ทั่วไป

ทั่วไป

เอเจนต์ vs เจ้าของคอนโด ดราม่าค่าคอมฯ เปิดปมดูแลหลังปล่อยเช่า ใครควรรับผิดชอบ?

matching
วันที่สร้างประกาศ เวลาสร้าง 19 ตุลาคม 2569 10:10
มีดราม่าอยู่ในกลุ่มห้อง post ขายคอนโด
ข้อความตีกันไปตีกันมา
อ่านละแอบงง...พออ่านจบ
ลำดับเหตุการณ์ดังนี้
1. ก่อนเริ่มงาน
เอเจนต์เสนอว่าจะดูแลตลอดอายุสัญญา
เจ้าของบอกว่าไม่ได้เลือกเอเจนต์
เพียงเพราะช่วยหาผู้เช่า

แต่เลือกเพราะเอเจนต์เสนอว่า
จะช่วยประสานงานและดูแลเรื่องต่าง ๆ ต่อ
จนจบสัญญา
เจ้าของจึงคาดหวังว่า
จะปลดภาระงานจุกจิกได้

ส่วนฝั่งเอเจนต์มองว่า
งานหลักของเอเจนต์คือทำการตลาด หาผู้เช่า ทำสัญญา
และส่งมอบห้อง
ส่วนการดูแลหลังจากนั้นเป็นบริการเสริมหรือน้ำใจ
เว้นแต่จะมีค่าบริหารจัดการแยกต่างหาก
2. มีความเข้าใจไม่ตรงกันเรื่องสัญญาเช่าและวันจ่ายค่าเช่า
ฝั่งเอเจนต์อธิบายว่า
ในสัญญาระบุให้ผู้เช่าจ่ายค่าเช่า
ระหว่างวันที่ 16–20 ของเดือน
และจะคิดค่าปรับเมื่อเกินวันที่ 20 หรือเริ่มวันที่ 21

แต่เจ้าของเข้าใจว่า
วันจ่ายควรเป็นวันที่ 16 เท่านั้น
และถ้าจ่ายวันที่ 17
ก็ควรถือว่าผิดนัดหรือมีค่าปรับ

อีกทั้งเจ้าของมองว่าข้อความในสัญญามีความหมายขัดกัน
จึงโทรหาเอเจนต์ 7 ครั้ง
เพื่อขอให้ช่วยอธิบาย
แต่เอเจนต์ไม่รับสายและตอบผ่านไลน์เป็นหลัก

ฝั่งเอเจนต์โต้ว่า
ได้ส่งสัญญาให้เจ้าของอ่านล่วงหน้าแล้ว
และหากไม่เห็นด้วยก็ควรแจ้งแก้ไขก่อนเซ็น
3. เจ้าของให้เอเจนต์
ช่วยตามค่าเช่าจากผู้เช่า
เมื่อถึงวันที่ 16
เจ้าของขอให้เอเจนต์ช่วยติดตามค่าเช่ากับผู้เช่า
เอเจนต์จึงนำข้อความ
หรือคำสั่งของเจ้าของไปแคปส่งให้ผู้เช่า
เพื่อสื่อสารว่าควรชำระค่าเช่า

ตรงนี้เป็นจุดสำคัญมาก
เพราะเจ้าของมองว่า
เอเจนต์นำแชตส่วนตัว
ระหว่างเจ้าของกับเอเจนต์ไปเปิดเผย
ให้ผู้เช่าเห็น
โดยไม่ได้รับอนุญาต

ทำให้ผู้เช่าเห็นข้อความ
และบริบทที่ยังไม่ได้ข้อสรุป
เจ้าของยืนยันภายหลังว่า
เหตุผลหลักที่ต้องตั้งโพสต์
ไม่ใช่แค่เรื่องมิเตอร์น้ำ

แต่คือการที่เอเจนต์นำแชตกลุ่มเจ้าของห้อง
ไปให้ผู้เช่าอ่าน
ทั้งที่เอเจนต์เป็นคนสร้างกลุ่ม
เจ้าของแยกจากกลุ่มผู้เช่าเอง
4. เกิดปัญหาเรื่องรูปมิเตอร์น้ำ
เอเจนต์รับปากว่า
จะช่วยถ่ายหรือประสานงาน
เรื่องมิเตอร์น้ำให้ผู้เช่าและเจ้าของ

