🔥 เอเจ้นท์มือเก๋า VS เอเจ้นท์มือสมัครเล่น ดูง่ายนิดเดียว 💖
.
💚 ผมลองมานั่งดูเบอร์ที่โทรเข้าออกในแต่ละวันของผม พบว่า ส่วนใหญ่ผมคุยกับเอเจ้นท์ค่อนข้างเยอะ วันนึงประมาณ 50 สาย (มีทั้งโทรเข้ามาและผมโทรออก) มีทั้งเอเจ้นท์เจ้าใหม่และเจ้าที่สนิทคุยกันบ่อย
เลยทำให้มีเอเจ้นท์ที่รู้จักกันค่อนข้างเยอะ ประมาณพันกว่าคน แต่ที่สนิทจริงๆ ก็น่าจะประมาณร้อยกว่าคน เลยคิดว่าอยากเอาเรื่องนี้มาแชร์ให้คนอื่นๆฟังครับ 🙏
.
💖 ทุกครั้งที่มีเอเจ้นท์โทรมา ทักมาสอบถาม หรือตอนนัดเจอกัน ผมก็จะรู้ทันทีเลยว่า เอเจ้นท์คนนั้นเก่งหรือไม่เก่ง ด้วยคำถามหรือพฤติกรรมบางอย่างที่บ่งบอกความเป็นมืออาชีพของเขา ผมเลยอยากเอามาบอก
ในฐานะเจ้าของทรัพย์ที่ดีลงานผ่านเอเจ้นท์เยอะ เพื่อที่เอเจ้นท์คนไหนที่มาอ่าน จะได้นำไปพัฒนา ต่อยอดความรู้ ความสามารถในสายงานนายหน้าอสังหามากยิ่งขึ้นครับ ผมไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะมาตำหนิหรือติเตียนใดๆครับ แต่อยากให้นำข้อสังเกตหรือมุมมองบางจุดไปปรับปรุงให้เก่งยิ่งๆขึ้นไป 🥰
*********************************
🌈 เริ่มจากตั้งแต่ตอนเอเจ้นท์โทรหรือทักมาสอบถามข้อมูล
❌ เอเจ้นท์ที่ไม่เก่ง มักจะถามข้อมูลที่ผมลงไปไว้ให้ทั้งหมดก่อนหน้าอยู่แล้ว เช่น “บ้านอยู่แถวไหนหรอครับ?” หรือ “ราคาขายเท่าไรครับ?” ตรงนี้บอกให้เรารู้ว่า เขาไม่ได้อ่านรายละเอียดหรือศึกษาข้อมูลก่อนโทรมา หรือถามเรื่องเดิมซ้ำอีกรอบ ทั้งๆที่เพิ่งบอกไปเมื่อ 2 นาทีที่แล้ว 😆
✅ ส่วนเอเจ้นท์ที่เก่ง เขาจะถามข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และถามอะไรบางอย่างที่ทำให้เรารู้ว่าเขาเคยลงพื้นที่จริง และเป็นเอเจ้นท์เก๋าเกมส์ในโซนนั้นๆ เช่น ตอนเขาสอบถามข้อมูลว่าบ้านนี้อยู่ซอยไหน ผมก็บอกว่าซอย 36 เขาก็ถามกลับว่า “ใช่ซอยที่เลยทางแยกมาหน่อย แล้วด้านหน้ามี 7-11 รึเปล่าครับ?”
