Data Center ผุดกลางเมืองได้อย่างไร? เปิดช่องกฎหมาย ใครคือผู้อนุญาต
Data Center ขนาดใหญ่
ผุดขึ้นกลางกรุงเทพฯ
ทั้งพระราม 9 รามคำแหง หัวหมาก
ไปจนถึงพื้นที่ใกล้คอนโด
โรงพยาบาลและชุมชน
ของแบบนี้มันมาอยู่กลางเมืองได้ยังไง
แล้วใครเป็นคนอนุญาต?
มันสร้างได้
เพราะกฎหมายไทยที่ผ่านมา
ไม่ได้มอง Data Center
เป็นกิจการประเภทพิเศษ
ไม่ใช่ห้องเซิร์ฟเวอร์เล็ก ๆ หลังบริษัทอีกแล้ว
แต่เป็น Data Center แบบ Stand Alone
คืออาคารขนาดใหญ่
ที่มีคอมพิวเตอร์ทำงาน 24 ชั่วโมง
มีระบบทำความเย็น
มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง
และบางแห่งต้องมีน้ำมันดีเซลสำรองจำนวนมาก
ไม่มีประเภทอาคารชื่อ “Data Center”
ที่ถูกควบคุมโดยเฉพาะ
จึงต้องเอามันไปใส่อยู่
ในช่องของกฎหมายที่มีอยู่เดิม
คือ Data Center พระราม 9 ซอย 6
อาคารนี้ได้รับใบรับแจ้งก่อสร้าง
เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567
เป็นอาคาร 4 ชั้น
มีชั้นใต้ดิน 1 ชั้น
พื้นที่รวม 12,249 ตารางเมตร
โดยระบุการใช้อาคารว่า
พื้นที่ตรงนั้น
อยู่ในผังเมืองสีน้ำตาล ย.9
ซึ่งผังเมืองไม่ได้เขียน
ห้าม Data Center เอาไว้โดยตรง
ถ้าแบบอาคารถูกต้อง
ระยะร่นถูกต้อง FAR ถูกต้อง
การใช้ประโยชน์ที่ดินไม่ใช่กิจการต้องห้าม
กทม.ก็ไม่มีเหตุทางกฎหมายที่จะบอกว่า
“Data Center ไม่ให้สร้าง”
ไม่ใช่ตามความรู้สึกว่า
โครงการเหมาะสม
หรือไม่เหมาะสมกับชุมชน
“กทม.อนุญาต Data Center”
จริง ๆ มันดีรายละเอียดมากกว่านั้น
หรือรับแจ้งในส่วนของ “อาคาร” ตามประเภท
และรายละเอียดที่ผู้ประกอบการยื่นมา
มีเรื่องให้อนุญาต
และควบคุมมากกว่านั้นอีกหลายส่วน
เรื่องไฟฟ้าไปเกี่ยวกับการไฟฟ้า
เรื่องน้ำเกี่ยวกับการประปา
เรื่องน้ำมันสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง
ไปเกี่ยวกับกฎหมายควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
และกรมธุรกิจพลังงาน
เรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็เป็นอีกกฎหมายหนึ่ง
ไม่มี “เจ้าภาพคนเดียว”
ที่นั่งดู Data Center ตั้งแต่หัวจรดเท้า
แต่ต่างคนต่างดูคนละชิ้น
Data Center ไม่ได้ถูกกำหนดเป็น “โรงงาน”
แบบที่เราเข้าใจกัน
และที่ผ่านมา
ไม่ได้ถูกระบุเป็นประเภทโครงการ
ที่ต้องทำ EIA โดยอัตโนมัติ
ด้วยเหตุอื่นอีกทีหนึ่ง
ก็สามารถเกิดโครงการขนาดใหญ่ขึ้นมาได้
โดยไม่ต้องผ่าน EIA
เพียงเพราะมันคือ Data Center
ถ้ามีคนมาขอสร้าง “คลังสินค้า”
เราก็ตรวจมันด้วยมาตรฐานคลังสินค้า
แต่พอสร้างเสร็จ
ข้างในกลับมี Server จำนวนมหาศาล
เครื่องทำความเย็นทำงานทั้งวัน
เครื่อง Generator หลายตัว
และมีน้ำมันดีเซลไว้สำรองอีกเป็นแสนลิตร
คำถามในหัวที่เหมือนกันกับทุกคนคือ
มันยังควรถูกมองเหมือนคลังสินค้าธรรมดาอยู่หรือเปล่า?
ประเทศไทยจำเป็นต้องมี Data Center
ถ้าเราจะเดินไปทาง Cloud, AI
และเศรษฐกิจ Digital
ของที่มีลักษณะการใช้งานระดับนี้
ควรไปตั้งตรงไหน
และต้องอยู่ห่างจากชุมชนเท่าไร
มีทั้งเรื่องเสียงจากระบบระบายความร้อน
Generator กลิ่นน้ำมัน
รวมถึงความกังวลเรื่องการเก็บเชื้อเพลิงจำนวนมาก
ใกล้พื้นที่พักอาศัย
ล่าสุดกระทรวงพลังงาน
ตรวจพบการเก็บน้ำมัน
ประมาณ 200,000 ลิตร
โดยไม่ได้รับอนุญาต
และมีการเคลื่อนย้ายน้ำมันออกจากพื้นที่แล้ว
พร้อมดำเนินการทางกฎหมาย
ไม่ได้แปลว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในอาคาร
ถูกกฎหมายอัตโนมัติ
การเก็บน้ำมันคืออีกเรื่องหนึ่ง
การใช้ไฟ การใช้น้ำ มลพิษทางเสียง
หรือการประกอบกิจการก็เป็นคนละเรื่องกัน
ทำไมวันนี้ถึงตอบคำถามง่าย ๆ อย่าง
“ใครอนุญาต Data Center พวกนี้?”
ได้ยากกว่าที่ควรจะเป็น
เพราะระบบเดิมไม่ได้ถูกออกแบบมา
ให้มีหน่วยงานเดียวเป็นเจ้าภาพ
ว่า Data Center ขนาดใหญ่แบบ Stand Alone
ที่ยื่นมาตั้งแต่ช่วงปี 2564–2565
มีทั้งหมด 6 แห่ง
ถูกระงับการพิจารณาไว้ก่อนเพื่อทบทวนมาตรฐาน
ปัญหาสำคัญคือที่ผ่านมา
กฎหมายไม่มีนิยาม Data Center ที่ชัดเจน
ในลักษณะคลังสินค้า
ซึ่งไม่เข้าเกณฑ์ EIA
หรือการขออนุญาตโรงงานโดยตรง
Q1: Data Center มาอยู่กลางเมืองได้ยังไง?
A1 : เพราะกฎหมายที่มีอยู่ไม่ได้ห้าม
A2 : ไม่มีใครอนุญาตมันแบบเบ็ดเสร็จคนเดียว
แต่หลายหน่วยงานอนุญาตคนละส่วน
ตามกฎหมายของตัวเอง
เครดิตภาพ : The Standard