้าน หาคอนโด ไปแล้วใช่ไหมคะ?"

บางคนอาจจะคิดว่ามันประหลาดและค้านกับความเชื่อวิชานักขายที่ได้เรียนมานัก ที่ดันถามเพื่อให้ได้คำตอบที่เป็นลบ แต่ช่วยไม่ได้ค่ะ สมองเราทำงานแบบนี้ มันอยากจะตอบ No จะแย่ แต่แม่..ง ใครๆ ก็จะเอาแต่ Yes กับเรา วันๆ จะมีกี่ครั้ง กี่คน? ที่จะเปิดโอกาสให้เราตอบ NO! ได้อย่างมีพลังและไม่ถูกตัดสิน

คุณเป็นคนๆนั้น ที่รู้จักวิธีตั้งคำถาม และอนุญาตให้ลูกค้าตอบ NO! กับคุณอย่างปลอดภัยหรือเปล่า หรือก็ยังติดกับ ที่ต้อง acting เป็นคนดี ที่ต้องทำให้เขาพอใจจนไม่กล้าพูดตรงไปตรงมาด้วย เพราะคุณก็กลัวเขา No ใส่เหมือนกัน หรือตัดสินเขาอย่างรวดเร็วว่าเขาไม่สนใจทำงานกับคุณแล้ว เขาหลอกใช้ ฉันมันไม่มีคุณค่า และหงุดหงิด เสียใจกับตัวเอง เพราะเขาแค่ " เงียบ"

ไม่มีใครการันตีอะไรได้หรอกว่า คุณจะปิดขายได้ไหม แต่การสื่อสารที่ทรงพลัง เมตตาต่อกัน และเข้าใจกลใกจิตใจของเพื่อนมนุษย์ จะพาคุณและคู่สนทนาเคลื่อนไปอีกที่ได้ ไม่ติดอยู่กับความอึดอัดในที่เดิมที่ไร้ทางออก

ลองเอาไปฝึกใช้ดูค่ะ

" Have you given up searching for your new home?"

" คุณลูกค้ายกเลิกแพลนหาบ้านแล้วใช่ไหมคะ"

" What you dislike about this property?"

"ดูบ้านนี้แล้ว มีอะไรที่ไม่ชอบบ้างคะ?"

มันเป็นวิธีสร้างสายสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมกับผู้คนเลยล่ะ เมื่อคุณอนุญาตให้เขา Saying NO! โดยไม่ถูกตัดสิน

แนะนำหนังสือที่รัก และกราบบูชาตลาดกาล เขียนโดย Chris Voss อดีตหัวหน้า FBI แผนกเจรจาต่อรองตัวประกัน ที่ดำรงตำแหน่งนี้ถึง 25 ปี แน่นอนค่ะว่าเขาเคยคุยกับคนบ้า แปลกประหลาด อาชญากรและเดินผ่านสถานการณ์กดดัน ถึงเป็นถึงตายมามากกว่าเราเยอะ และขอบคุณเขาสุดหัวใจที่ได้เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาให้อ่าน และเร็วๆนี้ ก็ตั้งใจว่าจะได้เป็นนักเรียนของเขาสักครั้ง 🤗

หนังสือชื่อ " Never Split The Difference. Negotiate as if your life depended on it" ภาษาไทยก็มีแปลนะคะ

อ่านแล้วคุณจะเข้าใจตัวเอง เห็นอกเห็นใจผู้อื่น กล้าสื่อสาร ติดตามลูกค้าได้อย่างมีพลัง และพุ่งทะยานผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ดังใจปราถนา

#สื่อสารทรงพลัง #พันธุ์นักขาย #sharpandgrace #อสังหาฯอารมณ์ดี #OhNaowarat
main-image
profile-avatar
Naowarat 4 ปีที่แล้ว