พอเราเจอเอเจ้นท์ที่รู้จริงแบบนี้ เชื่อไหมครับว่ามันทำให้เราอยากรู้จักเขาจริงๆ และพร้อมให้ข้อมูลได้เต็มที่ และยินดีไปเปิดบ้านพาลูกค้าไปดูด้วยเลย เพราะรู้ว่าเขาจะช่วยพาเราปิดการขายได้อย่างแน่นอน 😇
*********************************
🌈 ผมขอเสริมประเด็นนี้อีกนิดนึงครับ เรื่องคำถามที่เขาถามเรา (Asking the Right Questions) คือ ความต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่างเอเจ้นท์ที่เก่งและไม่เก่ง ซึ่งผมจะดูจากความหมายที่ซ่อนอยู่จากสิ่งที่ถามมาครับ
❌ เอเจ้นท์ที่ไม่เก่ง จะถามเพื่อต้องการเอาทรัพย์ของเราไป Listing เท่านั้น เช่น “พี่จะขายราคาเท่าไรครับ?” หรือ “ราคาลงได้สูงสุดเท่าไร?“ หรือ “ผมขอเลขที่บ้านเพื่อเอาไปลงข้อมูลในเว็บได้ไหม?” หรือ เอเจ้นท์ที่จะบังคับเราเพื่อให้เราเซ็นสัญญาปิดเท่านั้น
✅ แต่เอเจ้นท์ที่เก่ง เขาจะไม่ได้ทำแค่นั้นครับ เขาจะถามข้อมูลเชิงลึกที่คนอื่นไม่รู้ แต่ทำให้เขาได้เปรียบมากกว่าเอเจ้นท์ทั่วๆไป เช่น ”พี่พอจะเล่าประวัติการได้มาของบ้านหลังนี้ได้ไหมครับ ว่าทำไมเจ้าของเก่าถึงอยากขาย?“ หรือ ”ไม่ทราบว่าพอจะแชร์ได้ไหมครับว่า บ้านหลังนี้มีจุดเด่นอะไรมากกว่าบ้านหลังอื่นๆ ที่ประกาศขายที่อยู่ในละแวกเดียวกัน?” พอผมได้ฟังคำถามเหล่านี้ ผมก็ยินดีแชร์ให้เต็มที่เลยครับ เพราะจะช่วยให้เขาตอบคำถามคนซื้อได้
*********************************
🌈 ต่อมาครับ ขอพูดเรื่องแนวทางในการทำการตลาดกันบ้าง ซึ่งผมมักจะถามว่าเขาจะใช้วิธีไหนในการทำการตลาดกับทรัพย์ของเรา
❌ เอเจ้นท์ที่ไม่เก่ง จะตอบสั้นๆว่า จะเอาไปลงเว็บ หรือแค่เอาไปโพสต์ใน Facebook Group เท่านั้น
✅ เอเจ้นท์ที่เก่ง เขาจะไม่ทำแค่นั้นครับ เขามักจะบอกว่า “พอจะสะดวกเปิดบ้าน เพื่อขออนุญาตเข้าไปถ่ายรูปและคลิปวีดีโอ เพื่อยิงแอดทำการตลาดเพิ่มเติมได้ไหมคะ?” แบบนี้ผมยินดีเต็มที่เลย 😇
*********************************
🌈 อีกเรื่อง ตอนนัดลูกค้าดูบ้าน ที่ผมมาเปิดบ้านพร้อมกันกับเอเจ้นท์ให้ลูกค้าครับ
❌ เอเจ้นท์ที่ไม่เก่ง มักจะมาตรงเวลาพอดี หรือสายกว่าเวลา โดยที่ไม่แม้จะบอกเราล่วงหน้าว่าเขาจะมาถึงสาย
✅ เอเจ้นท์ที่เก่ง เขามักจะมาก่อนเวลา 15-20 นาที เพื่อสำรวจความเรียบร้อยของทรัพย์ มาเปิดไฟ เปิดแอร์ เปิดน้ำดูว่าใช้ได้ครบไหม มีน้ำที่ไม่ได้เปิดจนเป็นสนิมไหม มีจุดไหนที่ไฟไม่ติดไหม เพื่อทำให้เรียบร้อยที่สุด และสร้างความประทับใจของลูกค้าที่มาดู โดยที่ไม่ต้องให้ลูกค้าเปิดไฟทีละดวงเอง