เจ้าของบอกว่าเมื่อถึงเวลา
เอเจนต์ไม่ตอบว่า
ติดต่อใครไปแล้วหรือเรื่องถึงไหน
เจ้าของจึงต้องประสานช่างของโครงการเอง
จนจัดการเรื่องมิเตอร์น้ำเสร็จ

หลังจากนั้นเอเจนต์
จึงนำหลักฐานแชตมาแสดงว่า
เคยติดต่อฝ่ายนิติบุคคลแล้ว
และอ้างว่านิติบุคคลไม่ส่งรูปให้เจ้าของ
ตามที่รับปากไว้

ฝั่งเอเจนต์ยอมรับว่าพลาดและขอโทษ
แต่เจ้าของมองว่าการชี้แจงเกิดขึ้น
หลังจากตนเองแก้ปัญหาเสร็จแล้ว
จึงไม่ได้ช่วยอะไร
ในเวลาที่ต้องการคำตอบ
5. ฝั่งเอเจนต์ยืนยันว่า
ช่วยงานอื่นเกินหน้าที่ไปมาก
ในคอมเมนต์ชี้แจง
ฝั่งเอเจนต์ระบุว่าเคยช่วยหลายอย่าง เช่น
- หาแม่บ้านและนั่งเฝ้าทำความสะอาดห้องเกือบ 4 ชั่วโมง
- นำสติกเกอร์คีย์การ์ดไปให้ผู้เช่า
- ประสานงานเรื่องต่าง ๆ
- คัดผู้เช่าหลายราย กว่าจะได้ผู้เช่าที่เหมาะสมประมาณ 5–6 คน
- ช่วยเรื่องการตลาด ถ่ายภาพ ทำวิดีโอ หรือประสานช่างในบางกรณี
เอเจนต์มองว่างานเหล่านี้
เป็นความช่วยเหลือเพิ่มเติม
ไม่ใช่หน้าที่
ที่รวมอยู่ในค่าคอมมิชชัน
และเจ้าของไม่ควรนำความผิดพลาด
เรื่องมิเตอร์น้ำครั้งเดียว
มาลบล้างงานทั้งหมดที่เคยช่วย
6. เจ้าของมองว่างานเหล่านั้นไม่ใช่น้ำใจ
แต่เป็นสิ่งที่เอเจนต์เสนอไว้ตั้งแต่แรก
เจ้าของโต้ว่า
ก่อนเลือกเอเจนต์
เธอถามขอบเขตงานแล้ว
และเอเจนต์เป็นฝ่ายเสนอเองว่า
จะดูแลตลอดอายุสัญญา

ดังนั้น งานประสานงานและดูแลต่าง ๆ
จึงไม่ควรถูกนำมาบอกภายหลังว่าเป็น “น้ำใจ”
หรือเป็นงานที่ทำเกินหน้าที่
เพราะถ้าเอเจนต์บอกตั้งแต่แรกว่า
จะทำแค่หาผู้เช่า
เจ้าของก็อาจไม่เลือกใช้บริการคนนี้
7. การสื่อสารระหว่างสองฝ่ายล้มเหลว
เจ้าของบอกว่าเมื่อมีปัญหา
เธอโทรหาเอเจนต์หลายครั้ง
แต่ไม่รับสาย ไม่โทรกลับ
และส่งเพียงข้อความ
หรือภาพสัญญามาให้ดูซ้ำ ๆ
โดยไม่อธิบายเจตนาของสัญญาให้เข้าใจ

เจ้าของมองว่าหากเอเจนต์รับสาย
อธิบายความหมายของสัญญาให้ชัด
เรื่องอาจจบได้ตั้งแต่ตอนนั้น

ฝั่งเอเจนต์และผู้สนับสนุนมองว่า
เอเจนต์อาจติดงาน
ไม่สามารถรับโทรศัพท์ได้ตลอดเวลา
และเจ้าของมีลักษณะเรียกร้องงานเกินขอบเขต
รวมถึงใช้ถ้อยคำรุนแรงหรือจู้จี้มากเกินไป
8. เจ้าของยุติการให้เอเจนต์ดูแล
และขอค่าคอมมิชชันคืนครึ่งหนึ่ง
เมื่อความเข้าใจไม่ตรงกัน
เจ้าของจึงไม่ต้องการให้เอเจนต์ดูแลผู้เช่าต่อ
และจะรับผิดชอบผู้เช่าเอง
เป็นเวลา 11 เดือนที่เหลือ