ผมเจอบางคน ที่ผมรู้สึกประทับใจมาก คือ ก่อนที่นัดเจอลูกค้า เขาจะเข้าไปสำรวจบ้านก่อนครั้งนึงล่วงหน้า 1 วัน เพื่อศึกษาทำเล จุดอ่อน จุดแข็งของทรัพย์ และเขาบอกว่า อยากดูว่าทรัพย์นั้นๆ ตรงปกไหม หรือตรงกับสิ่งที่ลูกค้าอยากได้ไหม เพราะจะไม่ทำให้เสียเวลาทั้งสองฝ่ายแต่แรก ผมบอกเลยนะครับ
ถ้าผมเจอเอเจ้นท์แบบนี้ ผมจะรู้สึกดีใจมาก ถ้ามีทรัพย์อื่นๆ ก็จะส่งแจ้งก่อนเอเจ้นท์คนอื่นเสมอ เพราะอยากทำงานด้วยกัน เพราะรู้ว่ามีความเป็นมืออาชีพสูง 🥰
*********************************
🌈 อีกเรื่องนึง ที่สำคัญมากๆๆๆ คือ เรื่องการจอดรถ เวลามาถึงทรัพย์ครับ ***เรื่องนี้สำคัญมาก ผมกาดอกจันล้านดวงเลย***
❌ เอเจ้นท์ที่ไม่เก่ง เขามักจะชอบจอดรถหน้าบ้านครับ เน้นสะดวก โดยที่ไม่ได้สนใจอย่างอื่นเลย
✅ เอเจ้นท์ที่เก่ง เขาจะจอดเลยบ้านไปหรือจอดก่อนถึงครับ เพราะบางทีซอยนั้นมันแคบ อาจกีดขวางทางเข้าออกบ้าน เวลาลูกค้ามาดูบ้าน เขาก็ไม่รู้หรอกครับ ว่ารถคันไหนเป็นของใคร พอเห็นรถจอดริมกำแพง หรือหน้าบ้าน ลูกค้าจะเกิดความกังวลทันที เขาจะมองว่า แบบนี้ใครก็มาจอดหน้าบ้านเขาได้สิ แล้วยิ่งถ้าจุดจอดนั้นพอไปจอดแล้วจะทำให้ถอยรถเข้าออกไม่ได้เลย
ยิ่งเป็นจุดตายครับ เพราะส่วนใหญ่แทบจะเป็นกันทุกที่ สำหรับผมเองเวลาไปเปิดบ้านให้ลูกค้า ผมก็จะจอดห่างจากบ้าน 50-100 เมตร แล้วเดินไป แต่พอเอเจ้นท์มาถึงทีหลังเรา แล้วเอเจ้นท์จอดขวางหน้าบ้านเอง ผมก็จะเซ็งมาก 555 🤣🤣🤣
*********************************
🌈 เรื่องสุดท้ายที่อยากพูด คือ เรื่องการปิดดีลเจรจาทรัพย์ หลังจากที่ลูกค้าดูบ้านเสร็จแล้ว กำลังจะกลับ
❌ เอเจ้นท์ที่ไม่เก่ง จะปล่อยให้ลูกค้าดูเสร็จแล้วก็กลับ แล้วบอกให้ลูกค้ากลับไปลองตัดสินใจดูอีกที
✅ เอเจ้นท์ที่เก่ง เขาจะไม่ทำแบบนั้นครับ แต่เขาจะบอกลูกค้าว่า “หลังนี้มีลูกค้าท่านอื่นสนใจมาดูเยอะนะ ทักเข้ามาสอบถามข้อมูลเยอะเลย ตรงนี้มีจุดไหนหรือประเด็นไหนที่ยังทำให้ตัดสินใจไม่ได้บ้างไหมคะ ถ้าไม่มี หนูก็อยากให้วางมัดจำเพื่อล็อคสิทธิ์บ้านไว้ก่อน จะได้ไม่หลุด วันพรุ่งนี้ก็มีลูกค้าทักหนูเข้ามา ขอดูบ้านหลังนี้เหมือนกันค่ะ” ประโยคปิดการขายแบบนี้ คือ ประโยคที่ทรงพลังมากครับ เราจะรู้ทันทีเลยว่า ลูกค้าสนใจจริงไหม หรืออยู่ใน Stage ที่พร้อมตัดสินใจหรือยัง บางทีลูกค้าอยู่ในจุดที่ตัดสินใจได้แล้ว
แต่เราไม่ช่วยปิดการขาย รอให้ลูกค้ากลับไปตัดสินใจอีกที ดีลก็หลุดบ่อยๆ มันเหมือนกับพาลูกค้ามาดูรถสปอร์ต แล้วถ้าลูกค้าอยากขับเมื่อไร ก็ค่อยให้เขาวางเงินซื้อ แบบนั้นเลยครับ บางทีลูกค้ายังลังเล เราต้องรีบปิดการขายทันที เพราะผมเคยลองแล้ว พาลูกค้าดูบ้านหลังเดียวกันกว่า 10 ราย แบบไม่พูดปิดการขายเลย ลูกค้าที่มาดู ชอบหมดทุกคน แต่ปรากฎก็ปิดการขายไม่ได้เลย และต้องรอนานกว่าลูกค้าจะกลับมาใหม่อีกครั้ง แต่พอมีประโยคปิดการขาย ก็สามารถรับมัดจำลูกค้าได้ทันที 😇
*********************************
🌈 แถมให้อีกเรื่องนึงครับ เรื่องการ Follow up ติดตามลูกค้า ในกรณีที่ลูกค้ายังไม่พร้อมวางมัดจำ หรือขอกลับไปคุยกันภายในก่อน
❌ เอเจ้นท์ที่ไม่เก่ง พาลูกค้ามาดูบ้าน พอดูเสร็จ เอเจ้นท์ก็ขับรถกลับบ้านทันที แล้วก็เงียบหายไปเลยเป็นอาทิตย์ ไม่สอบถาม ไม่ติดตามลูกค้า ต้องให้ทางเราโทรไปถาม Feedback เอง
✅ เอเจ้นท์ที่เก่ง จะคอยส่งลูกค้าก่อน และอยู่คุยกับเจ้าของบ้านต่อ คอยให้ข้อเสนอแนะ และสิ่งที่สังเกตหรือได้ยินลูกค้าพูดคุยกัน หรือคำถามที่ลูกค้าถามเขามาตอนเดินชมบ้าน เพื่อบอกเจ้าของบ้านว่ามีประเด็นอะไรที่ลูกค้ากังวลบ้างไหม ที่ทำให้ยังตัดสินใจไม่ได้ในวันนี้ เพื่อให้เจ้าของบ้านได้รู้ เช่น ลูกค้าชอบบ้านนะ แต่ติดที่ทางเข้าปากซอยเล็กไปนิดนึง (อันนี้บอกเป็นนัยๆ ว่าลูกค้ายังติดอยู่ ไม่เกี่ยวกับตัวบ้าน ทำให้ยังไม่เอา หรือต้องดูบ้านหลังอื่นเทียบด้วย แบบนี้โอกาสปิดได้จะต่ำ ประมาณ 10-20%) หรือ ลูกค้าชอบบ้านแล้ว
แต่ขอคุยกับที่บ้านก่อน (แบบนี้โอกาสจะสูงหน่อย ประมาณ 50%) หรือ ลูกค้าบอก ขอสรุปเงื่อนไขกับทางแบงค์ก่อน จะให้คำตอบภายในวันพรุ่งนี้ (แบบนี้โอกาสปิดได้จะสูงถึง 80% เพราะลูกค้าสนใจเอาแล้ว แต่อยากเช็คเรื่องอื่นๆ ให้ชัวร์ก่อน) 🎉
*********************************
💞 จริงๆ แล้วผมยังมีอีกหลายเรื่องเกี่ยวกับการวิเคราะห์และประเมินศักยภาพของเอเจ้นท์ แต่วันนี้เขียนไปเขียนมาเริ่มยาวแล้ว 😅 เลยคิดว่าไว้ค่อยเล่าใหม่วันหลังครับ ถ้าหากมีคนติดตามอ่าน ก็ช่วยกดไล้ค์ กดแชร์หน่อย ผมจะได้เขียนต่อ เพราะไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ผมพิมพ์ มันเป็นเรื่องที่คนอ่านสนใจอยู่ไหม 😆
#เรื่องเล่าเอเจ้นท์ #ปิดทรัพย์ขายบ้าน #เทคนิคการขาย