เจ้าของขอคืนค่าคอมมิชชันครึ่งหนึ่ง
เพราะมองว่าเอเจนต์ไม่ทำตามเงื่อนไข 2 ข้อสำคัญ
ที่เคยเสนอไว้ ได้แก่
การดูแลตลอดสัญญา
และการตรวจรับห้องตอนผู้เช่าย้ายออก

เอเจนต์ไม่คืนเงิน
โดยมองว่างานหลักเสร็จสมบูรณ์แล้ว
ตั้งแต่หาผู้เช่า ทำสัญญา
และส่งมอบห้อง
ผู้เช่าเข้าอยู่แล้ว
จึงไม่ควรเรียกค่าคอมมิชชันคืน

ฝั่งเอเจนต์ยังอ้างว่า
เจ้าของพูดจารุนแรง
ขู่ว่าจะประจานหรือดิสเครดิต
หากไม่คืนเงิน
ซึ่งเจ้าของไม่ได้ยอมรับข้อกล่าวหานี้ทั้งหมด
ภาพรวมของคอมเมนต์ทั้งหมด
ความคิดเห็นแบ่งเป็นสองฝ่ายค่อนข้างชัดเจน
- ฝ่ายที่เห็นด้วยกับเอเจนต์มองว่า
ค่าคอมมิชชันหนึ่งเดือนมีไว้สำหรับหาผู้เช่า
ทำสัญญา และส่งมอบห้อง
ส่วนการดูแลต่อเป็นบริการเสริม
ควรคิดค่าบริหารรายเดือนหรือประมาณ 10% ของค่าเช่า
- ฝ่ายที่เห็นใจเจ้าของมองว่า
ถ้าเอเจนต์เสนอเองว่าจะดูแลตลอดสัญญา
ก็ควรรับผิดชอบตามที่พูดไว้
และอย่างน้อยการนำแชตส่วนตัว
ของเจ้าของไปให้ผู้เช่าอ่าน
ถือว่าไม่เป็นมืออาชีพ
- หลายคนเห็นตรงกันว่า
ปัญหาหลักคือทั้งสองฝ่าย
ไม่ได้กำหนดขอบเขตงานให้ชัดเจน
เป็นลายลักษณ์อักษร

- มีสมาชิกบางคนยกเรื่องกฎหมาย
และมาตรฐานการทำงานของนายหน้ามาอธิบาย
แต่เป็นความเห็นของสมาชิกในกลุ่ม
ไม่ใช่คำตัดสินทางกฎหมาย
สรุปแก่นของเรื่อง
เรื่องนี้มีปัญหาอยู่สองชั้นที่มาชนกัน
1. ขอบเขตงานไม่ตรงกัน
เจ้าของเข้าใจว่าจ่ายคอมมิชชัน
แล้วเอเจนต์ต้องดูแลต่อจนจบสัญญา
ขณะที่เอเจนต์เข้าใจว่า
หน้าที่หลักจบเมื่อหาผู้เช่าและทำสัญญาสำเร็จ
2. วิธีสื่อสารและการจัดการไม่เป็นมืออาชีพ
ทั้งเรื่องไม่รับโทรศัพท์ ไม่อธิบายสัญญาให้ชัด
การปล่อยให้เจ้าของต้องตามเรื่องเอง
และโดยเฉพาะการส่งแชตส่วนตัวของเจ้าของไปให้ผู้เช่า
ทำให้ความไว้ใจพังลง
ดังนั้น “มิเตอร์น้ำ” เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ทะเลาะกัน
แต่ต้นเหตุจริงคือความคาดหวัง
เรื่องการดูแลหลังการเช่าไม่ตรงกัน
และความไม่พอใจเรื่องการนำแชตส่วนตัวไปเปิดเผย
ปล.
ผมนี่อยากจะจัดรายการเป็นหนุ่ม กรรเชียง
แบบบรายการโหนกระแส
ให้ทั้งคู่มานั่ง debate กันจริงๆ
มันจะได้มีมาตรฐานตรงกันซะที
ไม่งั้นก็ต่างตรงต่างคิดแต่สิ่งที่ตัวเองจะได้กันทั้งนั้น

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

ดูหัวข้ออื่นเพิ่มเติม